fbpx
Home
|

การเงิน

8WP_Query Object
(
    [query] => Array
        (
            [post_type] => post
            [category__in] => 5
            [orderby] => date
            [order] => DESC
            [posts_per_page] => 8
            [category__not_in] => Array
                (
                    [0] => 65
                    [1] => 66
                    [2] => 54
                    [3] => 55
                )

            [paged] => 1
        )

    [query_vars] => Array
        (
            [post_type] => post
            [category__in] => Array
                (
                    [0] => 5
                )

            [orderby] => date
            [order] => DESC
            [posts_per_page] => 8
            [category__not_in] => Array
                (
                    [0] => 65
                    [1] => 66
                    [2] => 54
                    [3] => 55
                )

            [paged] => 1
            [error] => 
            [m] => 
            [p] => 0
            [post_parent] => 
            [subpost] => 
            [subpost_id] => 
            [attachment] => 
            [attachment_id] => 0
            [name] => 
            [pagename] => 
            [page_id] => 0
            [second] => 
            [minute] => 
            [hour] => 
            [day] => 0
            [monthnum] => 0
            [year] => 0
            [w] => 0
            [category_name] => finance
            [tag] => 
            [cat] => 5
            [tag_id] => 
            [author] => 
            [author_name] => 
            [feed] => 
            [tb] => 
            [meta_key] => 
            [meta_value] => 
            [preview] => 
            [s] => 
            [sentence] => 
            [title] => 
            [fields] => 
            [menu_order] => 
            [embed] => 
            [category__and] => Array
                (
                )

            [post__in] => Array
                (
                )

            [post__not_in] => Array
                (
                )

            [post_name__in] => Array
                (
                )

            [tag__in] => Array
                (
                )

            [tag__not_in] => Array
                (
                )

            [tag__and] => Array
                (
                )

            [tag_slug__in] => Array
                (
                )

            [tag_slug__and] => Array
                (
                )

            [post_parent__in] => Array
                (
                )

            [post_parent__not_in] => Array
                (
                )

            [author__in] => Array
                (
                )

            [author__not_in] => Array
                (
                )

            [ignore_sticky_posts] => 
            [suppress_filters] => 
            [cache_results] => 1
            [update_post_term_cache] => 1
            [lazy_load_term_meta] => 1
            [update_post_meta_cache] => 1
            [nopaging] => 
            [comments_per_page] => 50
            [no_found_rows] => 
        )

    [tax_query] => WP_Tax_Query Object
        (
            [queries] => Array
                (
                    [0] => Array
                        (
                            [taxonomy] => category
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 5
                                )

                            [field] => term_id
                            [operator] => IN
                            [include_children] => 
                        )

                    [1] => Array
                        (
                            [taxonomy] => category
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 65
                                    [1] => 66
                                    [2] => 54
                                    [3] => 55
                                )

                            [field] => term_id
                            [operator] => NOT IN
                            [include_children] => 
                        )

                )

            [relation] => AND
            [table_aliases:protected] => Array
                (
                    [0] => innn29_term_relationships
                )

            [queried_terms] => Array
                (
                    [category] => Array
                        (
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 5
                                )

                            [field] => term_id
                        )

                )

            [primary_table] => innn29_posts
            [primary_id_column] => ID
        )

    [meta_query] => WP_Meta_Query Object
        (
            [queries] => Array
                (
                )

            [relation] => 
            [meta_table] => 
            [meta_id_column] => 
            [primary_table] => 
            [primary_id_column] => 
            [table_aliases:protected] => Array
                (
                )

            [clauses:protected] => Array
                (
                )

            [has_or_relation:protected] => 
        )

    [date_query] => 
    [request] => SELECT SQL_CALC_FOUND_ROWS  innn29_posts.ID FROM innn29_posts  LEFT JOIN innn29_term_relationships ON (innn29_posts.ID = innn29_term_relationships.object_id) WHERE 1=1  AND ( 
  innn29_term_relationships.term_taxonomy_id IN (5) 
  AND 
  innn29_posts.ID NOT IN (
				SELECT object_id
				FROM innn29_term_relationships
				WHERE term_taxonomy_id IN (54,55,65,66)
			)
) AND innn29_posts.post_type = 'post' AND (innn29_posts.post_status = 'publish' OR innn29_posts.post_status = 'acf-disabled') GROUP BY innn29_posts.ID ORDER BY innn29_posts.post_date DESC LIMIT 0, 8
    [posts] => Array
        (
            [0] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 49326
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-03-05 14:00:36
                    [post_date_gmt] => 2021-03-05 07:00:36
                    [post_content] =>           เทรนอาหาร 2021 นับว่าเป็นความน่าสนใจไปทั่วโลก สืบเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ทำให้ธุรกิจอาหารต้องปรับตัวอย่างหนักและโลกของอาหารก็ได้เริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้เราอาจจะได้ยินเรื่องอาหารที่ทำจากแมลง และล่าสุดกับคุณศรวุฒิ กิตติบัณฑร หนุ่มไทยที่นำขนไก่มาทำเป็นสเต็กได้สำเร็จ อยากจะบอกว่านี้คือหนึ่งใน เทรนอาหาร 2021ที่จะได้เห็นและสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้บริโภคทั่วๆไปหรือเจ้าของธุรกิจก็ต้องรู้เอาไว้  

          1.อาหารจากพืช

          อาการจากพืชนั้นยังคงได้รับความนิยมและเป็น เทรนอาหาร 2021อาหารจากพืชไม่ว่าเป็นผัก ผลไม้ทั่วไป หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปก็ยังได้รับความนิยมอยู่มาก ที่ผ่านมามีคนกว่า 28 เปอร์เซ็นที่หันมากินโปรตีนมาก รวมถึงกินพืชมากขึ้นในช่วงการระบาดของไวรัส ตามคำแนะนำของ IFIC หรือ INTERNATIONAL FOOD INFORMATION COUNCIL ผู้คนส่วนมากหันมาประทานอาหารมังสวิรัติและอีกหลายคนหันมาลองรับประทานอาหารมังสวิรัติที่มีรสชาติดี (อารมณ์คือลองทาน ไม่ได้ทานจริงจัง) ในปีนี้คาดว่ากระแสจะเพิ่มมากขึ้น มีร้านอาหารที่ทำจากพืชเพิ่มมากขึ้น และนวัตกรรมที่เติบโตมากขึ้นในปีนี้เช่น ปลา 

          2.เนื้อสังเคราะห์ 

          ในปี 2020 ที่ผ่านมาเนื้อสังเคราะห์ เนื้อเทียม (Cultured Meat) นั้นได้รับการพัฒนาและปรับปรุงเรื่อยมา ใครที่ยังไม่รู้จัก มันคือการเอาชิ้นส่วนเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของสัตว์มาสกัดแล้วเลี้ยงบนจานแก้วจนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นเนื้อชิ้นใหม่ที่นำมาปรุงอาหารได้ มีตั้งแต่ไก่ เป็ด วัว ตามความต้องการของผู้บริโภค และรวมถึงเนื้อที่ดัดแปรงผสมกับแมลงด้วย ในปี 2021 นี้เชื่อว่าทุกคนจะได้เห็นมากขึ้น หลังจากที่สิงคโปร์อนุมัติให้ขายเนื้อไก่ที่ผลิตจากห้องทดลองอย่างเป็นทางการ และเราเริ่มที่จะเห็นร้านอาหารบางร้านเปิดทดลองให้ผู้ที่สนใจได้ลองชิม มี Startup เกิดขึ้นมากมาย 

          3.อาหารเช้า 

          เป็นข้อที่น่าแปลกใจพอสมควรเมื่ออ่านครั้งแรก ปกติอาหารเช้า มื้อเช้านั้นเป็นมื้อที่คนให้ความสำคัญน้อยมากที่สุด แต่ในปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ การ Work From Home นั้นยังมีอยู่ ทุกคนมีเวลาอยู่บ้านกันมากขึ้น ทำให้เริ่มคิดถึงความสำคัญของอาหารเช้ามากขึ้น ในปีที่ผ่านมาซีเรียลนั้นกลับมาได้รับความนิยมอย่างมาก ในปีนี้คาดว่าอาหารเช้าประเภทอื่นจะได้รับความนิยมเพิ่มเช่นกัน 

          4.อาหารหมัก ดอง

          ในประเทศไทยนั้นอาจจะไม่เห็นเยอะเท่าในต่างประเทศกับอาหารหมัก ดองที่อยู่ในรูปแบบกระป๋องเช่นแตงกวา หัวหอม หัวไซเท้า ถั่วหรือแม้กระทั้งเนื้อต่างๆที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้และยังได้ความนิยมในการซื้อมาเก็บไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินหากไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้ 

          5.อาหารชุด Take and Bake 

          ด้วยการที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถไปร้านอาหารได้อย่างเต็มที่ นอกจากบริการเดลิเวอรี่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมาแล้ว อาหารชุดแนว Take and bake มีโอกาสที่จะเติบโตขึ้น take and bake คืออาหารปรุงรสชาติ ใส่ส่วนผสมที่สดใหม่ไม่เหมือนอาหารแช่แข็ง ทำมาเรียบร้อยเหลือแค่นำไปอบหรือย่างเอง  เช่น พิซซ่า หรือ เนื้อสเต็ก ในต่างประเทศนั้น Take and Bake Pizza ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากธุรกิจประเภทนี้สามารถประหยัดพื้นที่และทำกำไรได้ เพราะไม่ต้องมีเตา ส่วนลูกค้าเองก็สามารถนำอาหารไปปรุงเองได้เหมือนอยากทาน โดยคุณภาพนั้นก็ไม่ต่างกับสั่งเองจากร้าน เป็นกิจกรรมที่ทำกับครอบครัวได้อีก 

          เทรนอาหาร 2021นั้นเปลี่ยนแปลงและปรับให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังมีการระบาดของโควิด-19 การปรับตัวไม่ว่าจะผู้บริโภคหรือเจ้าของธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อเอาตัวรอดให้ได้จนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้นหรือไม่ก็อาจจะเป็นรูปแบบชีวิตที่เราต้องอยู่กับมันไปเลยก็ได้ สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องเทคนิคการเอาตัวรอดสำหรับธุรกิจในปี 2021 นี้ ลองอ่านดูได้ที่นี่

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
                    [post_title] => เทรนอาหาร 2021 โลกของอาหารที่เปลี่ยนไป
                    [post_excerpt] => เทรนอาหาร 2021 จะเป็นอย่างไรในปีนี้ ไปดูกันเลย
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => %e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-2021-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-03-05 11:49:55
                    [post_modified_gmt] => 2021-03-05 04:49:55
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=49326
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [1] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 55163
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-03-05 10:00:31
                    [post_date_gmt] => 2021-03-05 03:00:31
                    [post_content] =>           Porn หรือหนังแนวผู้ใหญ่ ที่ภาษาบ้านๆเราเรียกกันหนังโป๊ นั้นอาจสำคัญต่อเศรษฐกิจกว่าที่คิด จากปี 2020 ที่ผ่านมาพิษของโควิด-19 นั้นได้ทำลายเศรษฐกิจไปทั่วโลกทำให้หลายคนนั้นต้องตกงาน และมีอีกหลายคนที่หันมาทำอาชีพขายสื่อ Porn วิดีโอส่วนตัวหรือขายความเซ็กซี่ผ่านเว็บไซต์อย่าง Pornhub และ OnlyFans เพื่อสร้างรายได้

          ย้อนไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกินใจอุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่นั้นมีความน่าสนใจอย่างมาก ในช่วงปี 2018 MindGeek เจ้าของเว็บไซต์ของ Pornhub นั้นได้เผยแพร่ข้อมูลว่า มีรายได้กว่าครึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าจะลดลงและมีติดลบบ้างในช่วงที่ผ่านมาเนื่องการปัญหาเศรฐกิจและการให้กู้ยืมสำหรับการสร้างเนื้อหาต่างๆ 

          ในช่วงการรณรงค์ด้วยการเว้น ระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing เว็บไซต์อย่าง Pornhub นั้นมียอดผู้เข้าชมทั่วโลกสูงขึ้นถึง 11.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าและประเทศไทยเองก็มียอดผู้เข้าชมสูงที่สุดในโลกด้วย Traffic กว่า 15.4% 

          OnlyFans เว็บไซต์ที่มาแรงในช่วงปีที่ผ่านมา หากใครยังไม่รู้จัก OnlyFans คือเว็บไซต์ที่ให้ คนทั่วๆไป สามารถเป็น ครีเอเตอร์ คอนเทนต์แนว 18+ ได้ โดยให้ผู้คนจ่ายเงินเพื่อมาชมคอนเทนต์ที่เราสร้างขึ้นโดย เราจะได้ 80% และหักไป 20%  ที่เป็นค่าธรรมเนียมของบริษัท ทิม สโตกลีย์ ผู้ก่อตั้งเผยว่าเว็บไซต์นั้นเติบโตอย่างรวดเร็วมีผู้ใช้มากกว่า 85 ล้านราย มีผู้จ่ายเงินมากกว่า 200 ล้านดอนลาร์ต่อวัน อย่าง เบลลา ธอร์น อดีตนักแสดงที่ได้เล่น OnlyFans ทำเงินได้กว่า 1 ล้านดอลลลาร์ หลังจากเปิด account ไปเพียง 24 ชั่วโมง 

          OnlyFans นี้เองคือหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจากช่วง Covid - 19 ทำให้รายคนใช้เป็นช่องทางสร้างรายได้ด้วยความจำเป็น อย่าง มาร์ค หนุ่มวัย 32 ปีจากอาชีพทำงานในโรงแรม 5 ดาว แต่ต้องตกงานเพราะโควิด-19 ทำให้เขาต้องหันมาสู่คอนเทนต์ครีเอเตอร์หลังจากที่ลองหางานทุกเว็บไซต์แล้วไม่ได้ผล 

          Savannah หนึ่งในคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการรายได้เพิ่มเพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายๆต่างๆ เธอสร้างเงินได้กว่า 64,000 ดอลลาร์ เธอกล่าวว่านี้มันมากกว่าเงินจากงานประจำของเธอซะอีก 

          และยังมีอีกหลายคนแม้แต่ในประเทศไทยเองที่หันเข้าสู่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้วยความจำ มีหนึ่งในครีเอเตอร์กล่าวว่า “A lot of pepole are migrating to OnlyFans out of desperation” ผู้คนหลายคนเข้าสู่ OnlyFans ด้วยความสิ้นหวัง

          แต่อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเว็บไซต์นั้นช่วยสร้างรายได้ให้ตัวครีเตอร์จนสามารถเอาชีวิตรอดและมีเงินใช้ได้ แม้ว่าตัวเลขทั้งจาก Pornhub หรือ OnlyFans นั้นจะดูมากและดูแล้วเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้มหาศาลกับทั้งตัวประเทศ บริษัทหรือตัวครีเอเตอร์เองก็ตาม แต่สิ่งที่ทุกคนต้องเจอคือ ผลที่ตามมา แน่นอนว่าการเป็นครีเอเตอร์ในสายนี้เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอผลวิจารณ์จากทั้งในโลกออนไลน์หรือคนใกล้ตัว กฏหมายและมุมมองนั้นยังไม่เปิดกว้างมากพอสำหรับอาชีพเหล่านี้ อย่างมาร์คที่เราได้กล่าวถึงไป เขาโดนบอกว่า เขานั้นได้ขายวิญญาณไปแล้ว และในหลายคนก็ถูกกล่าวว่าเป็นอาชีพที่น่ารังเกียจ กฏหมายในบางประเทศนั้นไม่อนุญาติและถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย มุมมองจากทิม สโตกลีย์ ผู้่ต่อตั้ง OnlyFans นั้นมองว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่เว้นแม้มนุษย์อย่างเราๆ และเขายังบอกว่า มีครีเอเตอร์อีกมากที่ประสบปัญหาทางการเงิน พวกเขาล้วนดิ้นรนเพื่อที่จะเลี้ยงชีพตัวเอง นอกจากนี้ครีเตอร์หลายคนยังบอกว่า ทุกคนมีสิทธิในร่างกายตัวเอง ไม่แปลกที่จะใช้มัน 

          จากตัวเลขสถิติทั่วโลกผ่านเว็บไซต์เหล่านี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสามารถสร้างรายได้และส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจจริงๆ แต่เพียงปัญหาเดียวที่ยังติดอยู่คือ กฏหมายและมุมมองจากสังคม แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรกันบ้าง?

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก 

Luxtimes

medium

bbc
                    [post_title] => Porn อาจสำคัญกับเศรษฐกิจกว่าที่เราคิด
                    [post_excerpt] => หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Porn มีความสำคัญกับเศรษฐกิจ
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => porn-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a7
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-03-05 10:20:14
                    [post_modified_gmt] => 2021-03-05 03:20:14
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=55163
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [2] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 53006
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-03-02 14:00:08
                    [post_date_gmt] => 2021-03-02 07:00:08
                    [post_content] =>           ธุรกิจ ในปีที่ผ่านมานั้นภาพรวมเรียกว่าประสบปัญหาหนักมากจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องนั้นประสบปัญหาด้านการเงินหรือที่แย่ที่สุดคือต้องปิดตัวลงไป วันนี้ INN ขอเสนอบทความ เทคนิคดีๆ 5 ข้อ ที่อาจจะช่วยให้ ธุรกิจ นั้นสามารถอยู่รอดได้ในปี 2564 

          แน่นอนว่าทุกธุรกิจนั้นได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่อันดับต้นๆคงหนีไม่พ้นธุรกิจท่องเที่ยว มาดูภาพรวมผลกระทบของโควิด-19 ต่อการท่องเที่ยวทั่วโลกกัน

          ผลรายงานจาก World Toursiam Barometer ของ UNWTO(องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ) ระบุว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวโลกนั้นการเติบโตลดลงเฉพาะในเดือนเมษายนปี 2563 ถึงร้อย 97 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2562 

          นักท่องเที่ยวนั้นหายและลดลงไปแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาตร์การท่องเที่ยวโลก นักท่องเที่ยวจากเอเชียและแปซิฟิกหายไป 34.8%  ,ยุโรป 18.0% ,ตะวันออกลาง 19.7% ,อเมริกา 16.2% ,แอฟริกา 13.6% และไฟล์การบินของเอเชียและแปซิฟิกนั้นลดลงถึง 98%   ส่วนในประเทศไทย จังหวัดที่มีการท่องเที่ยวก็เงียบเหงาเช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ นั้นก็กลับร้างเป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน ทำให้หลายธุรกิจนั้นไม่สามารถประคองพิษที่สะสมไว้ได้เลยปิดตัวลงในที่สุด คำถามสำคัญคือควรทำอย่างไรบ้าง ในเมื่อโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว

          1.อยู่ในใจของลูกค้าของคุณ 

          การตลาดนั้นคือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจทุกรูปแบบ หากมองภาพรวมธุรกิจที่อยู่รอดได้ในปีที่ผ่านมานั้น คือธุรกิจที่ยังคงอยู่ในใจของลูกค้า หากในปี 2564 นี้ ยังมีการล็อคดาวน์หรือการปิดประเทศอยู่ ที่จะส่งผลให้ธุรกิจของเรานั้นไม่สามารถดำเนินได้ตามปกติ ทำให้รายได้ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรหยุดทำการตลาด แต่ปรับหรือลดตามงบประมาณของคุณแทน เพราะการตลาดนั้นจะทำให้คุณปรับตัวและเข้าใจลูกเข้าได้อย่างแท้จริง และจะทำให้พวกเขายังส่งเสริมธุรกิจของคุณต่อไป กลยุทธ์นั้นอาจจะไม่ได้นำไปสู่การขายในทันที 

          Social Media Platforms นั้นควรจะเป็นเพื่อนที่ดีของคุณที่คุณควรจะใช้และศึกษาให้เข้าใจอย่างแท้จริงตั้งแต่ตอนนี้ เพราะจากการศึกษาพบว่า “เกือบ 50 % ของประชากรโลกใช้โซเชียลมีเดีย ตัวเลขคราวๆคือ 3 พันล้านคนทั่วโลก” กลยุทธ์ทางการตลาดในโลกโซเซียลมีเดียที่ดี จะทำให้คุณสามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้ แล้วจะทำให้คุณนั้นสามารถอยู่รอดได้ง่ายขึ้น

          2.Get the best hands for the job 

          ในสำนวนไทยคงพูดว่า “ใช้คนให้ถูกกับงาน” พนักงานที่เก่งเหมาะสมกับงานนั้น จะทำให้บริษัทของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นอย่างมาก ในช่วงที่ต้องแข่งขันกันหากคุณมีพนักงานที่ดีนั้นหมายถึงทางรอดในธุรกิจของคุณ เช่นร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวการที่พนักงานนั้นบริการดี บริการด้วยความรวดเร็ว ส่งผลให้ลูกค้าประทับใจและใช้บริการคุณอีกครั้งไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม (ก็ตอบโจทย์ข้อที่แล้วได้) นอกจากเลือกคนให้เหมาะสมกับงานแล้ว หัวหน้างานก็ต้องมีส่วนช่วยในการสนับสนุนให้พนักงานมีความสุข พร้อมที่จะทำงานเสมอ ซึ่งนับว่าไม่ต้องเป็นการลงทุนอะไรมากแต่ให้ผลที่อาจจะทำให้ธุรกิจของคุณนั้นอยู่รอดได้เลยทีเดียว 

          3.ระวังและปกป้องทรัพย์สินให้ดี

          หนึ่งในสิ่งที่ผู้ประกอบการมองข้ามมากที่สุดก็คือตัวทรัพย์สิน ทรัพย์สินในที่นี้รวมถึงอย่างคือ ร้าน แบรนด์ ตัวผลิตภัณฑ์ เงินทอง ที่บอกให้ปกป้องและระวังไว้นั้นคือการต้องสูญเสียทรัพย์สินทางการต่อสู้ทางกฏหมาย 

          ในช่วงสถาการณ์ที่ผ่านมามีหลายแบรนด์และหลายร้านค้าอย่างมากที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินการจากสู้คดีในชั้นศาล บางก็ด้วยความประมาท บางก็ด้วยอารมณ์อย่างในไทยเรามักเห็นการตอบโต้กันระหว่างตัวร้านและลูกค้าไม่ว่าจะในโซเซียลหรือในร้าน โรงแรม ทำให้เกิดการแจ้งฟ้องร้องกันมากมาย ซึ่งผลที่ตามมาคือต้องเสียทรัพย์สินมากมาย  

          4.แผนการเงินและงบประมาณ

          ในการวางแผนธุรกิจนั้นควรมีเรื่องของเงินและงบประมาณเกี่ยวข้องด้วยเสมอ หลายครั้งที่ผู้ประกอบหลายๆคนมักวางแผนโดยไม่คิดถึงส่วนนี้ แผนการเงินและงบประมาณนั้นเหมือนกับแผนที่นำทางให้กับธุรกิจหากขาดมันไปอาจจะทำให้คุณต้องตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่คาดคิด 

          Riley Panko นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญทางการเงินได้กล่าวไว้ว่า “Businesses of all sizes should create a budget if they don’t want to risk the financial health of their organization.” ธุรกิจทุกขนาดควรวางแผนงบประมาณไว้ถ้าไม่อยากมีความเสี่ยงในสุขภาพทางการเงิน

          การวางแผนการเงินและงบประมาณจะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจในการลงส่วนแบ่งต่างๆในธุรกิจแล้วทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

          5.พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงกับทุกสิ่ง

          คุณปรับตัวได้แค่ไหน? คำถามสำคัญจาก Patrick J.Rottunghaus ผู้เขียนหนังสือ The Role of Values in Careers แล้วเขาได้ให้นิยามของการปรับตัวไว้ว่า “The capcity to cope with and capitalize on change, and the ability to recover when unforeseen events alter life plans.”  ความสามารถในการรับมือและใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง ความสามารถในการฟื้นตัวเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาเปลี่ยนแผนชีวิต 

          ในปี 2563 ที่ผ่านมาไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมีทางเลือกแค่ 2 ทางคือ ปรับตัวหรือตาย ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เราต้องประชุมผ่าน zoom เราต้องเรียนออนไลน์ ธุรกิจต่างหยุดนิ่ง และเปลี่ยนพื้นฐานสำคัญของธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่คุณทำได้ก็คือเตรียมความพร้อมและเล่นไปตามจังหวะอย่างฉลาดในธุรกิจของคุณ 

          ในปี 2564 นี้เราก็ยังไม่รู้ว่าต้องเจออะไรบ้างสิ่งที่เราทำได้คือวางแผนให้มากที่สุด เตรียมพร้อมให้มากที่สุด เราถึงจะอยู่รอดได้จนจบปี 2564 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

 

ขอขอบคุณข้อมูลและบทความจาก : 

Entrepreneur 

UNWTO
                    [post_title] => 5 เทคนิคเอาตัวรอดสำหรับธุรกิจในปี 2564
                    [post_excerpt] => มาดูเทคนิคการเอาตัวรอดสำหรับคนทำธุรกิจกัน!
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => 5-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%98
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-03-08 09:37:16
                    [post_modified_gmt] => 2021-03-08 02:37:16
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=53006
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [3] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 52956
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-03-02 11:00:00
                    [post_date_gmt] => 2021-03-02 04:00:00
                    [post_content] =>           Cloud Kitchens หรือชื่อเรียกอื่นๆที่อาจจะเคยได้ยินเช่น Ghost Kitchens,Dark Kitchens ซึ่งเป็นเทรนธุรกิจอาหารที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและขยายตัวมากขึ้น สาเหตุหนึ่งมากจากการระบาดของโควิด 19 ที่ส่งผลร้านอาหารหลายร้านต้องปรับตัว แล้ว Cloud Kitchensคืออะไร มารู้จักไปพร้อมๆกัน

          คำว่า Cloud หรือคลาวด์หลายคนอาจรู้จักกับเคยใช้งานในรูปแบบการฝากข้อมูล อัพโหลดข้อมูล หรือการดูหนัง ฟังเพลงผ่านระบบคลาวด์ แต่รู้หรือไม่ว่าร้านอาหารก็มีเช่นกัน แล้วบางทีคุณอาจจะใช้งานไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

          Cloud Kitchensสรุปให้ง่ายและเห็นภาพที่สุดก็คือ ครัวกลางที่จุดประสงค์หลักทำเพื่อส่งเดลิเวอรี่ และครัวกลางนี้จะถูกจัดการโดยร้านอาหาร เป็นร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่ได้เปิดให้คนไปนั่ง อาจจะทำอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่บอกชัดเจนเลยถูกเรียกอีกชื่อว่า Ghost Kitchensโดยรายงานจาก Goldstein Research เผยตัวเลขว่า Cloud Kitchensทั่วโลกนั้นมีมูลค่าร่วมกันกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

          หากมองในอีกมุม  Cloud Kitchensก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เท่าไรนัก หากเทียบกับร้าน พิซซ่าหรือร้านอาหารจีนที่ส่วนใหญ่ไม่มีหน้าร้านเป็นบริการส่งถึงที่มากกว่า แต่จุดเด่นที่ร้านอาหารคลาว์นี้ทำได้คือเทคโนโลยีและระบบการจัดการงานที่ซับซ้อนกว่าร้านอาหารเดลิเวอรี่ทั่วไปอย่างมาก

          จุดเริ่มแรกของ Cloud Kitchensนั้นมาจากเรื่องปัญหาพื้นที่ อย่างเช่นเมืองนิวยอร์ก ร้านหรือตึกที่ติดถนนนั้นแพงมาก หลายร้านอาหารไม่สามารถสู้ราคาได้ แล้วจะทำยังไงต่อ จะไปตั้งนอกเมืองก็คงไม่มีคนสั่ง ร้านอาหารเลยหาโกดังหรือตึกที่อยู่ในเมืองแต่ไม่ได้ติดถนนใหญ่และบริการส่งเดลิเวอรี่แทน ประหยัด ไม่ไกลลูกค้า ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องหน้าร้าน ไม่ต้องล้างจาน หลังจากนั้นด้วยเทคโนโลยีที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่สูง ประกอบกับโควิด 19 ทำให้ Cloud Kitchens นั้นก็ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน 

          ตัวอย่างที่เปลี่ยนไปและเป็นเหมือนCloud Kitchens Business Models ในยุคนี้ มีข้อดีและจุดสังเกตได้ดังนี้ 

          1.รวมอาหารไว้ที่เดียวกัน

          อยากให้ทุกคนนึกภาพโกดังขนาดใหญ่ มีเครื่องไม้เครื่องมือทำอาหาร อาจจะมีสักสี่ถึงห้าแถว ที่ทำอาหารแต่ละชนิดกัน นั้นละคือระบบการทำงานที่นิยมใช้กัน ด้วยการที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องบริการลูกค้าที่มานั่งทาน มีแต่การจัดการอาหาร ออเดอร์ ทำให้คลาว์คิทเช่นนั้นมักมีร้านอาหารรวมกันอยู่หลายร้าน เช่น มีร้านไก่ทอด ร้านส้มตำ ร้านอาหารตามสั่ง อารมณ์เหมือนฟู้ดคอร์ทขนาดใหญ่ อาจจะเป็นเจ้าของเดียวกันหรือเป็นการร่วมมือกันก็ได้

          2.ต้นทุนต่ำ

          หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจคือการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าสถานที่ ค่าอุปกรณ์ ค่าตกแต่งร้าน ค่าโปรโมท ค่าพนักงาน อีกทั้งยังมีเรื่องกฏหมายแรงงานที่เข้มงวดเรื่องการทำงานขึ้นเรื่อยๆ Cloud Kitchens นั้นสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้อย่างดี ตั้งแต่การใช้ทีมที่น้อยลง ค่าสถานที่ถูกเพราะไม่ต้องหาทำเลดีมากนัก ไม่ต้องมีค่าตกแต่งร้าน ไม่ต้องมีส่วนบริการหน้าร้าน และต่อเนื่องจากข้อก่อนหน้านี้ เมื่อมีหลายครัว หลายร้านอาหาร ก็สามารถสั่งวัตถุดิบมาใช้ด้วยกันได้ทำให้ลดต้นทุนได้มาก ลดโอกาสการเหลือของอาหารที่ทำให้ต้นทุนจม และเมื่อเงินทุนต่ำก็สามารถนำเงินส่วนต่างนี้ไปพัฒนาส่วนอื่นได้มากกว่าร้านอาหารแบบทั่วๆไป

          3.ประสิทธิภาพดีขึ้น

          ประสิทธิภาพดีขึ้นที่ว่านี้ เมื่อเทียบร้านอาหารทั่วๆไป Cloud Kitchensนั้นถูกสร้างขึ้นจากวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน มีระบบที่มุ่งเน้นไปที่กระบวนการผลิต การทำงานครัว ทำให้มองเห็นขั้นตอนและปัญหาได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมวัตถุดิบ ลำดับการทำงาน ความเร็วในการจัดการอาหาร ความเร็วในการส่งเดลิเวอรี่ 

          4.มีข้อมูลในมือช่วยให้ปรับตัวได้ตลอดเวลา

          Cloud Kitchensนอกจากระบบการจัดการหลังบ้านแล้วในข้อก่อนหน้า การรับออเดอร์หรือคำสั่งซื้อนั้นก็มาจากแอปหรือระบบเว็บแทบจะร้อยเปอร์เซ็น สิ่งนี้ทำให้มี ข้อมูลหรือ Data ในมือ ทำให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว หลายบริษัทที่ทำคลาวด์คิทเช่น ปรับกระบวนการสั่งซื้อ ตารางเวลางานของพนักงาน  เมนูอาหาร ได้อย่างรวดเร็ว

          5.ไม่ต้องเสียค่าการตลาดสูง

         จากข้อที่แล้วที่ Cloud Kitchensส่วนใหญ่ใช้บริการผ่านแอป ทำให้การทำการตลาดนั้นง่ายกว่าการโปรโมทร้านอาหารมาก เพราะในแอปก็โชว์ข้อมูลครบตามที่ต้องการเช่น เมนู ราคา ไม่ต้องพรีเซ้นหน้าตาของร้าน หรือทำการตลาดรวมกับแอปที่ช่วยโปรโมทร้านอยู่แล้วนั้นเอง 

          นี่คือข้อดีหลักๆของ Cloud Kitchensแต่แน่นอนเหรียญย้อมมีสองด้าน มีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสีย คลาวด์คิทเช่นนั้นก็มีข้อเสียเช่นกัน ต้องพึ่งพาแอปหรือบริษัทด้านการจัดส่งเดลิเวอรี่มากเกินไป การแข่งขันในโลกดิจิตอลที่มีคู่แข่งจำนวนมาก เรื่องความไม่ใส่ใจในคุณภาพอาหาร ข้อจำกัดในบางพื้นที่เรื่องการทำอาหารในรูปแบบโรงงานแบบคลาวด์คิท

          หากย้อนไปจริงๆ Cloud Kitchensนั้นเริ่มเกิดตั้งแต่ช่วงปี 2010 ด้วยปัญหาเรื่องสถานที่ตามที่กล่าวไป แต่ในช่วงการระบาดของโควิด 19 ทำให้ผู้ประกอบการหลายท่านสู้ค่าที่และค่าพนักงานไม่ไหว อีกทั้งยังมีมาตรการควบคุมที่ทำให้คนนั่งร้านน้อยลง จึงปรับรูปแบบธุรกิจมาสู่การทำคลาว์คิทเช่นมากขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเข้ากับวิธีชีวิตแบบ New Normal

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

thefoodcorridor 

posist

 
                    [post_title] => Cloud Kitchens ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน
                    [post_excerpt] => มาทำความรู้จัก Cloud Kitchens ไปพร้อมๆกัน
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => cloud-kitchens-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-03-03 17:31:25
                    [post_modified_gmt] => 2021-03-03 10:31:25
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=52956
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [4] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 50435
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-03-01 08:30:09
                    [post_date_gmt] => 2021-03-01 01:30:09
                    [post_content] =>           QR CODE นั้นกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร้านค้าและบริการต่างๆในยุคโควิด-19 หลังจากที่ QR CODEนั้นเป็นหนึ่งใน 4 รูปแบบการชำระเงินทั่วโลกที่จะเปลี่ยนไปในปี 2021 การชำระเงินที่จะเปลี่ยนแปลงในปี2021 และจากที่สังเกตดูจากยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ คิวอาร์โค้ด นั้นก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นไปอีกในช่วงเวลาแบบนี้

          QR CODE หรือ คิวอาร์โค้ด คือบาร์โค้ด 2 มิติ ย่อมาจาก Quick Response หรือการตอบโต้อย่างรวดเร็ว ถูกคิดค้นตั้งแต่ปี 1994 เพื่อใช้โหลดข้อมูลให้ข้อมูลสิ่งต่างๆ  ส่วนในประเทศไทยคุ้นเคยกันดี เริ่มตั้งแต่การโอนเงินผ่าน พร้อมเพย์(PromptPay) เริ่มแรกนั้นเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขาย ต่อมาก็ด้วยความจำเป็นจากการต้องเว้นระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing ที่อยากให้ทุกคนเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัสทำให้คิวอาร์โค้ดนั้นกลายเป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในร้านค้า และสุดท้ายก็ตามมาด้วยโครงการคนละครึ่งที่ให้สแกนผ่านคิวอาร์โค้ดในมือถือของผู้ใช้และร้านค้า 

           โควิด-19 นี้เองที่เป็นตัวผลักดันทำให้เกิดการปฏิวัติของคิวอาร์โค้ดและทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ต้องมี ไม่ใช่แค่ในไทยเท่านั้น เจ้าของร้านอาหารในประเทศสหรัฐฯได้กล่าวว่า ลูกค้าทุกคนต่างชอบคิวอาร์โค้ด หลายร้านค้า ร้านอาหารต่างหันมาใช้มัน เพราะมันสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการซื้อขาย เพียงแค่เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วหันไปสแกนเจ้าบาร์โค้ดสีเหลี่ยมดำๆเท่านั้น 

          เจ้าของร้านจากนิวยอร์กอีกท่านได้กล่าวไว้ว่า “ลูกค้านั้นไม่ต้องการที่รอ พวกเขาอยากจ่ายเงินและอยากเดินออกจากร้านได้เลย โดยไม่ต้องขอบิล” 

          ย้อนกลับไปจุดเริ่มคิวอาร์โค้ดแบบสั้นๆ เริ่มแรกถูกคิดค้นในประเทศญี่ปุ่นในช่วงกลางของทศวรรษที่ 90 เพื่อใช้ติดตามส่วนประกอบในการผลิตรถยนต์ ให้ง่ายขึ้น เนื่องจากชิ้นส่วนรถยนต์นั้นมีจำนวนมาก ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก และเจ้าตัวคิวอาร์โค้ดเองสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ด ซึ่งตอบโจทย์ได้อย่างดีสำหรับการผลิตรถยนต์

          จากการระบาดของโควิดนี้เองทำให้เราเห็นการพัฒนาของคิวอาร์โค้ดอย่างก้าวกระโดด จากปีเหลือแค่ไม่กี่เดือน ในสหรัฐอเมริกานั้น ร้านขายยาร่วมมือกับ PayPal และ Venmo กว่า 8,200 แห่ง นอกจากนี้บริษัท Startups หลายรายได้ใช้คิวอาร์โค้ดในธุรกิจที่ต้องปรับตัว บางแห่งใช้คิวอาร์โค้ดเพื่อโชว์และให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้เลยจากป้ายโฆษณาตามแหล่งต่างๆ 

          ในระบบสาธารณสุขเองก็ใช้ QR CODEเช่นเดียวกันในประเทศอังกฤษมีข้อกำหนดให้ทุกคนต้องสแกนเพื่อเช็คอิน เวลาเข้าสถานที่ เหมือนกับบ้านเราที่ใช้ไทยชนะ เวลาต้องเข้าห้าง ร้าน ต่างๆ เพื่อเป็นใช้ติดตามกรณีเกิดเหตุมีผู้ติดเชื้อในพื้นที่นั้นๆ ได้ตามตัวหรือหากลุ่มเสี่ยงถูก 

          ระบบคิวอาร์โค้ดที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถอย่างชัดเจนคือในบริการของ Amazon Go ที่ให้ลูกค้านั้นสามารถเลือกหยิบสินค้าได้ ระบบสแกนโดยอัตโนมัติผ่านกล้องที่มีอยู่รอบร้าน เพื่อเราเลือกซื้อสินค้าเสร็จ ก็แค่เดินออกไปเลย ระบบจะหักเงินจากบัญชีของลูกค้าไป เป็นการซื้อของที่ไม่ต้องมีแคชเชียร์ และหลายร้านค้าเริ่มติดต่อเพื่อข้อการใช้เทคโนโลยีเช่นเดียวกัน  

          ผู้พัฒนาระบบ Andrew Radlow , Chief business officer ของ Grabango กล่าวว่า “ผมยังไม่เห็นเหตุผลว่าทำไม QR จะไม่แพร่หลายในร้านค้าในอนาคต”  ซึ่งปีที่ผ่านมาก็ได้เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงแม้แต่น้อย 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

bbc 

กระทรวงสาธารณสุข
                    [post_title] => ยุคโควิดต้องมี QR CODE
                    [post_excerpt] => คุณรู้ไหมว่า QR CODE นั้นกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร้านค้าในยุคโควิด-19
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => %e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5-qr-code
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-03-02 13:42:12
                    [post_modified_gmt] => 2021-03-02 06:42:12
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=50435
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [5] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 49437
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-02-25 11:00:20
                    [post_date_gmt] => 2021-02-25 04:00:20
                    [post_content] =>           ไมค์ ไทสัน (Mike Tyson) อดีตนักมวยชาวอเมริกัน แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สถาบันคนแรกของโลก ชีวิตที่ผ่านอะไรมากมายของไมค์ ไทสันนั้น ได้มอบบทเรียนให้กับผู้ประกอบการหรือคนวัยทำงานแบบเราได้อย่างดี

          เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ไมค์ ไทสัน ในวัย 54 ปี ได้ก้าวสู่สังเวียนเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี เพื่อชกกับ รอย โจนส์ จูเนียร์ (Roy Jones, Jr.) การชกรอบนี้คาดว่าสร้างรายได้นับล้านเพราะทั่วโลกการรอชมการกลับมาของตำนานอย่างไมค์ ไทสัน และจากการชกนี้เองทำให้เรานึกถึงชีวิตที่ยากพอๆกับการชกบนเวทีของเขา และนำมาสู่บทเรียนที่มาใช้ในชีวิตการทำงาน

          1.ทุกคนมีแผน จนโดนชกเข้าที่หน้า

          “Everyone has a plan until they get punched in the face” หนึ่งในวลีฮิตของ ไมค์ ไทสัน ในการชกล่าสุดที่ผ่านมาทุกคนนึกภาพว่า หมัด ของ ไมค์จะส่งตรงเข้าหน้าของ  รอย โจนส์ จูเนียร์ ราวกับว่ามันจะทะลุกะโหลกของ รอยไปเลย เขาคงต่อสู่อย่างดุเดือด กลยุทธ์ที่ดีที่สุดหากต้องการรอดชีวิตคงเป็นการรัวหมัดรุมจนไทสัน ไม่สามารถใช้หมัดของเขาได้ และนั้นเป็นสิ่งที่โจนส์ ถนัดและใช้มันเสมอมา

          แต่เมื่อการต่อสู่เริ่มขึ้น ไมค์ ได้เริ่มชกด้วยระยะประชิดสลับการกอด เป็นสิ่งที่แฟนมวยไม่เคยเห็น และตัวโจนส์เองก็คงไม่คาดคิดเช่นกัน นั้นคือสิ่งที่ ไมค์ ไทสันได้เรียนรู้และปรับตัวจากระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีคำกล่าวว่า The old dog had indeed learned new tricks.

          การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณอยากจะอยู่รอดในตลาดหรือการทำงาน การทำสิ่งเดิมๆแต่อยากได้ผลใหม่ นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่นสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันเราคงจะใช้กลยุทธ์การตลาดเมื่อปีก่อนๆไม่ได้แล้ว เราจะต้องเรียนรู้และปรับตัวตลอดเวลา มองหาจุดที่จะพัฒนาตัวเรา บริษัทให้อยู่รอดได้

          2.ชัดเจนว่าคุณกำลังสู้กับใครและทำไม

          “I haven’t done this in fifteen years,I’m not a giant, I’m a beginner.”  

          “ผมไม่ได้ชกมาสิบห้าปีแล้ว ผมไม่ใช่ยักษ์ ผมเป็นมือใหม่”

          ไมค์ ไทสันให้สัมภาษณ์อย่างจริงจังหลังการชกจบลง

         “ก่อนหน้านี้ทุกอย่างทั้งรถหรู เครื่องบิน เรือ นั้นเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวผม แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ผมอยากจะหาเส้นทางอื่น”

          ในช่วงจุดสูงสุดของชีวิตไมค์นั้นเขามีทุกอย่าง และทุกอย่างก็พังลงเมื่อเข้าพ่ายแพ้ให้กับ McBride ตอนนั้นเองเขาได้ภรรยาของเขา Lakiha Spicer ที่ช่วยให้ตัวตนเขากลับมา และในครั้งนี้เขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง เขาสู้เพื่อระดมทุนหลายล้านเพื่อการกุศล เป็นเส้นทางที่เขาต้องการ เส้นทางที่สู้เพื่อคนอื่น

          ผู้ประกอบการและธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการมุ่งเน้นไปที่การสร้างรายได้ การสร้างบริษัทให้เติบโต และเมื่อถึงจุดหนึ่งทุกคนต้องเลือกว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือต้องการทำเงินให้มากขึ้น

          หากเราเลือกที่จะทำงานให้มากขึ้น เราอาจจะต้องอยู่กับการมองหายอดเงินในแบบไม่จบไม่สิ้น หากเราเลือกสร้างความแตกต่าง อาจจะทำให้เราจดจำได้ว่า เราทำธุรกิจเพื่ออะไร เราจะมีความชัดเจนว่าใครคือคู่ต่อสู้ของเรา แล้วเราสู้ไปทำไม

          3.สบายใจที่จะทำสิ่งที่ไม่สบายใจ

          ทำไม ไมค์ ไทสัน ถึงตัดสินใจกลับมาชกอีกครั้ง ทั้งๆที่ในสังเวียนนี้ไม่มีอะไรให้พิสูจน์อีกแล้ว

          “Because it’s what I fear the most.”  เพราะนั้นคือสิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด ไมค์กล่าวถึงการกลับขึ้นสังเวียนครั้งนี้

          การต่อสู้ที่สำคัญที่สุดก็คือการต่อสู้กับตัวเอง หลายปีที่เขากลัวอย่างฝั่งลึก เขากลัวที่จะใส่ถุงมือ ใส่นวมมาออกกำลังอีกครั้ง เขารู้ตัวว่าอีโก้ ทั้งหลายจะกลับมาอีกครั้ง ในการสู้ครั้งนี้เขามุ่งไปที่การต่อสู้ด้วยความอดทนมากกว่าที่จะพยายามล้มคู่ต่อสู้ให้น็อคแบบที่เขาเคยเป็น

          ชีวิตการทำงานหรือธุรกิจนั้นล้มเหลวทันทีเมื่อคุณอยู่ในคอมฟอร์ทโซนนานเกินไป ช่วงเวลาตัดสินใจที่สำคัญจะมาถึงไม่ช้าก็เร็ว สำคัญที่สุดคือการเผชิญหน้ากับความกลัว เรียนรู้ที่จะสู้และประสบความสำเร็จไปกับมัน

          4.ต่อยไปเรื่อยๆ

          ไมค์ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ทุกครั้งที่ต้องขึ้นชกเขากลัวเจ็บเสมอ หลายคนคิดว่าคนอย่างไมค์นั้นไม่เกรงกลัวอะไร คิดว่าไมค์สามารถเดินชกคู่ต่อสู้อย่างไร้ความกลัว แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เลย เมื่อสิบห้าปีที่แล้วไมค์เลือกที่จะยอมแพ้ ไม่ยอมขึ้นชกบนสังเวียน แต่ชีวิตจริงนั้นไมค์ไม่สามารถหยุดต่อยได้ เราต้องก้าวต่อไป ผู้ประกอบหลายคนเหมือนกับกลาดิเอเตอร์ที่ลงสนามรบและแบกความเสี่ยงทั้งหมดโดยไม่มีแผนสำรอง เราไม่มีทางเลือกนอกจากทำให้มันสำเร็จ แต่หากมันไม่สำเร็จขึ้นมา เราก็ต้องล้มเหลวไปในทันที หากคุณต้องการประสบความสำเร็จ ความล้มเหลวหรือการเลิกต่อสิ่งที่ทำนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดี จงสู้ต่อไป

          ไม่ว่าปีนี้ เศรษฐกิจหรือโรคระบาดจะเหวี่ยงหมัดใส่เราแรงแค่ไหน ไม่สำคัญว่าเราจะล้มหรือแพ้กี่ครั้งคำถามสำคัญคือเราจะยอมแพ้หรือไม่ หรือจะลุกขึ้นมาชกกับความกลัวอีกครั้งเหมือนไมค์ ไทสัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

entrepreneur
                    [post_title] => 4 ข้อคิดที่คนวัยทำงานเรียนรู้ได้จาก ไมค์ ไทสัน
                    [post_excerpt] => ไมค์ ไทสัน ได้มอบบทเรียนให้กับผู้ประกอบการหรือคนวัยทำงานอย่างไรบ้าง?
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => 4-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-02-25 13:37:59
                    [post_modified_gmt] => 2021-02-25 06:37:59
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=49437
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [6] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 48490
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-02-23 14:00:19
                    [post_date_gmt] => 2021-02-23 07:00:19
                    [post_content] =>           ไหนใครบ้างที่รู้สึกว่าช่วงนี้เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ หรือรู้สึกว่าใช้เงินเก่งเกินไปแล้ว แต่ก็มีความรู้สึกอยากจะมีเงินเก็บแบบคนอื่นเขาบ้าง แต่ก็ยังหักห้ามใจไม่ได้สักที วันนี้ทีม INN จะมาแนะนำ  Applicationเก็บเงิน ที่จะช่วยทำให้เงินคุณไม่รั่วไหลไปมากกว่านี้ มีตัวไหนที่น่าดาวโหลดลงมือถือของเราบ้าง ไปดูกันเลย!

Money Lover

          1.Money Lover

          อยากจะแอบกระซิบบอกทุกคนว่าแอพนี้ได้รับความนิยมจากเหล่าผู้ที่ชอบออมเงินเป็นอย่างมาก  Money Lover เปรียบเสมือนเลขาที่จะช่วยให้คุณบริหารเงินได้สะดวกมากขึ้น 
  • Money Lover จะคอยรายงานว่าคุณใช้เงินไปเท่าไหร่แล้ว  ถ้าใช้มากไปก็จะมีการแจ้งเตือนว่าคุณใช้เงินเกินลิมิตแล้วนะ
  • บันทึกรายรับรายจ่ายได้อย่างละเอียด 
  • สำหรับใครที่มีหนี้เยอะหรือเป็นสายทวงหนี้ แอพนี้สามารถบันทึกได้ว่าใครที่ติดหนี้เอยู่บ้าง ติดเป็นจำนวนเท่าไหร่
  • สามารถคาดการณ์การใช้เงินของคุณได้ล่วงหน้า  3 เดือน
  • คอยรายงานว่าแต่ละเดือนคุณใช้เงินไปเท่าไหร่แล้วบ้าง
  • สามารถสแกนใบเสร็จได้ เพียงแค่ถ่ายรูปใบเสร็จก็ถูกบันทึกเรียบร้อยเลย
Metang           2.Metang           สำหรับใครที่ไม่ชอบพิมพ์ แอพนี้ต้องตอบโจทย์แน่นอน ใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็วเพราะมีความสามารถพิเศษในการออกคำสั่งด้วยเสียง
  • แอพนี้จะแสดงกราฟรายรายรับ-รายจ่ายให้คุณในแต่ละวัน โดยที่คุณไม่ต้องกังวลเลยว่าคุณจะใช้เงินเกินงบหรือเปล่า
  • สามารถบันทึกได้หลายบัญชี และตั้งชื่ออะไรก็ได้ตามที่ใจของคุณต้องการ ไม่ว่าจะตั้งเป็นชื่อ , สถานที่ , ครอบครัว , การเดินทาง เป็นต้น
  • สร้างบัญชีแบบบัตรเครดิตได้ มีแจ้งเตือนก่อนถึงวันกำหนดชำระด้วย
  • สามารถเลือกสกุลเงินนานาชาติได้ สมมุติว่าถ้าคุณต้องเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวที่ต่างประเทศ แอพนี้ก็จะสามารถบันทึกรายการค่าใช้จ่ายได้แบบไม่ต้องคอยเปลี่ยนสกุลเงินให้มันยุ่งยาก
  • Export รายรับ-รายจ่ายออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้
Piggipo           3.Piggipo           แอพนี้ต้องตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบใช้บัตรเครดิตอย่างแน่นอน แอพนี้ทั้งบันทึกรายรับ - รายจ่ายได้ และยังช่วยจัดการในเรื่องของบัตรเครดิตอีกด้วย ไม่ว่ารายจ่ายในส่วนของบัตรเครดิตของคุณจะเยอะแค่ไหน Piggipo จะช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน
  • ช่วยควบคุมการใช้จ่ายของบัตรเครดิต
  • จะคอยดูแลในส่วนของบัตรเครดิตว่าถึงกำหนดจ่ายเงินวันไหน แต่บัตรเครดิตในแต่ละใบใช้เงินไปเท่าไหร่แล้วบ้าง
  • มีระบบคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตก่อนชำระเงิน
  • สามารถ sync กับทางธนาคารได้โดยตรง
  • บันทึกรายรับรายจ่ายธรรมดาได้ โดยมีการแสดงผลเป็นเป็นกราฟที่มีสีสัน ทำให้อ่านผลได้ง่าย
Applicationเก็บเงิน           4.Mobills            ใครที่ชอบขี้ลืมบ่อยๆ แอพ Mobills จะคอยเป็นผู้ช่วยเตือนความจำคุณ ไม่ว่าคุณจะชอบลืมจ่ายค่าโทรศัพท์ ค่ารถ ค่าบ้าน ค่าบัตรเครดิต และอีกหลายต่อหลายอย่าง เมื่อถึงเวลาที่คุณจะต้องจ่ายเงิน  Mobills จะคอยแจ้งเตือนคุณแบบที่คุณจะไม่ต้องลืมจ่ายเลยล่ะ
  • แอพนี้จะคอยวางแผนและติดตามการใช้จ่ายของคุณอยู่เสมอ ถ้าใช้เกินตามที่วางแผนไว้ก็จะมีการแจ้งเตือนคุณทันที
  • สามารถสร้างตารางรายรับ-รายจ่ายประจำเดือนได้อย่างที่คุณต้องการ
  • จัดการบัญชีหลายบัญชีได้พร้อมๆกัน รวมถึงบัตรเคดิตด้วย 
  • รองรับ Apple Watch
  • สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้
          และนี่ก็คือ 4 Application ที่จะช่วยคุณบริหารเงินให้เป็นไปตามอย่างที่ใจต้องการ ลองโหลดมาใช้กันดูนะทุกคน ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => แนะนำ Application "เก็บเงิน" ที่คุณควรมีติดไว้ในมือถือ [post_excerpt] => อยากจะมีเงินเก็บก็ต้องมี Appliication เหล่านี้แล้วล่ะ [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3-application-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-03-01 10:06:11 [post_modified_gmt] => 2021-03-01 03:06:11 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=48490 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [7] => WP_Post Object ( [ID] => 48129 [post_author] => 19 [post_date] => 2021-02-22 16:23:06 [post_date_gmt] => 2021-02-22 09:23:06 [post_content] => Forex หรือ Foreign Exchange คือ ตลาดการค้าเงินที่ใหญ่ที่สุด ที่มีการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละสกุลเงิน ซึ่งราคาจะแปรผันตามความต้องการที่ทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยราคาจะแปรผันตามความต้องการซื้อและความต้องการขายของสกุลเงินนั้นๆ ซึ่งมีปัจจัยหลายๆ อย่างเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจการเงินของประเทศ, ราคาทองคำ, อัตราดอกเบี้ย, อัตราเงินเฟ้อ, ราคาน้ำมันและสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน รวมไปถึงตัวเลขสำคัญๆ ทางเศรษฐกิจด้วย จนส่งผลให้ค่าเงินของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันไป จึงเป็นช่องว่างให้สามารถทำกำไรได้ โดยปกติแล้วจะมีคู่เงินสกุลหลักของโลกที่นิยมเล่นเนื่องจากมีอัตราการแลกเปลี่ยนที่สูงและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอได้แก่
  • EUR/USD (Euro – US Dollar)
  • USD/CHF (US Dollar – Swiss Franc)
  • USD/JPY (US dollar – Japanese Yen)
  • GBP/USD (British Pound – US Dollar)
  • USD/CAD (US Dollar – Canadian Dollar)
  • AUD/USD (Australian Dollar – US Dollar)
จะเห็นว่าสกุลเงินหลักที่มีคนเล่นและต้องการจำนวนมากได้แก่ สกุลเงิน ดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นในการวิเคราะห์ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์จึงทำได้โดยง่าย  เพราะสินค้าหลายๆ ตัวอ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นั่นเอง ลงทุนเทรด Forex ใช้เงินสูงหรือไม่ โดยปกติแล้วการเทรด ฟอเร็กซ์ จะใช้เงินเริ่มต้นที่ 5-10 เหรียญเท่านั้น ไม่ต้องใช้เงินในปริมาณที่มาก หากแต่จะต้องบริหารจัดการเงินหน้าตักให้ดีเพราะอาจทำให้ขาดทุนมาหาศาลก็เป็นได้ เพราะมีอัตราส่วนทางการเงินที่เรียกว่าLeverageซึ่งเป็นตัวในการสร้างพลังในการซื้อและสามารถทำให้นักลงทุนกำไรหรือขาดทุนมากนั่นเอง เพราะอย่าลืมว่าอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่เหมือนราคาหุ้นที่สามารถวิ่งขึ้นลงได้มากกว่า 30% ต่อวันได้แต่ถ้าได้ค่า Leverageมาช่วยก็จะทำให้สามารถเทรดค่าเงินได้กำไรมหาศาล ที่มาของรูป : https://th.tradingview.com/chart/pRNq8EnJ/เว็บไซต์ผู้ให้บริการกราฟฟรีออนไลน์ จากกราฟข้างบนเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินระหว่างค่าเงิน EURUSD ตั้งแต่ 15 มีนาคม 2019 – 2 กุมภาพันธ์ 2021 จะเห็นได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนค่าต่ำสุดสวิงไปค่าสูงสุดมีผลต่างกันแค่ 0.17033 เท่านั้น หากต้องการกำไรมากกว่านี้จะต้องเปิดออเดอร์หรือซื้อในปริมาณมาก แต่ด้วยเงินลงทุนมีไม่มากจึงสามารถที่จะใช้อำนาจในการ Leverage ได้ ซึ่งจะมีอัตราส่วนต่ำสุดที่ยอมรับได้คือ 1:1 ในขณะที่สูงสุดคือ 1:1,000 นั่นเท่ากับว่าหากคุณใช้เงินเพียง 1 หน่วยจะสามารถซื้อค่าเงินนั้นในปริมาณ 1,000 หน่วยได้นั่นเอง ทำไมต้องใช้ค่าเลเวอเรจในตลาดฟอเร็กซ์ นั่นเพราะในการซื้อขายแต่ละครั้งจะมีปริมาณขั้นต่ำเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยปริมาณที่ยอมรับในการซื้อขายได้นั่นก็คือ 0.01 lot เท่ากับว่าหากนักลงทุนเทรดค่าเงิน EUR/USD จำนวน 0.01 lot โดยที่ 1 pip มีค่าเท่ากับ 10 เซนต์ (สำหรับราคาสี่หลัก) นั่นเท่ากับว่าหากค่าเงินมีการขึ้น-ลง 1 จุด นักลงทุนจะได้กำไร-ขาดทุนที่จุดละ 10 เซนต์ ถ้าหากเป็น 0.1 lot กำไร-ขาดทุนก็จะเป็นจุดละ 100 เซนต์หรือ 1 ดอลลาร์ แต่ถ้า 1.0 lot กำไร-ขาดทุนก็จะเป็นจุดละ 10ดอลลาร์ทันที นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงต้องใช้ค่า เลเวอเรจ ในการเทรดที่จำนวน lot น้อยๆ เพราะป้องกันปัญหาการขาดทุนในปริมาณมากได้ แต่ใช่ว่าใช้ค่าเลเวอเรจแล้วจะไม่ขาดทุนได้ เพราะถ้าเทรดผิดทางก็ทำให้ขาดทุนในปริมาณมากได้เช่นกันดังนั้นในการเทรดนักลงทุนไม่จำเป็นใช้เงินทั้งหมดเพื่อการเทรด แต่ควรแบ่งเงินออกมา 10% เพื่อใช้ในการเทรด เช่น ฝากเงินเข้าสู่ระบบที่ 100 เหรียญ แต่ใช้เงินเทรดจริงที่ 10 เหรียญแล้วใช้ค่าเลเวอเรจที่ 1: 10 ก็จะมีกำลังในการซื้อเท่ากับ 100 เหรียญ เมื่อทิศทางการเทรดเป็นไปในทางที่ดีขึ้น นักลงทุนสามารถที่จะเพิ่มการเทรดใหม่ก็สามารถนำ 90 เหรียญที่เหลือมาเทรดเพิ่มได้ในการทำเลเวอเรจ มีทั้งข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้ ข้อดี
  • สามารถเข้าเทรดในปริมาณที่สูงได้
  • ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยจากการทำ เลเวอเรจ
  • สามารถเพิ่มผลกำไรด้วยการเทรด 10 เท่า
ข้อเสีย
  • มีความเสี่ยงสูง
  • ประมาทจากการหลงในกำลังซื้อที่มากจนอาจขาดการมีวินัย
  • Margin/Stop-Out เกิดจากการเทรด EUR/USD 1 lot ที่ ราคาจุดละ 10ดอลลาร์ หากปริมาณตำแหน่งเท่ากับ 0.01 ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายจุดละ 10 เซนต์ ในกรณีแรกการฝากเงินจะ Stop-Out ไวมาก
ฝึกเทรดกับ liteforex ด้วยบัญชีทดลองเทรด สำหรับใครที่สนใจอยากจะทดลองเทรดเพื่อศึกษาถึงวิธีการทำ เลเวอเรจสามารถแจ้งความจำนงสมัครเข้าใช้งานกับทาง liteforex ซึ่งเป็นโบรกเกอร์มืออาชีพ จะมีบัญชีทดลองเทรดให้กับสมาชิกทุกท่านที่สนใจ แม้จะเป็นเพียงบัญชีทดลองเทรดแต่ราคาและความเคลื่อนเป็นของจริง นักลงทุนสามารถทดลองการเทรดจริงไปพร้อมกับการใช้ค่าเลเวอเรจต่างๆ ให้เกิดความชำนาญ โดยเฉพาะคำสั่งในการซื้อ-ขาย เพราะหากผิดพลาดอาจส่งผลเสียต่อการเทรดได้ เนื่องจากในสถานการณ์จริงจะมีนักเทรดหน้าใหม่ มืออาชีพ กองทุน ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ในการเทรดมากมาย เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดและเทรดเพื่อทำกำไรได้ จะต้องศึกษาหาความรู้และให้พาร์ทเนอร์มืออย่าชีพอย่าง liteforex ค่อยให้คำแนะนำและชี้แนะแนวทางการลงทุนในตลาดเงินนี้ จึงจะประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังได้   [post_title] => Forex อีกหนึ่งช่องทางการลงทุนทางเลือกที่มาพร้อมค่าเลเวอเรจพลังมหัศจรรย์แห่งอำนาจ [post_excerpt] => Forex หรือ Foreign Exchange คือ ตลาดการค้าเงินที่ใหญ่ที่สุด ที่มีการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละสกุลเงิน ซึ่งราคาจะแปรผันตามความต้องการที่ทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => forex [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-22 16:36:33 [post_modified_gmt] => 2021-02-22 09:36:33 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=48129 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) ) [post_count] => 8 [current_post] => -1 [in_the_loop] => [post] => WP_Post Object ( [ID] => 49326 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-03-05 14:00:36 [post_date_gmt] => 2021-03-05 07:00:36 [post_content] =>           เทรนอาหาร 2021 นับว่าเป็นความน่าสนใจไปทั่วโลก สืบเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ทำให้ธุรกิจอาหารต้องปรับตัวอย่างหนักและโลกของอาหารก็ได้เริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้เราอาจจะได้ยินเรื่องอาหารที่ทำจากแมลง และล่าสุดกับคุณศรวุฒิ กิตติบัณฑร หนุ่มไทยที่นำขนไก่มาทำเป็นสเต็กได้สำเร็จ อยากจะบอกว่านี้คือหนึ่งใน เทรนอาหาร 2021ที่จะได้เห็นและสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้บริโภคทั่วๆไปหรือเจ้าของธุรกิจก็ต้องรู้เอาไว้            1.อาหารจากพืช           อาการจากพืชนั้นยังคงได้รับความนิยมและเป็น เทรนอาหาร 2021อาหารจากพืชไม่ว่าเป็นผัก ผลไม้ทั่วไป หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปก็ยังได้รับความนิยมอยู่มาก ที่ผ่านมามีคนกว่า 28 เปอร์เซ็นที่หันมากินโปรตีนมาก รวมถึงกินพืชมากขึ้นในช่วงการระบาดของไวรัส ตามคำแนะนำของ IFIC หรือ INTERNATIONAL FOOD INFORMATION COUNCIL ผู้คนส่วนมากหันมาประทานอาหารมังสวิรัติและอีกหลายคนหันมาลองรับประทานอาหารมังสวิรัติที่มีรสชาติดี (อารมณ์คือลองทาน ไม่ได้ทานจริงจัง) ในปีนี้คาดว่ากระแสจะเพิ่มมากขึ้น มีร้านอาหารที่ทำจากพืชเพิ่มมากขึ้น และนวัตกรรมที่เติบโตมากขึ้นในปีนี้เช่น ปลา            2.เนื้อสังเคราะห์            ในปี 2020 ที่ผ่านมาเนื้อสังเคราะห์ เนื้อเทียม (Cultured Meat) นั้นได้รับการพัฒนาและปรับปรุงเรื่อยมา ใครที่ยังไม่รู้จัก มันคือการเอาชิ้นส่วนเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของสัตว์มาสกัดแล้วเลี้ยงบนจานแก้วจนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นเนื้อชิ้นใหม่ที่นำมาปรุงอาหารได้ มีตั้งแต่ไก่ เป็ด วัว ตามความต้องการของผู้บริโภค และรวมถึงเนื้อที่ดัดแปรงผสมกับแมลงด้วย ในปี 2021 นี้เชื่อว่าทุกคนจะได้เห็นมากขึ้น หลังจากที่สิงคโปร์อนุมัติให้ขายเนื้อไก่ที่ผลิตจากห้องทดลองอย่างเป็นทางการ และเราเริ่มที่จะเห็นร้านอาหารบางร้านเปิดทดลองให้ผู้ที่สนใจได้ลองชิม มี Startup เกิดขึ้นมากมาย            3.อาหารเช้า            เป็นข้อที่น่าแปลกใจพอสมควรเมื่ออ่านครั้งแรก ปกติอาหารเช้า มื้อเช้านั้นเป็นมื้อที่คนให้ความสำคัญน้อยมากที่สุด แต่ในปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ การ Work From Home นั้นยังมีอยู่ ทุกคนมีเวลาอยู่บ้านกันมากขึ้น ทำให้เริ่มคิดถึงความสำคัญของอาหารเช้ามากขึ้น ในปีที่ผ่านมาซีเรียลนั้นกลับมาได้รับความนิยมอย่างมาก ในปีนี้คาดว่าอาหารเช้าประเภทอื่นจะได้รับความนิยมเพิ่มเช่นกัน            4.อาหารหมัก ดอง           ในประเทศไทยนั้นอาจจะไม่เห็นเยอะเท่าในต่างประเทศกับอาหารหมัก ดองที่อยู่ในรูปแบบกระป๋องเช่นแตงกวา หัวหอม หัวไซเท้า ถั่วหรือแม้กระทั้งเนื้อต่างๆที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้และยังได้ความนิยมในการซื้อมาเก็บไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินหากไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้            5.อาหารชุด Take and Bake            ด้วยการที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถไปร้านอาหารได้อย่างเต็มที่ นอกจากบริการเดลิเวอรี่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมาแล้ว อาหารชุดแนว Take and bake มีโอกาสที่จะเติบโตขึ้น take and bake คืออาหารปรุงรสชาติ ใส่ส่วนผสมที่สดใหม่ไม่เหมือนอาหารแช่แข็ง ทำมาเรียบร้อยเหลือแค่นำไปอบหรือย่างเอง  เช่น พิซซ่า หรือ เนื้อสเต็ก ในต่างประเทศนั้น Take and Bake Pizza ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากธุรกิจประเภทนี้สามารถประหยัดพื้นที่และทำกำไรได้ เพราะไม่ต้องมีเตา ส่วนลูกค้าเองก็สามารถนำอาหารไปปรุงเองได้เหมือนอยากทาน โดยคุณภาพนั้นก็ไม่ต่างกับสั่งเองจากร้าน เป็นกิจกรรมที่ทำกับครอบครัวได้อีก            เทรนอาหาร 2021นั้นเปลี่ยนแปลงและปรับให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังมีการระบาดของโควิด-19 การปรับตัวไม่ว่าจะผู้บริโภคหรือเจ้าของธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อเอาตัวรอดให้ได้จนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้นหรือไม่ก็อาจจะเป็นรูปแบบชีวิตที่เราต้องอยู่กับมันไปเลยก็ได้ สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องเทคนิคการเอาตัวรอดสำหรับธุรกิจในปี 2021 นี้ ลองอ่านดูได้ที่นี่ ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => เทรนอาหาร 2021 โลกของอาหารที่เปลี่ยนไป [post_excerpt] => เทรนอาหาร 2021 จะเป็นอย่างไรในปีนี้ ไปดูกันเลย [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-2021-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-03-05 11:49:55 [post_modified_gmt] => 2021-03-05 04:49:55 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=49326 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [comment_count] => 0 [current_comment] => -1 [found_posts] => 23 [max_num_pages] => 3 [max_num_comment_pages] => 0 [is_single] => [is_preview] => [is_page] => [is_archive] => 1 [is_date] => [is_year] => [is_month] => [is_day] => [is_time] => [is_author] => [is_category] => 1 [is_tag] => [is_tax] => [is_search] => [is_feed] => [is_comment_feed] => [is_trackback] => [is_home] => [is_privacy_policy] => [is_404] => [is_embed] => [is_paged] => [is_admin] => [is_attachment] => [is_singular] => [is_robots] => [is_favicon] => [is_posts_page] => [is_post_type_archive] => [query_vars_hash:WP_Query:private] => 50b9ce5e5498442677dbcf5e919e5e34 [query_vars_changed:WP_Query:private] => [thumbnails_cached] => [stopwords:WP_Query:private] => [compat_fields:WP_Query:private] => Array ( [0] => query_vars_hash [1] => query_vars_changed ) [compat_methods:WP_Query:private] => Array ( [0] => init_query_flags [1] => parse_tax_query ) )
การเงินเทรนอาหาร 2021 โลกของอาหารที่เปลี่ยนไป
การเงินPorn อาจสำคัญกับเศรษฐกิจกว่าที่เราคิด
การเงิน5 เทคนิคเอาตัวรอดสำหรับธุรกิจในปี 2564
การเงินCloud Kitchens ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน
การเงินยุคโควิดต้องมี QR CODE
การเงิน4 ข้อคิดที่คนวัยทำงานเรียนรู้ได้จาก ไมค์ ไทสัน
การเงินแนะนำ Application "เก็บเงิน" ที่คุณควรมีติดไว้ในมือถือ
การเงินForex อีกหนึ่งช่องทางการลงทุนทางเลือกที่มาพร้อมค่าเลเวอเรจพลังมหัศจรรย์แห่งอำนาจ

การเงิน

การเงิน Forex อีกหนึ่งช่องทางการลงทุนทางเลือกที่มาพร้อมค่าเลเวอเรจพลังมหัศจรรย์แห่งอำนาจ
Forex หรือ Foreign Exchange คือ ตลาดการค้าเงินที่ใหญ่ที่สุด ที่มีการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละสกุลเงิน ซึ่งราคาจะแปรผันตามความต้องการที่ทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา