ไม่ฆ่าน้องฟ้องนายฯ-ไล่พี่จากบ้าน?

@จะมาด้วยดีอยู่แล้ว หลังการออกมาของ“บิ๊กแดง”“พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์”ผบ.ทบ. กับการแถลง“หลั่งน้ำตา”น้อมรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น กรณีเหตุการณ์“จ่าคลั่ง”กราดยิง 30 ศพ บาดเจ็บกว่า 50 คน ที่เทอมินอล21 โคราช ที่กระแสโจมตีมายังกำลังพลของกองทัพบก โดย“บิ๊กแดง”ใช้จังหวะ ประกาศ“บิ๊กคลีนนิ่ง”ครั้งใหญ่“ปฏิรูปกองทัพ”ด้วยการ“สแกนธุรกิจลายพราง”ทั้งหมด พร้อมทั้งให้“นายทหารเกษียณอายุ”ออกจากบ้านหลวง ที่ประเด็นนี้ หะแรกหลายฝ่าย จับตาไปที่“ศูนย์อำนาจ”ทำเนียบโดยเฉพาะ“3ป.”“บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก-พล.อ.ประยุทธ์”ว่าจะ “สะดุ้ง”กับ“ไอเดีย”ของ“น้องแดง”หรือไม่

@โดยนักข่าวมีความพยายามถามทั้ง 3 คน เมื่อวาน ก็ไม่มีใครตอบ จนมาวันนี้หลังพอจะชัดว่า“มีข้อยกเว้น”“บุคคลที่ทำประโยชน์ประเทศ”อย่างนายกฯ รัฐมนตรี วุฒิสภา ฯลฯ โดยจากการยืนยันของ“โฆษกทบ.”จึงได้เห็น“บิ๊กป้อม”ออกมายืนยันว่าไม่ได้อยู่บ้านหลวง ใน ร.1 รอ. มานานแล้ว แต่ใช้เป็นมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดฯ

@โดยมีรายงานจาก“สายข่าวทหาร”พยายามจะสำทับ ว่า“มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด” ที่“ลุงป้อม” เป็นประธานมูลนิธิฯ เป็นพื้นที่อยู่นอกหน่วยทหาร เพราะอย่าลืมว่า“มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอย”ขึ้นชื่อว่ามี“วอร์รูมการเมือง”ใช้เป็นที่พบปะ“นักการเมือง”ตั้งแต่ครั้ง“สุเทพ เทือกสุบรรณ”เข้าออกค่ายทหารพบกับ“3ป.”ตั้งแต่เป็น“รองนายกฯมั่นคง”จนสนิทมาถึงเป็นแกนนำ“กปปส.” โดยเฉพาะ“วอร์รูม”ห้องประชุมด้านหลังสำนักงาน ส่วนชั้นบนทราบกันดีว่าเป็นที่พักของ“ลุงป้อม”

@ขณะที่บ้านพักของ“บิ๊กบัง”“พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” อดีตผู้บัญชาการทหารบก อดีตประธานคมช.ภายในกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ มีข่าวว่าทางหน่วยมีหนังสือแจ้ง“บิ๊กบัง”ซึ่งได้ย้ายออกไปอยู่บ้านพักส่วนตัวนานกว่า 2 ปีแล้ว โดยมีรายงานด้วยว่ามีการทุบทิ้งตัวบ้านที่“บิ๊กบัง”ออกงบส่วนตัวสร้างเองด้วย ขณะที่ “พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร” อดีตผู้บัญชาการรทหารบกและอดีตเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่เคยพักอยู่ที่บ้านพักย่านเกษะโกมล ได้ย้ายออกไปประมาณ 5-6 เดือนแล้ว เช่นเดียวกับ“บิ๊กตุ้ย”“พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร”อดีตผบ.ทบ.ที่ถูกหน่วยทำหนังสือให้คืนบ้าน ที่อยู่ในค่ายทหาร ร.1 รอ. ทันทีเมื่อเกษียณเช่นกัน

@น่าสนใจว่า“ข้อยกเว้น”ที่ว่ามีรายงานว่า ทำให้“กองเชียร์-กองหนุน”“ลุงตู่”ขัดใจไม่น้อยกับประเด็น“ข้อยกเว้น”โดยหลายคนรวมถึงอดีตรัฐมนตรีบางท่าน ตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายราชการจัดให้มีบ้านพักให้แก่ข้าราชการก็เพื่อความสะดวกแก่การโยกย้ายข้ามจังหวัด ดังนั้น กรณีกองทัพบก จึงเป็นบ้านพักเฉพาะในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพบก ส่วนผู้ที่เกษียณราชการแล้ว เช่น นายกรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี, คณะรัฐมนตรี, สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) และองคมนตรี ถ้าหากทางราชการเห็นว่ามีความจำเป็นต้องจัดบ้านพักให้ ก็จะต้องเข้าไปอยู่ในกรอบของตำแหน่งเหล่านั้น ไม่เกี่ยวกับกองทัพบก โดยตำแหน่งเหล่านี้ ถ้าหากทางราชการเห็นว่ามีความจำเป็นต้องจัดบ้านพักให้ ก็จะต้องจัดให้แก่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทุกคน มิใช่เฉพาะแก่นายทหารที่เกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตำแหน่งเหล่านี้ก็มีเงินเดือนสูงอยู่แล้ว จึงจำเป็นจะต้องอาศัยการอุ้มชูจากเงินภาษีของประชาชนเป็นพิเศษ

@เรียกว่ากระแสเรื่อง“บ้านหลวง”ในกองทัพ กลับถูกหยิบมาเป็น“กระแส”วิจารณ์อีกครั้งแบบ“สวิงกลับ”ไปที่“บิ๊กแดง”และกองทัพ กับ“ข้อยกเว้น”บรรดา“ตัวละคร”ที่ล้วนเป็นอดีต“นาย”และ“รุ่นพี่”ที่ถือเป็น“ขุมข่ายอำนาจเดียวกัน” ณ พ.ศ.นี้ ขณะที่รัฐบาล“ลุงตู่”เองก็ถูกวิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้วว่าเป็น“บิดาแห่งข้อยกเว้น” ยิ่ง ในจังหวะที่“พ่อฟ้า ธนาธร”อนาคตใหม่เองฉวยโอกาสเตรียมเข้าซ้ำ“ขยี้ประเด็นนี้”ในเวที“ปฏิรูปกองทัพ”ในวันพรุ่งนี้(15ก.พ.)และจัดกิจกรรม“จากโคราชสู่ การปฏิรูปกองทัพ” ตามนโยบายปฏิรูปกองทัพที่พรรคอนาคตใหม่เคยเสนอไว้ก็ยิ่งจะทำให้ประเด็นนี้ อาจถูกผนวกรวมไป“ต่อยอด”ในศึกซักฟอกรัฐบาลที่ขึ้นชื่อว่าเป็น“รัฐบาลทหาร”ในวันที่ 24 ก.พ. ที่จะถึงด้วย.

ข่าวน่าสนใจ

Close