fbpx
Home
|

การเงิน

8WP_Query Object
(
    [query] => Array
        (
            [post_type] => post
            [category__in] => 5
            [orderby] => date
            [order] => DESC
            [posts_per_page] => 8
            [category__not_in] => Array
                (
                    [0] => 65
                    [1] => 66
                    [2] => 54
                    [3] => 55
                )

            [paged] => 2
        )

    [query_vars] => Array
        (
            [post_type] => post
            [category__in] => Array
                (
                    [0] => 5
                )

            [orderby] => date
            [order] => DESC
            [posts_per_page] => 8
            [category__not_in] => Array
                (
                    [0] => 65
                    [1] => 66
                    [2] => 54
                    [3] => 55
                )

            [paged] => 2
            [error] => 
            [m] => 
            [p] => 0
            [post_parent] => 
            [subpost] => 
            [subpost_id] => 
            [attachment] => 
            [attachment_id] => 0
            [name] => 
            [pagename] => 
            [page_id] => 0
            [second] => 
            [minute] => 
            [hour] => 
            [day] => 0
            [monthnum] => 0
            [year] => 0
            [w] => 0
            [category_name] => finance
            [tag] => 
            [cat] => 5
            [tag_id] => 
            [author] => 
            [author_name] => 
            [feed] => 
            [tb] => 
            [meta_key] => 
            [meta_value] => 
            [preview] => 
            [s] => 
            [sentence] => 
            [title] => 
            [fields] => 
            [menu_order] => 
            [embed] => 
            [category__and] => Array
                (
                )

            [post__in] => Array
                (
                )

            [post__not_in] => Array
                (
                )

            [post_name__in] => Array
                (
                )

            [tag__in] => Array
                (
                )

            [tag__not_in] => Array
                (
                )

            [tag__and] => Array
                (
                )

            [tag_slug__in] => Array
                (
                )

            [tag_slug__and] => Array
                (
                )

            [post_parent__in] => Array
                (
                )

            [post_parent__not_in] => Array
                (
                )

            [author__in] => Array
                (
                )

            [author__not_in] => Array
                (
                )

            [ignore_sticky_posts] => 
            [suppress_filters] => 
            [cache_results] => 1
            [update_post_term_cache] => 1
            [lazy_load_term_meta] => 1
            [update_post_meta_cache] => 1
            [nopaging] => 
            [comments_per_page] => 50
            [no_found_rows] => 
        )

    [tax_query] => WP_Tax_Query Object
        (
            [queries] => Array
                (
                    [0] => Array
                        (
                            [taxonomy] => category
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 5
                                )

                            [field] => term_id
                            [operator] => IN
                            [include_children] => 
                        )

                    [1] => Array
                        (
                            [taxonomy] => category
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 65
                                    [1] => 66
                                    [2] => 54
                                    [3] => 55
                                )

                            [field] => term_id
                            [operator] => NOT IN
                            [include_children] => 
                        )

                )

            [relation] => AND
            [table_aliases:protected] => Array
                (
                    [0] => innn29_term_relationships
                )

            [queried_terms] => Array
                (
                    [category] => Array
                        (
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 5
                                )

                            [field] => term_id
                        )

                )

            [primary_table] => innn29_posts
            [primary_id_column] => ID
        )

    [meta_query] => WP_Meta_Query Object
        (
            [queries] => Array
                (
                )

            [relation] => 
            [meta_table] => 
            [meta_id_column] => 
            [primary_table] => 
            [primary_id_column] => 
            [table_aliases:protected] => Array
                (
                )

            [clauses:protected] => Array
                (
                )

            [has_or_relation:protected] => 
        )

    [date_query] => 
    [request] => SELECT SQL_CALC_FOUND_ROWS  innn29_posts.ID FROM innn29_posts  LEFT JOIN innn29_term_relationships ON (innn29_posts.ID = innn29_term_relationships.object_id) WHERE 1=1  AND ( 
  innn29_term_relationships.term_taxonomy_id IN (5) 
  AND 
  innn29_posts.ID NOT IN (
				SELECT object_id
				FROM innn29_term_relationships
				WHERE term_taxonomy_id IN (54,55,65,66)
			)
) AND innn29_posts.post_type = 'post' AND (innn29_posts.post_status = 'publish' OR innn29_posts.post_status = 'acf-disabled') GROUP BY innn29_posts.ID ORDER BY innn29_posts.post_date DESC LIMIT 8, 8
    [posts] => Array
        (
            [0] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 45070
                    [post_author] => 19
                    [post_date] => 2021-02-17 16:51:39
                    [post_date_gmt] => 2021-02-17 09:51:39
                    [post_content] => ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากปกติ 3% เหลือ 2% วันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2564

กระทรวงการคลังได้มีประกาศกฎกระทรวงโดยราชกิจานุเบกษา ให้มีการลดอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2564 จากปกติ 3% เหลือ 2%  สำหรับผู้ที่ใช้ช่องทางผ่านระบบ e-Withholding Tax หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์



e-Withholding Tax คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

e-withholding tax คือ การดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารผู้รับเงิน โดยกฎหมายจะกำหนดให้ผู้หักภาษี (ผู้จ่ายเงิน) ส่งข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้รับเงิน พร้อมโอนเงินไปยังธนาคารที่ให้บริการ e-withholding tax  แล้วธนาคารจะมีหน้าที่เป็นตัวกลางโดยทำการดังนี้
1. หักภาษีตามยอดที่แจ้ง นำส่งเงินภาษีให้กับกรมสรรพากร
2. โอนเงินที่ได้ทำการหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้วไปให้ผู้รับเงิน

และจากเดิมที่ผู้จ่ายเงินจะต้องทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ) ให้ผู้รับเงินและจัดเก็บสำเนาเอกสารไว้เป็นหลักฐานเองนั้น หากเป็นระบบ e-withholding tax นี้ ผู้จ่ายเงินไปต้องดำเนินการจั้นตอนนี้ค่ะ โดยจะมีธนาคารเป็นตัวกลางดำเนินการและนำส่งข้อมูลและภาษีที่หักไว้ไปยังกรมสรรพากร ไม่เกิน 4 วันทำการถัดจากวันที่ธนาคารได้รับเงินค่ะ และผู้รับยังสามารถทำการตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้ตลอดผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร


ใครบ้าง ? ที่จะได้รับการลดหย่อนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากปกติ 3% เหลือ  2% โดยผ่านระบบ e-withholding Tax นี้  
  1. (ก) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่ เงินได้จากหน้าที่หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียม ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม ค่าสอน บำเหน็จ เงินโบนัส เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้าน ที่ผู้จ่ายเงินให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า
  1. (ข) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นเงินได้จากค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิ์อย่างอื่น ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งคือบริษัทที่ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์ เช่น ลิขสิทธิ์เพลง บทประพันธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เกม ภาพ รวมไปถึงชื่อเสียงทางการค้า แต่เป็นในส่วนของบริษัทเท่านั้น ไม่รวมบุคคลธรรมดา
  1. (ค) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6) และ (7) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่ ผู้รับเหมา ผู้รับงานจ้างต่าง ๆ โดยมีการรับเหมาทั้งค่าแรงและค่าของ โดยท่านเป็นผู้จัดหาแรงงาน เครื่องมือ และสัมภาระเอง เช่น รับเหมาก่อสร้าง, รับผลิตสินค้าตามแบบที่ลูกค้าต้องการ โดยที่ปกติท่านไม่ได้ทำขาย หรือผลิตตามแบบที่นอกเหนือจากในแค็ตตาล็อก ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาแบบบุคคลธรรมดา หรือเป็นบริษัทรับเหมา ก็ได้ลดภาษี ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 2% เช่นกัน
  1. (ง) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นเงินได้ จากการจ้างทำาของ การจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย และการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่ก าหนดไว้ใน (3) (15) (16) และ (17) แต่ไม่รวมถึง การจ่ายค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีซึ่งได้แก่ คนที่ได้รับเงินปันผลต่าง ๆ กำไรจากการขาย LTF RMF รวมไปถึงเงินรางวัลจากการชิงโชค จับสลาก และอื่น ๆ
การหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งข้อมูลและภาษีไปยังกรมสรรพากรจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทั้งยังมีความปลอดภัย ตรวจสอบข้อมูลได้ทุกเวลา ด้วยระบบ e-withholding Tax สนับสนุนข้อมูล : www.brainergy.digital ติดตามเนื้อหาดีๆ แบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => e-Withholding Tax ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ2% ใครได้บ้าง ? [post_excerpt] => [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => e-withholding-tax-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%93-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-17 17:13:19 [post_modified_gmt] => 2021-02-17 10:13:19 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=45070 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [1] => WP_Post Object ( [ID] => 43566 [post_author] => 19 [post_date] => 2021-02-15 16:43:59 [post_date_gmt] => 2021-02-15 09:43:59 [post_content] => อย่างที่หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่า สถานการณ์ COVID-19  เป็นเสมือนตัวเร่งให้หลายภาคธุรกิจ เกิดการ Digital Transformation กันอย่างจริงจัง เมื่อการพบปะหรือสัมผัสกันเป็นเรื่องที่ต้องระวังและถูกบังคับให้ต้องหลีกเลี่ยง สิ่งที่จะมีบทบาทสำคัญต่อจากนี้คือ Online Platform และ Digital Platform นั่นเอง อย่างที่หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่า สถานการณ์ COVID-19  เป็นเสมือนตัวเร่งให้หลายภาคธุรกิจ เกิดการ Digital Transformation กันอย่างจริงจัง เมื่อการพบปะหรือสัมผัสกันเป็นเรื่องที่ต้องระวังและถูกบังคับให้ต้องหลีกเลี่ยง สิ่งที่จะมีบทบาทสำคัญต่อจากนี้คือ Online Platform และ Digital Platform นั่นเอง จึงสามารถกล่าวได้ว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำการพัฒนาด้านนวัตกรรม เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสื่อสาร มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่นอกเหนือจากธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มเติบโตจาก วิถีชีวิตใหม่หลังสถานการณ์โควิด19 อีกด้วย วันนี้เราจะพามาดู 9 ธุรกิจที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตหลัง COVID-19 เพื่ออาจเป็นข้อมูลต่อยอดต่อไปได้ แนวโน้มธุรกิจหลังโควิด. 1.Cloud Storage ธุรกิจ Cloud เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังคงเติบโตกว่า 13-33% ต่อปีจนถึงปี 2024 ( ที่มา: IDC, Bloomberg Intelligence) วิกฤตครั้งนี้จะเป็นอีกปัจจัยเร่งให้บริษัทมีความต้องการจัดเก็บข้อมูลในระบบ Cloud มากขึ้น เนื่องจากประหยัดกว่า และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งในออฟฟิศและเทรนด์ Work-from-home ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วย 2.Software ธรุกิจที่ให้บริการด้านซอฟต์แวร์เป็นอีกธีมที่ได้รับประโยชน์อย่างมากในช่วงโควิด-19 เนื่องจากความจำเป็นต้อง Work-from-home ทำให้เกิดความต้องการซอฟต์แวร์กลุ่มที่ใช้ในการสื่อสารออนไลน์ และสร้างสรรค์ผลงานผ่านระบบคลาวด์ เช่น Microsoft Teams หรือ Zooms ที่ใช้ในการประชุมและติดต่อสื่อสาร หรือโปรแกรม Photoshop ของ Adobe ที่ใช้เกี่ยวกับการใช้งานด้านออฟฟิศ และในระยะยาวหลังเหตุการณ์ COVID-19 ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากการช่วยลดต้นทุนทั้งด้านเวลา ด้านการเดินทาง และด้านสถานที่ ทั้งนี้ธุรกิจผู้นำซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ คือ ระบบปฎิบัติการที่อยู่ในรูปแบบคลาวด์ (Cloud-based) ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจาก “ซื้อขาด” มาเปลี่ยนเป็นการใช้ แบบบริการ รายเดือน ที่มีการดูแลและรองรับการ upgrade ด้วย 3.Social Media และ Online Entertainment การเข้าสู่วิถีชีวิตในรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ผู้คนให้ความสำคัญกับระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และเป็นการเร่งเทรนด์สังคมให้เข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น ถึงแม้กิจกรรมต่างๆเช่นการแข่งขันกีฬา หรือการแสดงคอนเสิร์ต จะยังคงไม่อนุญาตให้เข้ารับชมในสนาม แต่เรายังสามารถติดตามการถ่ายทอดช่องทางออนไลน์ต่างๆ หรือการที่สามารถเลือกชมภาพยนตร์ออนไลน์เพื่อลดความแออัดกันในโรงภาพยนตร์ จึงไม่แปลกที่ราคาหุ้นของผู้นำในกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง COVID-19 ตั้งแต่ต้นปีนั้นหุ้นของผู้ให้บริการ Social B5Media Platform รายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Facebook ปรับตัวขึ้นกว่า 18.6% อีกทั้งผู้นำทางด้าน Social Platform อันดับ 1 ของจีนอย่าง Tencent ปรับขึ้นกว่า 44.5% ( ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 8 ก.ค. 2563) ซึ่งตัวอย่าง Social media อย่าง Facebook ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 2.5 พันล้านคน จากประชากรทั่วโลกกว่า 7.5 พันล้านคน 4.Online Payment เมื่อสังคมโลกเข้าสู่ “Cashless society” หรือสังคมไร้เงินสด และกระแสการใช้บริการ Shopping online หรือ Food delivery เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้คนทดแทนการใช้เงินสด เพราะง่ายกว่า สะดวกกว่า ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดในการจ่ายหรือโอน ทุกคนสามารถจ่ายเงินได้ง่ายๆผ่าน “Mobile Application” แต่อย่างไรก็ตาม จากปรากฎการณ์การ Lockdown และ Covid-19 กลับเป็น “ตัวเร่ง” ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่า ทุกๆกิจกรรม จะเกิดขึ้นบน “Online Platform” ซึ่งผลสำรวจจาก Mastercard เมื่อเดือนพฤษภาคมพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีโอกาสเปลี่ยนแปลงแบบถาวรเนื่องจากกว่า 47% ของผู้บริโภคจะกลับไปจับจ่ายใช้สอยในร้านค้า/ห้างสรรพสินค้าลดลง จึงมองว่าเทรนด์การซื้อสินค้า/บริการแบบออนไลน์ (E-Commerce) จะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอาจมีสัดส่วนเมื่อเทียบกับยอดค้าปลีกรวมที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในปี 2024 5.Delivery Business วิกฤตโควิด-19 ทำให้ธุรกิจจัดส่งสินค้าไปยังผู้บริโภคขยายตัวสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคไม่ต้องการออกจากบ้านเพื่อลดการสัมผัสและพบเจอกับคนจำนวนมาก ทำให้มีพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสั่งซื้อและจัดส่งอาหารปรุงสุก (food delivery) วิกฤติโควิดยังทำให้ธุรกิจจัดส่งและโลจิสติกส์ในต่างประเทศมีการพัฒนามากขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้มากขึ้น อาทิ เทคโนโลยีอัตโนมัติในการจำแนกพัสดุที่จะทำการจัดส่งการใช้ยานพาหนะขนส่งอัตโนมัติ (Autonomous Vehicles: AVs)เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจัดส่งในพื้นที่แออัดและพื้นที่ห่างไกล และทำให้มีระบบไร้สัมผัส (touchless system)เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของไวรัส เป็นต้น 6.Health Care สินค้าและบริการด้านสุขภาพจะมีความต้องการและจำเป็นมากขึ้นในอนาคตทำให้ธุรกิจสุขภาพและธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะได้รับความสนใจในการลงทุนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านการคิดวัคซีนและยารักษาโรค ธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันโรคระบาด เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เป็นต้น และอุปกรณ์วัดและประมวลผลสุขภาพ เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิ ชุดตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเอง นาฬิกาดิจิทัลที่วัดผลด้านสุขภาพ เป็นต้น รวมถึงธุรกิจรับฆ่าเชื้อ แม้จะเป็นธุรกิจที่เป็นกลุ่มเฉพาะ แต่ช่วงโควิดที่ผ่านมา ธุรกิจนี้กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการใช้บริการมากที่สุด บริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคที่อยู่อาศัย ร้านค้า ออฟฟิศ จำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ 7.Data Related Business สถานการณ์โควิด-19 บ่งชี้ให้เห็นอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า ข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยติดตามประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ติดตามผู้ติดเชื้อเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และติดตามจุดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย รวมถึงการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า เพื่อนำเสนอสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการได้อย่างครบถ้วนและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้นธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นหลังยุคโควิดจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูล อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูลเวลาจริงและการวิเคราะห์ข้อมูล (Real Time Data Infrastructure and Data Analytics)การเฝ้าระวังการเข้ารหัสความเป็นส่วนตัว (Privacy Encoding State Surveillance) เป็นต้น 8.Online Course ผู้ที่มีความสามารถหลายด้านสามารถใช้โอกาสนี้มาเปิดคอร์สสร้างรายได้ให้กับตัวเอง เช่น เปิดกลุ่มออนไลน์ เพื่อขายคอร์สเรียนออนไลน์ สอนภาษาอังกฤษ สอนเทคนิคการลงทุน สอดคล้องกับช่วงที่ผู้คนหันมาเพิ่มทักษะให้ตัวเองเมื่อต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานๆ หรือรวมทั้งช่องทางการลงเรียนคอร์สต่าง ๆ เพื่อพัฒนาทักษะนั้นน้อยลง ด้วยความที่ต้องมีระยะห่างทางสังคม หรือลดเลี่ยงการพบปะและสัมผัสผู้อื่นนั้น คอร์สเรียนออนไลน์จึงถูกหันมาให้ความสนใจมากขึ้น 9.ธุรกิจอาหารแปรรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูป กลายเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในสถานการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งผู้ที่ต้องกักเก็บตัวอยู่บ้าน หรือช่วงสถานการณ์ล็อคดาวน์ เพราะมีความสะดวกและสามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้อุตสาหกรรมเกิดการต่อยอดใหม่ ๆ ได้อีกด้วย โดยวัตถุดิบอาจจะมีตั้งแต่ ผัก ผลไม้ ไปจนถึงเนื้อสัตว์ ในสถานการณ์ที่อาจทำให้หลายธุรกิจต้องประสบปัญหาหรือล้มลง แต่ก็ยังมีธุรกิจที่สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้เช่นกัน ในทุกวิกฤตมีโอกาสซ่อนอยู่ ในยุคที่ความยืดหยุ่นในการปรับตัวต้องมีความจำเป็นสูงเช่นนี้ ทางเบรนเนอร์จี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านไปด้วยกัน   ขอบคุณข้อมูล : www.brainergy.digital ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news   [post_title] => ส่องแนวโน้ม 9 ธุรกิจเติบโตหลังโควิด [post_excerpt] => Online Platform Digital Platform อุตสาหกรรมที่พัฒนาด้วยนวัตกรรม แนวโน้มธุรกิจที่เติบโตหลังโควิด [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-17 09:05:45 [post_modified_gmt] => 2021-02-17 02:05:45 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=43566 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [2] => WP_Post Object ( [ID] => 37122 [post_author] => 14 [post_date] => 2021-02-05 15:48:46 [post_date_gmt] => 2021-02-05 08:48:46 [post_content] =>
กนอ.จับมือกรมราชทัณฑ์สร้างอาชีพ สร้างรายได้ช่วงโควิด ตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์รองรับการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ในระบบงานภาคนิคมอุตสาหกรรมระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กรมราชทัณฑ์ ว่า สำหรับนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์จะเน้นการจ้างงานกลุ่มผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษและผู้ที่พ้นโทษแล้ว มาเป็นแรงงานในกลุ่มภาคการเกษตร หรือฝึกทักษะต่างๆรองรับการขาดแคลนแรงงานลดการพึ่งพาการนำเข้าแรงงานต่างชาติในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งตลาดมีความต้องการแรงงานสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ขณะเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ ได้เชิญชวนผู้ประกอบการมาลงทุนให้ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพ ซึ่งมีเรือนจำชั่วคราวบ้านบึง สังกัดเรือนจำกลางชลบุรี เป็นเรือนจำนำร่องแห่งแรก นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้มีการฝึกทักษะอาชีพในระบบงานอุตสาหกรรม อาทิ 1.กลุ่มประกอบชิ้นส่วนยาง 2.กลุ่มประกอบเฟอร์นิเจอร์ 3.กลุ่มงานโลหะ/งานเชื่อม และประกอบชิ้นส่วนโลหะเป็นผลิตภัณฑ์ 4.กลุ่มอาชีพฝีมือหัตถกรรม 5.กลุ่มอาชีพเกษตรแปรรูป
กนอ. ร่วมคืนคนดีสู่สังคมหนุนสร้างงาน-สร้างอาชีพ ให้เป็นผู้ประกอบการใหม่ให้กับผู้ต้องขัง ส่งเสริมให้อัตราการกระทำผิดซ้ำลดลง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อคืนคนดีสู่สังคมในระบบงานภาคนิคมอุตสาหกรรม ระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกรมราชทัณฑ์ ว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ 2 หน่วยงานในการร่วมกันให้โอกาสกับผู้ที่เคยก้าวพลาดในชีวิตให้กลับมามีชีวิตใหม่และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยสนับสนุนให้มีการจ้างงานที่เป็นแรงงานผู้ต้องขัง ให้มีการพัฒนาทักษะด้านอาชีพ มีการพัฒนายกระดับฝีมือแรงงาน ตลอดจนเป็นการสร้างผู้ประกอบการใหม่ และสร้างงาน สร้างรายได้ในอนาคตซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้อัตราการกระทำผิดซ้ำลดลง และเป็นการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน ด้าน นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวว่า กนอ. มีความพร้อมประสานกับสถานประกอบการที่อยู่ในการกำกับของ กนอ. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและฝึกทักษะการทำงาให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลโครงการฯให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ในกำกับของ กนอ.เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเปิดใจยอมรับและให้โอกาส ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังสถานประกอบการ/นิคมอุตสาหกรรม ที่ยังมีพื้นที่เหลือหรือยังมีศักยภาพให้ใช้เป็นพื้นที่ในการฝึกอาชีพ ส่งเสริมทักษะการทำงาน และการพัฒนาแรงงานทางเลือก และสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมตามภารกิจด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงยุติธรรม   ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => ตั้งนิคมอุตฯราชทัณฑ์แก้ขาดแรงงานต่างด้าว [post_excerpt] => กนอ.ร่วมคืนคนดีสู่สังคมหนุนสร้างงาน,อาชีพ จับมือกรมราชทัณฑ์ตั้งนิคมอุตสาหกรรมฯสร้างอาชีพ [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-05 15:48:46 [post_modified_gmt] => 2021-02-05 08:48:46 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=37122 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [3] => WP_Post Object ( [ID] => 36897 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-02-05 12:00:52 [post_date_gmt] => 2021-02-05 05:00:52 [post_content] =>           เกมเติบโตขึ้น 12% ในปี 2020 ที่ผ่านมา หลังจากที่เราเคย รายผลงานจาก สตรีม ว่าเกมนั้นเติบโตขึ้นมากในปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนต้องกักตัวอยู่ที่บ้านสื่อออนไลน์เช่น เกม เลยได้รับความนิยมมากขึ้น และเพื่อแสดงให้เห็นว่าตลาดเกมนั้นค่อนข้างแข็งแรงในช่วงสถานการณ์แบบนี้ วันนี้จึงมีรายงานสรุปที่น่าสนใจอีกฉบับมาให้ชมกัน            Superdata a nielsen company เว็บไซต์และบริษัทที่ก่อตั้งโดยนักวิจัยในอุตสาหกรรมเกมได้เผยข้อมูลผ่านรายงานว่า ในปี 2020 ที่ผ่านมา เกมและสื่ออินเทอร์แอคทีฟมีเดีย นั้นเติบโตขึ้นถึง 12% ตีเป็นมูลค่าเงินได้ 139.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เหตุนั้นก็มาจากการที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านในสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร์ระบาดไปทั่วโลก มีข้อมูลและตัวเลขที่น่าสนใจอื่นๆดังนี้             1.เกมฟรี(Free to play) นั้นยังคงสร้างรายได้กว่า 78% และตลาดเอเชียครองไปถึง 59% จากรายได้ทั้งหมด และเกือบทุกอันดับเป็นเกมมือถือ  โดย 5 อันดับเกมแรกที่ทำรายได้มากที่สุดคือ 1.Honor of Kings $2.45 พันล้าน 2.Peacekeeper Elite  $2.32 พันล้าน 3.Roblox  $2.29 พันล้าน 4.Free Fire  $2.13 พันล้าน และ 5.Pokomon Go   $1.92 พันล้าน ( หน่วยเป็น ดอลลาร์สหรัฐฯ)           2.ตลาดมือถือเติบโต 10% คิดเป็น 58% ของตลาดเกมทั้งหมด            ท่ามกลางการล็อคดาวน์ มือถือนั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากสะดวกสบายในการใช้งานและเมื่อเทียบกับผลในข้อก่อนหน้า มือถือยังเป็นอุปกรณ์หลักในการเล่นเกมในปี 2020 ที่ผ่านมา            ในส่วนของอินเทอร์แอคทีฟมีเดียหรือวิดีโอเกม           วิดีโอเกม กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามาถึง 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีคนให้ความสนใจมาชมถึง 1.2 พันล้านคนจากภาพรวมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน ตัวอย่างเกม สตรีมเมอร์หรือแม้กระทั้งการเล่นจากบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง Alexandria Ocasio-Cortez นักการเมืองสหรัฐฯ ที่ไลฟ์สตรีมผ่าน Twitch ในเกม Among Us เพื่อชักชวนให้ทุกคนไปเลือกตั้ง            XR (virtual reality and augmented reality) เทคโนโลยีที่รวม ความสามารถของ AR VR MR ไว้ด้วยกัน มีรายได้กว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผลมาจากเกม VR นั้นเติบโตขึ้นถึง 25% คิดเป็นรายได้กว่า 589 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สาเหตุที่ได้รับความนิยมขนาดนี้มาจากเกม Half-Life : Alyx reinvigorated เกม vr สุดยอดเยี่ยมที่สร้างกระแสให้ชาวเกมเมอร์อย่างล้นหลาม            นอกจากนี้ SuperData ได้คาดการณ์แนวโน้มในปี 2021 นี้ไว้ว่า ภาพรวมของการเล่นเกมนั้นยังคงเพิ่มขึ้นแม้จะมีข่าวดีจากวัคซีนต่างๆ            แม้วัคซีนหรือการรับมือกับโรคระบาดนั้นจะเริ่มดีขึ้น SuperData ก็ให้แนวโน้มไว้ว่าภาพรวมของตลาดเกมทั้งหมดจะยังเพิ่มขึ้นในตลาดเกมฟรี (Free to play) เพิ่มขึ้นอีก 11% ในเกมที่เสียเงิน(Premium) เพิ่มขึ้น 20% ในตลาดเอเชีย และภาพรวมของบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ต่างๆเช่น Microsoft ,Sony ,Nintendo ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องใน Console ของตัวเอง ส่วนในค่ายเกมต่างๆจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ             จากที่ได้ดูจากทั้งสองคอนเทนต์ทั้ง สตรีม และ SuperData แล้วจะเห็นว่าเกมนั้นมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากเป็นสื่อที่ให้ความผ่อนคลาย เข้าถึงง่าย ร่วมถึงสามารถเจอผู้คนในโลกออนไลน์ถือว่าเป็นการคลายเหงาช่วงที่ต้องอยู่บ้านไปในตัว ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news   ขอขอบคุณข้อมูลจาก  SuperData [post_title] => เกมเติบโตขึ้น 12% ในปี 2020 [post_excerpt] => มีรายงานสรุปที่น่าสนใจในเรื่องของเกมที่เติบโตขึ้น 12% ในปี 2020 ที่ผ่านมา!!! [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-12-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2020 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-05 17:51:59 [post_modified_gmt] => 2021-02-05 10:51:59 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=36897 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [4] => WP_Post Object ( [ID] => 36518 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-02-04 17:00:57 [post_date_gmt] => 2021-02-04 10:00:57 [post_content] =>           แผนการเงิน ส่วนบุคคลหรือ Personal Finances เป็นที่พูดถึงและมีคนศึกษามากขึ้นในปัจจุบัน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลงในปี 2563 ที่ผ่านมาเนื่องจากสถาการณ์โควิด-19 ประกอบกับเหตุการณ์ต่างๆทั่วโลก จนหลายคนนั้นเกิดภาวะการเงินที่ติดลบและเรียกได้ว่าต้องเอาตัวรอดให้ได้ ซึ่งจะไม่สามารถทำได้เลยหากขาดการวางแผนการเงินที่ดี วันนี้เลยจะนำ 5 แผนการเงิน ที่คุณควรทำในปี 2564 เพื่อให้ทุกคนได้มีภาวะการเงินที่ดีขึ้น สามารถเอาตัวรอดได้สบายมากขึ้น           1.มากกว่า 1 ทาง : เราควรที่จะสร้างช่องทางรายได้หรือ Income ของเราให้มากกว่า 1 ทาง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงภาวะทางการเงินหากคุณตกงานหรือต้องหยุดพักงาน ในปี 2563 ที่ผ่านมาตัวเลขผู้ตกงานนั้นมีมากกว่า 8.5 แสนคนและยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากการเลิกจ้าง การปิดโรงงาน,โรงแรม หรือจากเด็กจบใหม่ที่ต้องกลายเป็นคนว่างงานจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เรียกว่าตกงานมากที่สุดในรอบ 11 ปีที่ผ่านมา แล้วจะมีรายได้มากกว่า 1 ทางได้ยังไง ขอแนะนำให้เริ่มจากทักษะหรือสิ่งที่เราถนัดก่อนแล้วยังไม่ต้องลงทุนมาก คนหลายคนมักจะทุ่มเงินไปกับการสร้างอาชีพใหม่ของตนเอง ทำให้เงินเก็บนั้นถูกเผาผลาญไปได้ใช่เหตุ ตัวอย่าง หากคุณเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ มีความรู้เรื่องต้นไม้ พอมีอุปกรณ์พื้นฐานอยู่แล้ว ก็เริ่มขายต้นไม้เล็กๆเพื่อไว้ในบ้าน โต๊ะทำงานที่เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้ ขายผ่านสื่อออนไลน์ หรืออาจจะเป็นงานบริการเช่นการส่งของ ซื้อสินค้าก็ได้รับความนิยมเช่นกัน การมีรายได้มากกว่า 1 ทางจะทำให้สถานะทางการเงินของคุณนั้นดีขึ้นและลดความเสี่ยงได้            2.ค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆที่เรามักมองข้าม  พวกเราทุกคนมักจะลืมที่จะใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเล็กๆน้อยๆ แต่นั้นคือตัวสำคัญที่ทำให้กระแสเงินของคุณน้อยลงไปอย่างน่าตกใจ ตัวอย่างค่าใช้จ่ายพวกนี้ ค่ากาแฟตอนเช้า ค่าขนมทานเล่น ค่าร้านอาหารเวลาเราไปกินข้างนอก ค่าสังสรรค์กับเพื่อน แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องทั่วไปแต่จุดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เงินออกจากกระเป๋าของเราได้อย่างรวดเร็วแล้วบ่อยที่สุด ในปี 2564 นี้คุณควรที่จะลดหรือกำจัดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะลองใช้แอปที่ช่วยจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายรายวัน นั้นจะทำให้คุณเห็นภาพได้ง่ายมากขึ้นว่าเราเสียเงินไปกับอะไรบ้าง            3.กำจัดหนี้ นี้คือสิ่งที่ควรทำมากที่สุดในปี 2563 นี้ อย่าพึงคิดว่าเงินที่หามาได้ก็ลำบากแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ให้จัดงบการเงินให้ดีกว่าหนี้ไหนที่สามารถปิดได้ สาเหตุที่บอกเช่นนั้นเพราะ หนี้ คือสิ่งที่ทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นทุกเวลา ยิ่งเป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ยก็ยิ่งทำให้คุณต้องจ่ายมากขึ้นไปอีก ผลทั้งหมดจะทำให้คุณห่างไกลคำว่าอิสระภาพทางการเงินไปเรื่อยๆ สำหรับหนี้ระยะยาวนั้นอาจเป็นสิ่งที่เข้าใจและละเว้นได้เช่น บ้าน รถยนต์ แต่หนี้ระยะสั้นเช่นการผ่อนสินค้า บัตรเครดิต นั้นควรรีบกำจัดทิ้งให้หมด เพื่อลดความเสี่ยงในภาวะการเงินของตัวคุณเอง            4.ปกป้องสิ่งที่สำคัญ  ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมานับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทุกคน หากมองย้อนไปหลายคนอาจจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญไปเช่น สุขภาพ บ้าน รถยนต์ ทรัพย์สินหลายๆอย่าง ในปี 2564 นี้เองคุณควรที่ต้องเริ่มคิดว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่ต้องปกป้องและรักษาไว้ เริ่มจาก ชีวิตและสุขภาพของเรา คนในครอบครัว บ้าน รถยนต์ แล้วจะปกป้องได้อย่างไร เริ่มจากการแบ่งแผนการเงินที่ดี แบ่งเงินสำรองไว้สำหรับสิ่งเหล่านี้ตามกำลังของตัวเองหรือการทำประกันก็เป็นอีกสิ่งที่แนะนำเช่น ประกันโควิดที่อาจจะจ่ายอยู่แค่ 1,000 บาทก็ครอบคลุมการรักษาหรือจ่ายเงินสดให้เมื่อตรวจพบ ก็เป็นอีกทางเลือกเพื่อป้องกันสถานะการเงินที่อาจต้องล้มไปเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดกับตัวเรา           5.ให้รางวัลตัวเอง หาก 4 ข้อเบื้องต้นที่กล่าวมาคุณสามารถทำได้แล้ว ไม่ว่าจะเพิ่มรายได้ กำจัดหนี้ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น วางแผนการเงินที่ดีแล้ว เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางคุณมีเงินสำรอง มีภาวะเงินสดที่ดี อย่าลืมที่จะให้รางวัลตัวเอง จุดนี้จะทำให้คุณมีกำลังใจและรู้สึกดีมากขึ้นกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคลของคุณและจะทำให้คุณสามารถทำมันต่อไปได้เรื่อยๆ  ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => แผนการเงิน 5 ข้อที่คุณควรทำในปี 2564 [post_excerpt] => ใครที่กำลังจะวางแผนการเงินในปีนี้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน ลองมาดูวิธีเหล่านี้กัน!!! [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b8%a7 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-04 16:40:50 [post_modified_gmt] => 2021-02-04 09:40:50 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=36518 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [5] => WP_Post Object ( [ID] => 35003 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-02-02 17:35:38 [post_date_gmt] => 2021-02-02 10:35:38 [post_content] =>           ประกันชีวิตมีกี่แบบ ?? หนึ่งในสิ่งที่ชวนงงและสับสนที่สุด นอกจากจะมีตัวแทนหลายบริษัทแล้ว ยังชื่อแพคเกจต่างๆยังมาสับสนอีกว่าคืออะไรกันแน่ แผนประกันชีวิตอันนี้ช่วยอะไรยังจำไม่ได้ มีแผนใหม่มาอีกแล้ว จากจะซื้อกลายเป็นถอดใจไม่ซื้อดีกว่า หรือบางคนซื้อไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าคุ้มครองช่วยอะไรบ้าง ทำให้เสียเงินไปฟรีๆ วันนี้เรามาดูพร้อมกันว่า ประกันชีวิตสรุปแล้วมีกี่แบบกัน ประกันชีวิตมีกี่แบบ แบบไหนบ้าง           1.ประกันชีวิต แบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance)           “เสียชีวิตใน 1 ปี จ่ายเลย 1 ล้านบาท” คำอาจจะดูรุนแรงไปหน่อยแต่นี้คือการสรุปให้เข้าใจกันง่ายๆ ประกันชีวิตแบบนี้เหมือนกับประกันภัย เงื่อนไขการจ่ายเงินประกันคือเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต เช่นเราจ่ายเงิน 1,000,000 บาท 1 ปี เราจ่ายครั้งเดียวจบ ถ้าใน 1 ปีเราเสียชีวิตขึ้นมา ผู้รับประโยชน์หรือคนข้างหลังที่เราระบุไว้รับเงินไปเลย 1 ล้านบาท หากตลอด 1 ปีที่ทำประกันเราไม่ได้เป็นอะไรเงินนั้นก็สูญฟรี ไม่ได้รับเงินหรือเบี้ยอะไรคืนมา เหมาะสำหรับเน้นคุ้มครองชีวิต เบี้ยประกันถูก ระยะเวลาไม่นาน           2.ประกันชีวิต แบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)           “จ่ายครบ 10 ปี คุ้มครองไปยันอายุ 99 ปี” ประกันชีวิตแบบนี้เป็นแบบที่เราต้องจ่ายเงินหรือเบี้ยไประยะนึงเช่น 10 ปี 20 ปี 30 ปีพอจ่ายครบตามเวลาและจำนวน ก็จะคุ้มครองตลอดชีวิตของผู้เอาประกันและเมื่อเสียชีวิต จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ ข้อดีหรือจุดเด่นสำหรับประกันชีวิตแบบตลอดชีพนั้นส่วนใหญ่ทำเพื่อเป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน คุ้มครองในระยะยาวไม่ต้องกังวลอะไรมาก           3.ประกันชีวิต แบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)           “มีชีวิตถึงที่กำหนดเอาตังค์ไปเลย” ประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เงื่อนไขคือประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้ผู้ประกันเมื่อมีชีวิตครบกำหนดสัญญา หรือกรณีเสียชีวิตก็จะจ่ายให้ผู้รับประโยชน์แทน สาเหตุที่เป็นนิยมเนื่องจากได้เบี้ยประกันคืนมากกว่าที่จ่ายไป อีกทั้งเป็นการช่วยออมไปในตัวเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเก็บเงิน วางแผนการเงินไว้ใช้ในอนาคต           4.ประกันชีวิตแบบเกษียณอายุ (Annuity Insurance)           “บำนาญเมื่อเราแก่ตัว” ประกันชีวิตสำหรับคนที่กลัวแก่ตัวไปไม่มีเงินใช้ โดยหลักคือเราจ่ายเบี้ยไปเรื่อยๆจนถึงอายุเกษียณ เช่น 60 ปี หลังจากนั้นประกันก็จะจ่ายเงินให้เราใช้ไปเรื่อยๆตามสัญญา เหมาะสำหรับคนที่เก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณหรือนำมาลดหย่อนภาษีต่างๆ           นอกจาก 4 รูปแบบหลักๆที่กล่าวไปแล้วนั้นยังมีแบบประกันพิเศษอีก 2 แบบที่เพิ่มการมีส่วนร่วมในการลงทุนเข้าไปด้วยคือ 1.ประกันชีวิตแบบ ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) และ 2.ประกันชีวิตแบบ ยูนิตลิงค์(Unit Link) ซึ่งไว้จะมาเล่าให้ฟังในครั้งต่อไปจ้า ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => ประกันชีวิต สรุปมีกี่แบบ?? [post_excerpt] => มีใครเคยสนใจหรืออยากรู้บ้างว่า จริงๆแล้วประกันชีวิตนั้นมีอะไรบ้างนะ??? [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9a [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-25 09:46:11 [post_modified_gmt] => 2021-02-25 02:46:11 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=35003 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [6] => WP_Post Object ( [ID] => 30672 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-01-27 16:30:58 [post_date_gmt] => 2021-01-27 09:30:58 [post_content] =>           Mindset หรือ กรอบความคิด เป็นอีกคำยอดนิยมที่เราได้ยินกันบ่อยในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่ง Mindset นี้เองเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะทำให้เราพัฒนาชีวิตได้อย่างก้าวกระโดดเป็นตัวตัดสินชีวิตในก้าวต่อไปของเราเลยก็ว่าได้ หากพูดให้เห็นภาพมากขึ้น Mindset ก็คือทัศนคติ วิธีคิด ความเชื่อคนแต่ละบุคคลที่มันจะมีผลต่อการกระทำและการตัดสินใจ และสำคัญมากหากคุณจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือทำธุรกิจของตัวเอง การมี Mindset ที่ดีจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเอง หากพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่ความสำเร็จแล้ว มาเริ่มไปพร้อมกันเลย           1.ดำเนินชีวิตด้วยความตั้งใจ  Mindset ดำเนินชีวิตด้วยความตั้งใจ           เชื่อว่าหลายคน ไม่อยากจะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆจนแก่ โดยไม่มีเป้าหมายอะไรเลย เพราะเราจะไม่รู้ถึงศักยภาพของตัวเราเองว่าเราสามารถทำอะไรได้ แล้วเราหวังอะไรกับชีวิตของเราได้ หากคุณอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ประสบความสำเร็จมากขึ้น คุณต้องมีความคิดหรือ Mindset ที่จะใช้ชีวิตด้วยความตั้งใจ พยายาม รักษาแรงจูงใจไว้เสมอ ต้องมีความเชื่อมั่นใจตัวเองว่าคุณสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ คุณรู้เป้าหมายว่าจะทำอะไร พาตัวเองออกจากอะไรก็ตามที่ดูดพลังงานชีวิตและเวลา มุ่งมั่นไปยังจุดหมายที่วางไว้           2.พลังเป็นของเรา  พลังเป็นของเรา           ทุกคนมีพลังภายในที่ซ่อนไว้อยู่ พลังนี้จะช่วยให้ผ่านอุปสรรคต่างๆเป็นจุดแข็งของตัวคุณเอง แต่ปัญหาคือเราทุกคนมักไม่รู้ว่าอะไรคือพลังในตัวเรา แล้วเราจะใช้มันได้อย่างไร เรามักมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเราเอง ซ้ำเรามักยังปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความผิดพลาด แล้วจะมองเห็นมันได้อย่างไร            ง่ายที่สุดและได้ผลที่สุดคือการใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ลองตั้งคำถาม เขียนถึงความเก่ง ความชอบของตัวเอง ว่าเราเก่งอะไร หลงใหลอะไร สนุกกับการทำอะไร จินตนาการถึงตัวเองในแบบที่อยากเป็น           3.โฟกัสที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ โฟกัสที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ           หนึ่งในปัญหาสำคัญโดยเฉพาะในสังคมไทยของเรา เรามักที่จะโฟกัสหรือให้ค่าที่ปริมาณ มากกว่า คุณภาพ เช่นการขายสินค้าออนไลน์ที่พึงเปิดตัว เราอาจจะมุ่งไปที่ยอดขายมากๆ แต่กลับไม่ได้สนใจว่าคุณภาพผลงานที่ทำออกมานั้นดีหรือเปล่า การที่ขายได้มากนั้นอาจจะเป็นเพราะโปรโมชั่น ไม่ได้เพราะคุณภาพสินค้าหรือไม่ได้อยู่ในใจลูกค้าอย่างแท้จริง หากเป็นเช่นนั้นเราอาจขายได้เพียงครั้งเดียวตลอดชีวิต            ความคิดที่สำคัญคือ เราต้องเรียนรู้ที่จะโฟกัสไปที่คุณภาพ เมื่อเราโฟกัสที่คุณภาพชีวิตการทำงานและส่วนตัวของเรานั้นจะมีการวางแผนมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจของเรานั้นเติบโตได้ดีมากขึ้นตามไปด้วย            4.ตั้งคำถามกับทุกสิ่ง ตั้งคำถามกับทุกสิ่ง           ทำไม ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมสิ่งนี้ถึงเป็นแบบนี้ ทำไมสิ่งนี้ถึงจะดีกับตัวเรา โลกนี้พัฒนาขึ้นได้ก็เพราะการตั้งคำถาม ความคิดที่สำคัญคือ การที่เราตั้งคำถามกับตัวเอง เมื่อคุณตั้งคำถามบ่อยขึ้น คุณจะเห็นคำตอบชัดขึ้น แล้วจะทำให้คุณให้เห็นจุดประสงค์ของการทำสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น  วันไหนที่คุณเริ่มรู้สึกหลงทางในธุรกิจของคุณ อย่าลืมที่จะตั้งคำถามว่า ทำไม นั้นจะเป็นเข็มทิศชั้นดีที่จะช่วยให้คุณกลับมาเข้าใจและเดินทางที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น            5.คิดและทำให้ ใหญ่ เข้าไว้  คิดและทำให้ใหญ่เข้าไว้           แน่นอนว่าความสำเร็จมาต่อเมื่อเรามีแรงบันดาลใจและได้ทำตามสิ่งนั้น แต่ ในชีวิตจริงส่วนมาก เรามักตั้งเป้าหมายไว้เล็กเท่าที่เราคิดว่าเราทำไว้ เรามักอยากชนะเป้าหมายที่ไม่มีความกลัวแฝงอยู่ “Business as usaul” นี้คือการคิดทำธุรกิจทั่วไป หยุด มันซะ            เริ่มจากหยุดคิดและไล่ความกลัวที่ชอบมาในรูปของคำว่า “เราไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน” ให้ถามตัวเองว่า เราจะทำมันได้อย่างไร เราจะเก่งขึ้น ทำมากขึ้นได้อย่างไร เราจะไปไกลได้กว่านี้ได้อย่างไร หากคุณคิด 100 ระหว่างทางคุณอาจจะได้แค่ 70 - 80 เปอร์เซ็น หากคุณคิด 150 เปอร์เซ็นคุณอาจจะ 130 หรืออย่างน้อยก็ 100 เปอร์เซ็นต์กับเป้าหมายที่ตั้งไว้ หยุดให้ความกลัว ความเชื่อแบบเก่าๆมารั้งไว้ เปิดโอกาสและปรับความคิดที่ยิ่งใหญ่กว่าเสมอ            ความคิดนั้นสำคัญเป็นอย่างมากต่อการทำธุรกิจและการใช้ชีวิต หากขาดมันไปความล้มเหลวนั้นจะมาไวกว่าที่คิด หากใครอ่านแล้วยังหาคำตอบหรือหาหลักให้ตัวเองไม่ได้ อาจจะเริ่มลองจากตั้งคำถามให้กับตัวเองง่ายๆตัวหลัก อิคิไก ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => 5 Mindset ที่จะทำให้คุณเป็นผู้ประกอบการที่สำเร็จ [post_excerpt] => รู้ไหมว่า Mindset สามารถจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ ว่าแต่มันมีอะไรบ้างนะ?? [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => 5-mindset-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-01-27 16:22:14 [post_modified_gmt] => 2021-01-27 09:22:14 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=30672 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [7] => WP_Post Object ( [ID] => 30786 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-01-27 13:45:00 [post_date_gmt] => 2021-01-27 06:45:00 [post_content] =>           ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า โควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลกนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มากมายทั้งในการใช้ชีวิต ธุรกิจ เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั้งเรื่องการเงิน ที่ใกล้ตัวและสามารถเห็นได้ทุกวันคือ การชำระเงิน ในรูปแบบดิจิทัล(Digital payment) อย่าง พร้อมเพย์ ทรูวอลเล็ต การโอนชำระผ่านธนาคารต่างๆ เพื่อรักษาระยะห่าง ลดการสัมผัส            เพราะแบบนี้เองที่จะให้ทั่วโลกนั้นเข้าถึงเงินในรูปแบบดิจิทัลกันมากขึ้น แล้วอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของการชำระเงินไปเลยก็ได้ วันนี้เราได้รวบรวม 4 แนวโน้มรูปแบบ การชำระเงิน ที่จะเปลี่ยนไปในปี 2021            1.เมื่อการชำระเงินแบบดิจิทัลมากขึ้น ทางเลือกอาจจะมากขึ้นตาม           ทั่วโลกและประเทศไทยเองก็ยอมรับการใช้จ่ายชำระเงินผ่านดิจิทัลมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงตามคำแนะนำทางการแพทย์ในปีที่ผ่านมา แต่นั้นก็ยังนับเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ก้าวสำคัญต่อไปคือเมื่อผู้บริโภคหรือลูกค้าอย่างเรานั้นใช้การซื้อของทางออนไลน์หรือการชำระเงินดิจิตอลกับสิ่งที่ไม่เคยซื้อมาก่อนเป็นส่วนใหญ่ เช่น ตามเว็บซื้อขายออนไลน์ หรือการสั่งสินค้าที่จำเป็นมากกว่า ร้านค้าทั่วๆไปในโลกนั้นยังเป็นการใช้จ่ายด้วยเงินสด ของประเทศไทยยังดีที่มีการสนับสนุนจากหลายๆร้านค้าและคนละครึ่งก็ช่วยให้คนใช้จ่ายแบบดิจิทัลมากขึ้นด้วย จึงเป็นโจทย์ของทั่วโลกที่จะทำให้ทั้งร้านค้าและผู้บริโภคเห็นความสำคัญและนำแนะวิธีการใช้จ่ายแบบดิจิทัล เพื่อความปลอดภัยทั้งด้านสุขภาพและความปลอดภัยด้านการถูกโจรกรรมข้อมูล            นั่นจึงเป็นที่มาของแนวโน้มการใช้จ่ายดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ ที่เราเริ่มเห็นกันและมีความเป็นไปได้ เช่น การจ่ายสำหรับเดลิเวอรี่ ,เหรียญโทเค็น (ในต่างประเทศมีเหรียญสำหรับใช้จ่ายใช้เพียงเหรียญเดียวจบ) ,การสแกนลายนิ้วมือ ,การฝังชิปจิ๋วในมืออย่างประเทศสวีเดน ,การใช้จ่ายผ่านมือถือ เพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น            2.คิวอาร์โค้ด จะได้รับความนิยมมากขึ้น           ในปีที่ผ่านมาคิวอาร์โค้ดได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า คือหนึ่งในทางเลือกที่ดีและได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการซื้อแบบการเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส โดยเฉพาะในแถบเอเชียของเรา คิวอาร์โค้ด นั้นได้รับความนิยมและเติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่าเครดิตการ์ดที่ต้องใส่รหัสความปลอดภัยอีกครั้งสาเหตุก็เนื่องจากความวุ่นวายในการใช้ความรู้สึกไม่ปลอดภัย รวมถึงไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบัตรเครดิตหรือเครื่องอ่านบัตร แต่ คิวอาร์โค้ด นั้นกลับต่างออกไป เพราะมันทั้งมีราคาถูกกรณีเราจะปริ้นออกมาเพื่อให้ลูกค้าใช้งาน ส่วนตัวลูกค้าเองก็ใช้งานได้ง่ายมากเพียงแค่สแกนเท่านั้น            ในปี 2021 นี้ คิวอาร์โค้ดนั้นจะได้รับการพัฒนาอีกมาก เพื่อให้ใช้งานได้รวดเร็ว ง่าย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะตอนนี้ปัญหาใหญ่เดียวที่ยังติดอยู่สำหรับคิวอาร์โค้ดคือ การที่มันมักถูกพัฒนาและผูกตัดกับบริษัทหรือธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถใช้ได้ในทุกร้านค้า เชื่อว่าจะมีการพัฒนาให้ใช้ได้อย่างสากลเช่นเดียวกับ Alipay ในประเทศจีนที่ทุกร้านนั้นสามารถชำระผ่าน Alipay ได้            ด้วยความปลอดภัยและความสะดวกนี้เอง คิวอาร์โค้ดจะยังคงเป็นวิธีการชำระเงินที่สำคัญในปี 2021 นี้            3.โควิด-19 จะเป็นตัวขับดันให้ขนส่งสาธารณะทั่วโลกต้องปรับพื้นฐานให้เป็นการชำระแบบดิจิทัล           โควิด-19 จะเป็นตัวกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วโลกนั้นต้องยอมรับและปรับโครงสร้างพื้นฐานในการชำระเงินแบบดิจิทัล โดยเฉพาะในขนส่งสาธารณะที่เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในการใช้บัตรเพื่อใช้จ่ายเพื่อลดการสัมผัส แนวโน้มที่เราจะเห็นการพัฒนานี้มีความเป็นไปได้อย่างมากเพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตอยู่แล้วสำหรับทุกคน เมื่อรัฐบาลขับดันอย่างถูกวิธีและได้ผลจนเป็นที่ยอมรับ ก็ยังมีแนวโน้มอีกว่าผู้คนจะเข้าใจในการชำระเงินแบบดิจิตอลในสถานการณ์อื่นๆมากขึ้นด้วย            4.การชำระเงินด้วยเสียงจะได้รับการสนับสนุนมากขึ้น           การพัฒนาของ AI ในด้านการสื่อสารนั้นเรียกได้ว่าก้าวกระโดดมากในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการสั่งงานด้วยเสียงเพื่อทำกิจกรรมต่างๆเช่น เปิด-ปิดไฟ, เปิดแผนที่ ,เปิดเพลง ,วิเคราะห์ข้อมูล หรือแม้ทั้งกระการแปลคำพูดเป็นข้อมูลแบบข้อความ ความสามารถนี้เองที่มีแนวโน้มจะถูกพัฒนาไปในการทางชำระเงิน ดิจิตอลแบงกิ้งนั้นอาจถูกพัฒนาให้สามารถชำระเงินด้วยเสียงได้ และมีแนวโน้มที่จะขยายไปในธุรกิจอื่นๆด้วยเช่นกัน การเติบโตนี้มันอาจส่งผลไปถึงเราจะได้เห็นร้านค้าต่างๆที่เราสามารถสั่งการ ชำระเงินด้วยเสียงได้โดยไม่ต้องสัมผัสกันเลยด้วยซ้ำ            ด้วยสถานการณ์โควิด-19 นั้นไม่มีทีท่าว่าจะหายไปง่ายๆ แนวโน้มในการชำระเงินแบบดิจิทัลนั้นก็สูงขึ้นเรื่อยๆเราในฐานะผู้บริโภคหรือผู้ค้าเองก็ต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อตอบสนองความต้องการและความปลอดภัยให้ได้มากที่สุด ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news   ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Finance-monthly [post_title] => 4 รูปแบบการชำระเงินทั่วโลกที่จะเปลี่ยนไปในปี 2021 [post_excerpt] => คุณรู้ไหมว่าระบบการชำระเงินของคนทั่วโลกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป ว่าแต่มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างนะ??? [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => 4-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-01-27 15:24:30 [post_modified_gmt] => 2021-01-27 08:24:30 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=30786 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) ) [post_count] => 8 [current_post] => -1 [in_the_loop] => [post] => WP_Post Object ( [ID] => 45070 [post_author] => 19 [post_date] => 2021-02-17 16:51:39 [post_date_gmt] => 2021-02-17 09:51:39 [post_content] => ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากปกติ 3% เหลือ 2% วันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2564 กระทรวงการคลังได้มีประกาศกฎกระทรวงโดยราชกิจานุเบกษา ให้มีการลดอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2564 จากปกติ 3% เหลือ 2%  สำหรับผู้ที่ใช้ช่องทางผ่านระบบ e-Withholding Tax หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ e-Withholding Tax คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร e-withholding tax คือ การดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารผู้รับเงิน โดยกฎหมายจะกำหนดให้ผู้หักภาษี (ผู้จ่ายเงิน) ส่งข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้รับเงิน พร้อมโอนเงินไปยังธนาคารที่ให้บริการ e-withholding tax  แล้วธนาคารจะมีหน้าที่เป็นตัวกลางโดยทำการดังนี้ 1. หักภาษีตามยอดที่แจ้ง นำส่งเงินภาษีให้กับกรมสรรพากร 2. โอนเงินที่ได้ทำการหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้วไปให้ผู้รับเงิน และจากเดิมที่ผู้จ่ายเงินจะต้องทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ) ให้ผู้รับเงินและจัดเก็บสำเนาเอกสารไว้เป็นหลักฐานเองนั้น หากเป็นระบบ e-withholding tax นี้ ผู้จ่ายเงินไปต้องดำเนินการจั้นตอนนี้ค่ะ โดยจะมีธนาคารเป็นตัวกลางดำเนินการและนำส่งข้อมูลและภาษีที่หักไว้ไปยังกรมสรรพากร ไม่เกิน 4 วันทำการถัดจากวันที่ธนาคารได้รับเงินค่ะ และผู้รับยังสามารถทำการตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้ตลอดผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ใครบ้าง ? ที่จะได้รับการลดหย่อนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากปกติ 3% เหลือ  2% โดยผ่านระบบ e-withholding Tax นี้  
  1. (ก) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่ เงินได้จากหน้าที่หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียม ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม ค่าสอน บำเหน็จ เงินโบนัส เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้าน ที่ผู้จ่ายเงินให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า
  1. (ข) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นเงินได้จากค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิ์อย่างอื่น ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งคือบริษัทที่ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์ เช่น ลิขสิทธิ์เพลง บทประพันธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เกม ภาพ รวมไปถึงชื่อเสียงทางการค้า แต่เป็นในส่วนของบริษัทเท่านั้น ไม่รวมบุคคลธรรมดา
  1. (ค) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6) และ (7) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่ ผู้รับเหมา ผู้รับงานจ้างต่าง ๆ โดยมีการรับเหมาทั้งค่าแรงและค่าของ โดยท่านเป็นผู้จัดหาแรงงาน เครื่องมือ และสัมภาระเอง เช่น รับเหมาก่อสร้าง, รับผลิตสินค้าตามแบบที่ลูกค้าต้องการ โดยที่ปกติท่านไม่ได้ทำขาย หรือผลิตตามแบบที่นอกเหนือจากในแค็ตตาล็อก ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาแบบบุคคลธรรมดา หรือเป็นบริษัทรับเหมา ก็ได้ลดภาษี ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 2% เช่นกัน
  1. (ง) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นเงินได้ จากการจ้างทำาของ การจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย และการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่ก าหนดไว้ใน (3) (15) (16) และ (17) แต่ไม่รวมถึง การจ่ายค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีซึ่งได้แก่ คนที่ได้รับเงินปันผลต่าง ๆ กำไรจากการขาย LTF RMF รวมไปถึงเงินรางวัลจากการชิงโชค จับสลาก และอื่น ๆ
การหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งข้อมูลและภาษีไปยังกรมสรรพากรจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทั้งยังมีความปลอดภัย ตรวจสอบข้อมูลได้ทุกเวลา ด้วยระบบ e-withholding Tax สนับสนุนข้อมูล : www.brainergy.digital ติดตามเนื้อหาดีๆ แบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => e-Withholding Tax ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ2% ใครได้บ้าง ? [post_excerpt] => [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => e-withholding-tax-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%93-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-17 17:13:19 [post_modified_gmt] => 2021-02-17 10:13:19 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=45070 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [comment_count] => 0 [current_comment] => -1 [found_posts] => 23 [max_num_pages] => 3 [max_num_comment_pages] => 0 [is_single] => [is_preview] => [is_page] => [is_archive] => 1 [is_date] => [is_year] => [is_month] => [is_day] => [is_time] => [is_author] => [is_category] => 1 [is_tag] => [is_tax] => [is_search] => [is_feed] => [is_comment_feed] => [is_trackback] => [is_home] => [is_privacy_policy] => [is_404] => [is_embed] => [is_paged] => 1 [is_admin] => [is_attachment] => [is_singular] => [is_robots] => [is_favicon] => [is_posts_page] => [is_post_type_archive] => [query_vars_hash:WP_Query:private] => e19780c77ac4896daed037331a8786ff [query_vars_changed:WP_Query:private] => [thumbnails_cached] => [stopwords:WP_Query:private] => [compat_fields:WP_Query:private] => Array ( [0] => query_vars_hash [1] => query_vars_changed ) [compat_methods:WP_Query:private] => Array ( [0] => init_query_flags [1] => parse_tax_query ) )
การเงินส่องแนวโน้ม 9 ธุรกิจเติบโตหลังโควิด
การเงินตั้งนิคมอุตฯราชทัณฑ์แก้ขาดแรงงานต่างด้าว
E-Sportเกมเติบโตขึ้น 12% ในปี 2020
การเงินแผนการเงิน 5 ข้อที่คุณควรทำในปี 2564
การเงินประกันชีวิต สรุปมีกี่แบบ??
การเงิน5 Mindset ที่จะทำให้คุณเป็นผู้ประกอบการที่สำเร็จ
การเงิน4 รูปแบบการชำระเงินทั่วโลกที่จะเปลี่ยนไปในปี 2021

การเงิน

การเงิน Forex อีกหนึ่งช่องทางการลงทุนทางเลือกที่มาพร้อมค่าเลเวอเรจพลังมหัศจรรย์แห่งอำนาจ
Forex หรือ Foreign Exchange คือ ตลาดการค้าเงินที่ใหญ่ที่สุด ที่มีการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละสกุลเงิน ซึ่งราคาจะแปรผันตามความต้องการที่ทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา