fbpx
Home
|

การเงิน

8WP_Query Object
(
    [query] => Array
        (
            [post_type] => post
            [category__in] => 5
            [orderby] => date
            [order] => DESC
            [posts_per_page] => 8
            [category__not_in] => Array
                (
                    [0] => 65
                    [1] => 66
                    [2] => 54
                    [3] => 55
                )

            [paged] => 4
        )

    [query_vars] => Array
        (
            [post_type] => post
            [category__in] => Array
                (
                    [0] => 5
                )

            [orderby] => date
            [order] => DESC
            [posts_per_page] => 8
            [category__not_in] => Array
                (
                    [0] => 65
                    [1] => 66
                    [2] => 54
                    [3] => 55
                )

            [paged] => 4
            [error] => 
            [m] => 
            [p] => 0
            [post_parent] => 
            [subpost] => 
            [subpost_id] => 
            [attachment] => 
            [attachment_id] => 0
            [name] => 
            [pagename] => 
            [page_id] => 0
            [second] => 
            [minute] => 
            [hour] => 
            [day] => 0
            [monthnum] => 0
            [year] => 0
            [w] => 0
            [category_name] => finance
            [tag] => 
            [cat] => 5
            [tag_id] => 
            [author] => 
            [author_name] => 
            [feed] => 
            [tb] => 
            [meta_key] => 
            [meta_value] => 
            [preview] => 
            [s] => 
            [sentence] => 
            [title] => 
            [fields] => 
            [menu_order] => 
            [embed] => 
            [category__and] => Array
                (
                )

            [post__in] => Array
                (
                )

            [post__not_in] => Array
                (
                )

            [post_name__in] => Array
                (
                )

            [tag__in] => Array
                (
                )

            [tag__not_in] => Array
                (
                )

            [tag__and] => Array
                (
                )

            [tag_slug__in] => Array
                (
                )

            [tag_slug__and] => Array
                (
                )

            [post_parent__in] => Array
                (
                )

            [post_parent__not_in] => Array
                (
                )

            [author__in] => Array
                (
                )

            [author__not_in] => Array
                (
                )

            [ignore_sticky_posts] => 
            [suppress_filters] => 
            [cache_results] => 1
            [update_post_term_cache] => 1
            [lazy_load_term_meta] => 1
            [update_post_meta_cache] => 1
            [nopaging] => 
            [comments_per_page] => 50
            [no_found_rows] => 
        )

    [tax_query] => WP_Tax_Query Object
        (
            [queries] => Array
                (
                    [0] => Array
                        (
                            [taxonomy] => category
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 5
                                )

                            [field] => term_id
                            [operator] => IN
                            [include_children] => 
                        )

                    [1] => Array
                        (
                            [taxonomy] => category
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 65
                                    [1] => 66
                                    [2] => 54
                                    [3] => 55
                                )

                            [field] => term_id
                            [operator] => NOT IN
                            [include_children] => 
                        )

                )

            [relation] => AND
            [table_aliases:protected] => Array
                (
                    [0] => innn29_term_relationships
                )

            [queried_terms] => Array
                (
                    [category] => Array
                        (
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 5
                                )

                            [field] => term_id
                        )

                )

            [primary_table] => innn29_posts
            [primary_id_column] => ID
        )

    [meta_query] => WP_Meta_Query Object
        (
            [queries] => Array
                (
                )

            [relation] => 
            [meta_table] => 
            [meta_id_column] => 
            [primary_table] => 
            [primary_id_column] => 
            [table_aliases:protected] => Array
                (
                )

            [clauses:protected] => Array
                (
                )

            [has_or_relation:protected] => 
        )

    [date_query] => 
    [request] => SELECT SQL_CALC_FOUND_ROWS  innn29_posts.ID FROM innn29_posts  LEFT JOIN innn29_term_relationships ON (innn29_posts.ID = innn29_term_relationships.object_id) WHERE 1=1  AND ( 
  innn29_term_relationships.term_taxonomy_id IN (5) 
  AND 
  innn29_posts.ID NOT IN (
				SELECT object_id
				FROM innn29_term_relationships
				WHERE term_taxonomy_id IN (54,55,65,66)
			)
) AND innn29_posts.post_type = 'post' AND (innn29_posts.post_status = 'publish' OR innn29_posts.post_status = 'acf-disabled') GROUP BY innn29_posts.ID ORDER BY innn29_posts.post_date DESC LIMIT 24, 8
    [posts] => Array
        (
            [0] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 52956
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-03-02 11:00:00
                    [post_date_gmt] => 2021-03-02 04:00:00
                    [post_content] =>           Cloud Kitchens หรือชื่อเรียกอื่นๆที่อาจจะเคยได้ยินเช่น Ghost Kitchens,Dark Kitchens ซึ่งเป็นเทรนธุรกิจอาหารที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและขยายตัวมากขึ้น สาเหตุหนึ่งมากจากการระบาดของโควิด 19 ที่ส่งผลร้านอาหารหลายร้านต้องปรับตัว แล้ว Cloud Kitchensคืออะไร มารู้จักไปพร้อมๆกัน

          คำว่า Cloud หรือคลาวด์หลายคนอาจรู้จักกับเคยใช้งานในรูปแบบการฝากข้อมูล อัพโหลดข้อมูล หรือการดูหนัง ฟังเพลงผ่านระบบคลาวด์ แต่รู้หรือไม่ว่าร้านอาหารก็มีเช่นกัน แล้วบางทีคุณอาจจะใช้งานไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

          Cloud Kitchensสรุปให้ง่ายและเห็นภาพที่สุดก็คือ ครัวกลางที่จุดประสงค์หลักทำเพื่อส่งเดลิเวอรี่ และครัวกลางนี้จะถูกจัดการโดยร้านอาหาร เป็นร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่ได้เปิดให้คนไปนั่ง อาจจะทำอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่บอกชัดเจนเลยถูกเรียกอีกชื่อว่า Ghost Kitchensโดยรายงานจาก Goldstein Research เผยตัวเลขว่า Cloud Kitchensทั่วโลกนั้นมีมูลค่าร่วมกันกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

          หากมองในอีกมุม  Cloud Kitchensก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เท่าไรนัก หากเทียบกับร้าน พิซซ่าหรือร้านอาหารจีนที่ส่วนใหญ่ไม่มีหน้าร้านเป็นบริการส่งถึงที่มากกว่า แต่จุดเด่นที่ร้านอาหารคลาว์นี้ทำได้คือเทคโนโลยีและระบบการจัดการงานที่ซับซ้อนกว่าร้านอาหารเดลิเวอรี่ทั่วไปอย่างมาก

          จุดเริ่มแรกของ Cloud Kitchensนั้นมาจากเรื่องปัญหาพื้นที่ อย่างเช่นเมืองนิวยอร์ก ร้านหรือตึกที่ติดถนนนั้นแพงมาก หลายร้านอาหารไม่สามารถสู้ราคาได้ แล้วจะทำยังไงต่อ จะไปตั้งนอกเมืองก็คงไม่มีคนสั่ง ร้านอาหารเลยหาโกดังหรือตึกที่อยู่ในเมืองแต่ไม่ได้ติดถนนใหญ่และบริการส่งเดลิเวอรี่แทน ประหยัด ไม่ไกลลูกค้า ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องหน้าร้าน ไม่ต้องล้างจาน หลังจากนั้นด้วยเทคโนโลยีที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่สูง ประกอบกับโควิด 19 ทำให้ Cloud Kitchens นั้นก็ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน 

          ตัวอย่างที่เปลี่ยนไปและเป็นเหมือนCloud Kitchens Business Models ในยุคนี้ มีข้อดีและจุดสังเกตได้ดังนี้ 

          1.รวมอาหารไว้ที่เดียวกัน

          อยากให้ทุกคนนึกภาพโกดังขนาดใหญ่ มีเครื่องไม้เครื่องมือทำอาหาร อาจจะมีสักสี่ถึงห้าแถว ที่ทำอาหารแต่ละชนิดกัน นั้นละคือระบบการทำงานที่นิยมใช้กัน ด้วยการที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องบริการลูกค้าที่มานั่งทาน มีแต่การจัดการอาหาร ออเดอร์ ทำให้คลาว์คิทเช่นนั้นมักมีร้านอาหารรวมกันอยู่หลายร้าน เช่น มีร้านไก่ทอด ร้านส้มตำ ร้านอาหารตามสั่ง อารมณ์เหมือนฟู้ดคอร์ทขนาดใหญ่ อาจจะเป็นเจ้าของเดียวกันหรือเป็นการร่วมมือกันก็ได้

          2.ต้นทุนต่ำ

          หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจคือการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าสถานที่ ค่าอุปกรณ์ ค่าตกแต่งร้าน ค่าโปรโมท ค่าพนักงาน อีกทั้งยังมีเรื่องกฏหมายแรงงานที่เข้มงวดเรื่องการทำงานขึ้นเรื่อยๆ Cloud Kitchens นั้นสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้อย่างดี ตั้งแต่การใช้ทีมที่น้อยลง ค่าสถานที่ถูกเพราะไม่ต้องหาทำเลดีมากนัก ไม่ต้องมีค่าตกแต่งร้าน ไม่ต้องมีส่วนบริการหน้าร้าน และต่อเนื่องจากข้อก่อนหน้านี้ เมื่อมีหลายครัว หลายร้านอาหาร ก็สามารถสั่งวัตถุดิบมาใช้ด้วยกันได้ทำให้ลดต้นทุนได้มาก ลดโอกาสการเหลือของอาหารที่ทำให้ต้นทุนจม และเมื่อเงินทุนต่ำก็สามารถนำเงินส่วนต่างนี้ไปพัฒนาส่วนอื่นได้มากกว่าร้านอาหารแบบทั่วๆไป

          3.ประสิทธิภาพดีขึ้น

          ประสิทธิภาพดีขึ้นที่ว่านี้ เมื่อเทียบร้านอาหารทั่วๆไป Cloud Kitchensนั้นถูกสร้างขึ้นจากวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน มีระบบที่มุ่งเน้นไปที่กระบวนการผลิต การทำงานครัว ทำให้มองเห็นขั้นตอนและปัญหาได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมวัตถุดิบ ลำดับการทำงาน ความเร็วในการจัดการอาหาร ความเร็วในการส่งเดลิเวอรี่ 

          4.มีข้อมูลในมือช่วยให้ปรับตัวได้ตลอดเวลา

          Cloud Kitchensนอกจากระบบการจัดการหลังบ้านแล้วในข้อก่อนหน้า การรับออเดอร์หรือคำสั่งซื้อนั้นก็มาจากแอปหรือระบบเว็บแทบจะร้อยเปอร์เซ็น สิ่งนี้ทำให้มี ข้อมูลหรือ Data ในมือ ทำให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว หลายบริษัทที่ทำคลาวด์คิทเช่น ปรับกระบวนการสั่งซื้อ ตารางเวลางานของพนักงาน  เมนูอาหาร ได้อย่างรวดเร็ว

          5.ไม่ต้องเสียค่าการตลาดสูง

         จากข้อที่แล้วที่ Cloud Kitchensส่วนใหญ่ใช้บริการผ่านแอป ทำให้การทำการตลาดนั้นง่ายกว่าการโปรโมทร้านอาหารมาก เพราะในแอปก็โชว์ข้อมูลครบตามที่ต้องการเช่น เมนู ราคา ไม่ต้องพรีเซ้นหน้าตาของร้าน หรือทำการตลาดรวมกับแอปที่ช่วยโปรโมทร้านอยู่แล้วนั้นเอง 

          นี่คือข้อดีหลักๆของ Cloud Kitchensแต่แน่นอนเหรียญย้อมมีสองด้าน มีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสีย คลาวด์คิทเช่นนั้นก็มีข้อเสียเช่นกัน ต้องพึ่งพาแอปหรือบริษัทด้านการจัดส่งเดลิเวอรี่มากเกินไป การแข่งขันในโลกดิจิตอลที่มีคู่แข่งจำนวนมาก เรื่องความไม่ใส่ใจในคุณภาพอาหาร ข้อจำกัดในบางพื้นที่เรื่องการทำอาหารในรูปแบบโรงงานแบบคลาวด์คิท

          หากย้อนไปจริงๆ Cloud Kitchensนั้นเริ่มเกิดตั้งแต่ช่วงปี 2010 ด้วยปัญหาเรื่องสถานที่ตามที่กล่าวไป แต่ในช่วงการระบาดของโควิด 19 ทำให้ผู้ประกอบการหลายท่านสู้ค่าที่และค่าพนักงานไม่ไหว อีกทั้งยังมีมาตรการควบคุมที่ทำให้คนนั่งร้านน้อยลง จึงปรับรูปแบบธุรกิจมาสู่การทำคลาว์คิทเช่นมากขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเข้ากับวิธีชีวิตแบบ New Normal

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

thefoodcorridor 

posist

 
                    [post_title] => Cloud Kitchens ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน
                    [post_excerpt] => มาทำความรู้จัก Cloud Kitchens ไปพร้อมๆกัน
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => cloud-kitchens-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-03-03 17:31:25
                    [post_modified_gmt] => 2021-03-03 10:31:25
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=52956
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [1] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 50435
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-03-01 08:30:09
                    [post_date_gmt] => 2021-03-01 01:30:09
                    [post_content] =>           QR CODE นั้นกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร้านค้าและบริการต่างๆในยุคโควิด-19 หลังจากที่ QR CODEนั้นเป็นหนึ่งใน 4 รูปแบบการชำระเงินทั่วโลกที่จะเปลี่ยนไปในปี 2021 การชำระเงินที่จะเปลี่ยนแปลงในปี2021 และจากที่สังเกตดูจากยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ คิวอาร์โค้ด นั้นก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นไปอีกในช่วงเวลาแบบนี้

          QR CODE หรือ คิวอาร์โค้ด คือบาร์โค้ด 2 มิติ ย่อมาจาก Quick Response หรือการตอบโต้อย่างรวดเร็ว ถูกคิดค้นตั้งแต่ปี 1994 เพื่อใช้โหลดข้อมูลให้ข้อมูลสิ่งต่างๆ  ส่วนในประเทศไทยคุ้นเคยกันดี เริ่มตั้งแต่การโอนเงินผ่าน พร้อมเพย์(PromptPay) เริ่มแรกนั้นเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขาย ต่อมาก็ด้วยความจำเป็นจากการต้องเว้นระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing ที่อยากให้ทุกคนเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัสทำให้คิวอาร์โค้ดนั้นกลายเป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในร้านค้า และสุดท้ายก็ตามมาด้วยโครงการคนละครึ่งที่ให้สแกนผ่านคิวอาร์โค้ดในมือถือของผู้ใช้และร้านค้า 

           โควิด-19 นี้เองที่เป็นตัวผลักดันทำให้เกิดการปฏิวัติของคิวอาร์โค้ดและทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ต้องมี ไม่ใช่แค่ในไทยเท่านั้น เจ้าของร้านอาหารในประเทศสหรัฐฯได้กล่าวว่า ลูกค้าทุกคนต่างชอบคิวอาร์โค้ด หลายร้านค้า ร้านอาหารต่างหันมาใช้มัน เพราะมันสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการซื้อขาย เพียงแค่เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วหันไปสแกนเจ้าบาร์โค้ดสีเหลี่ยมดำๆเท่านั้น 

          เจ้าของร้านจากนิวยอร์กอีกท่านได้กล่าวไว้ว่า “ลูกค้านั้นไม่ต้องการที่รอ พวกเขาอยากจ่ายเงินและอยากเดินออกจากร้านได้เลย โดยไม่ต้องขอบิล” 

          ย้อนกลับไปจุดเริ่มคิวอาร์โค้ดแบบสั้นๆ เริ่มแรกถูกคิดค้นในประเทศญี่ปุ่นในช่วงกลางของทศวรรษที่ 90 เพื่อใช้ติดตามส่วนประกอบในการผลิตรถยนต์ ให้ง่ายขึ้น เนื่องจากชิ้นส่วนรถยนต์นั้นมีจำนวนมาก ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก และเจ้าตัวคิวอาร์โค้ดเองสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ด ซึ่งตอบโจทย์ได้อย่างดีสำหรับการผลิตรถยนต์

          จากการระบาดของโควิดนี้เองทำให้เราเห็นการพัฒนาของคิวอาร์โค้ดอย่างก้าวกระโดด จากปีเหลือแค่ไม่กี่เดือน ในสหรัฐอเมริกานั้น ร้านขายยาร่วมมือกับ PayPal และ Venmo กว่า 8,200 แห่ง นอกจากนี้บริษัท Startups หลายรายได้ใช้คิวอาร์โค้ดในธุรกิจที่ต้องปรับตัว บางแห่งใช้คิวอาร์โค้ดเพื่อโชว์และให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้เลยจากป้ายโฆษณาตามแหล่งต่างๆ 

          ในระบบสาธารณสุขเองก็ใช้ QR CODEเช่นเดียวกันในประเทศอังกฤษมีข้อกำหนดให้ทุกคนต้องสแกนเพื่อเช็คอิน เวลาเข้าสถานที่ เหมือนกับบ้านเราที่ใช้ไทยชนะ เวลาต้องเข้าห้าง ร้าน ต่างๆ เพื่อเป็นใช้ติดตามกรณีเกิดเหตุมีผู้ติดเชื้อในพื้นที่นั้นๆ ได้ตามตัวหรือหากลุ่มเสี่ยงถูก 

          ระบบคิวอาร์โค้ดที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถอย่างชัดเจนคือในบริการของ Amazon Go ที่ให้ลูกค้านั้นสามารถเลือกหยิบสินค้าได้ ระบบสแกนโดยอัตโนมัติผ่านกล้องที่มีอยู่รอบร้าน เพื่อเราเลือกซื้อสินค้าเสร็จ ก็แค่เดินออกไปเลย ระบบจะหักเงินจากบัญชีของลูกค้าไป เป็นการซื้อของที่ไม่ต้องมีแคชเชียร์ และหลายร้านค้าเริ่มติดต่อเพื่อข้อการใช้เทคโนโลยีเช่นเดียวกัน  

          ผู้พัฒนาระบบ Andrew Radlow , Chief business officer ของ Grabango กล่าวว่า “ผมยังไม่เห็นเหตุผลว่าทำไม QR จะไม่แพร่หลายในร้านค้าในอนาคต”  ซึ่งปีที่ผ่านมาก็ได้เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงแม้แต่น้อย 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

bbc 

กระทรวงสาธารณสุข
                    [post_title] => ยุคโควิดต้องมี QR CODE
                    [post_excerpt] => คุณรู้ไหมว่า QR CODE นั้นกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร้านค้าในยุคโควิด-19
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => %e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5-qr-code
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-03-02 13:42:12
                    [post_modified_gmt] => 2021-03-02 06:42:12
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=50435
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [2] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 49437
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-02-25 11:00:20
                    [post_date_gmt] => 2021-02-25 04:00:20
                    [post_content] =>           ไมค์ ไทสัน (Mike Tyson) อดีตนักมวยชาวอเมริกัน แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สถาบันคนแรกของโลก ชีวิตที่ผ่านอะไรมากมายของไมค์ ไทสันนั้น ได้มอบบทเรียนให้กับผู้ประกอบการหรือคนวัยทำงานแบบเราได้อย่างดี

          เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ไมค์ ไทสัน ในวัย 54 ปี ได้ก้าวสู่สังเวียนเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี เพื่อชกกับ รอย โจนส์ จูเนียร์ (Roy Jones, Jr.) การชกรอบนี้คาดว่าสร้างรายได้นับล้านเพราะทั่วโลกการรอชมการกลับมาของตำนานอย่างไมค์ ไทสัน และจากการชกนี้เองทำให้เรานึกถึงชีวิตที่ยากพอๆกับการชกบนเวทีของเขา และนำมาสู่บทเรียนที่มาใช้ในชีวิตการทำงาน

          1.ทุกคนมีแผน จนโดนชกเข้าที่หน้า

          “Everyone has a plan until they get punched in the face” หนึ่งในวลีฮิตของ ไมค์ ไทสัน ในการชกล่าสุดที่ผ่านมาทุกคนนึกภาพว่า หมัด ของ ไมค์จะส่งตรงเข้าหน้าของ  รอย โจนส์ จูเนียร์ ราวกับว่ามันจะทะลุกะโหลกของ รอยไปเลย เขาคงต่อสู่อย่างดุเดือด กลยุทธ์ที่ดีที่สุดหากต้องการรอดชีวิตคงเป็นการรัวหมัดรุมจนไทสัน ไม่สามารถใช้หมัดของเขาได้ และนั้นเป็นสิ่งที่โจนส์ ถนัดและใช้มันเสมอมา

          แต่เมื่อการต่อสู่เริ่มขึ้น ไมค์ ได้เริ่มชกด้วยระยะประชิดสลับการกอด เป็นสิ่งที่แฟนมวยไม่เคยเห็น และตัวโจนส์เองก็คงไม่คาดคิดเช่นกัน นั้นคือสิ่งที่ ไมค์ ไทสันได้เรียนรู้และปรับตัวจากระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีคำกล่าวว่า The old dog had indeed learned new tricks.

          การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณอยากจะอยู่รอดในตลาดหรือการทำงาน การทำสิ่งเดิมๆแต่อยากได้ผลใหม่ นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เช่นสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันเราคงจะใช้กลยุทธ์การตลาดเมื่อปีก่อนๆไม่ได้แล้ว เราจะต้องเรียนรู้และปรับตัวตลอดเวลา มองหาจุดที่จะพัฒนาตัวเรา บริษัทให้อยู่รอดได้

          2.ชัดเจนว่าคุณกำลังสู้กับใครและทำไม

          “I haven’t done this in fifteen years,I’m not a giant, I’m a beginner.”  

          “ผมไม่ได้ชกมาสิบห้าปีแล้ว ผมไม่ใช่ยักษ์ ผมเป็นมือใหม่”

          ไมค์ ไทสันให้สัมภาษณ์อย่างจริงจังหลังการชกจบลง

         “ก่อนหน้านี้ทุกอย่างทั้งรถหรู เครื่องบิน เรือ นั้นเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวผม แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ผมอยากจะหาเส้นทางอื่น”

          ในช่วงจุดสูงสุดของชีวิตไมค์นั้นเขามีทุกอย่าง และทุกอย่างก็พังลงเมื่อเข้าพ่ายแพ้ให้กับ McBride ตอนนั้นเองเขาได้ภรรยาของเขา Lakiha Spicer ที่ช่วยให้ตัวตนเขากลับมา และในครั้งนี้เขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง เขาสู้เพื่อระดมทุนหลายล้านเพื่อการกุศล เป็นเส้นทางที่เขาต้องการ เส้นทางที่สู้เพื่อคนอื่น

          ผู้ประกอบการและธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการมุ่งเน้นไปที่การสร้างรายได้ การสร้างบริษัทให้เติบโต และเมื่อถึงจุดหนึ่งทุกคนต้องเลือกว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือต้องการทำเงินให้มากขึ้น

          หากเราเลือกที่จะทำงานให้มากขึ้น เราอาจจะต้องอยู่กับการมองหายอดเงินในแบบไม่จบไม่สิ้น หากเราเลือกสร้างความแตกต่าง อาจจะทำให้เราจดจำได้ว่า เราทำธุรกิจเพื่ออะไร เราจะมีความชัดเจนว่าใครคือคู่ต่อสู้ของเรา แล้วเราสู้ไปทำไม

          3.สบายใจที่จะทำสิ่งที่ไม่สบายใจ

          ทำไม ไมค์ ไทสัน ถึงตัดสินใจกลับมาชกอีกครั้ง ทั้งๆที่ในสังเวียนนี้ไม่มีอะไรให้พิสูจน์อีกแล้ว

          “Because it’s what I fear the most.”  เพราะนั้นคือสิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด ไมค์กล่าวถึงการกลับขึ้นสังเวียนครั้งนี้

          การต่อสู้ที่สำคัญที่สุดก็คือการต่อสู้กับตัวเอง หลายปีที่เขากลัวอย่างฝั่งลึก เขากลัวที่จะใส่ถุงมือ ใส่นวมมาออกกำลังอีกครั้ง เขารู้ตัวว่าอีโก้ ทั้งหลายจะกลับมาอีกครั้ง ในการสู้ครั้งนี้เขามุ่งไปที่การต่อสู้ด้วยความอดทนมากกว่าที่จะพยายามล้มคู่ต่อสู้ให้น็อคแบบที่เขาเคยเป็น

          ชีวิตการทำงานหรือธุรกิจนั้นล้มเหลวทันทีเมื่อคุณอยู่ในคอมฟอร์ทโซนนานเกินไป ช่วงเวลาตัดสินใจที่สำคัญจะมาถึงไม่ช้าก็เร็ว สำคัญที่สุดคือการเผชิญหน้ากับความกลัว เรียนรู้ที่จะสู้และประสบความสำเร็จไปกับมัน

          4.ต่อยไปเรื่อยๆ

          ไมค์ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ทุกครั้งที่ต้องขึ้นชกเขากลัวเจ็บเสมอ หลายคนคิดว่าคนอย่างไมค์นั้นไม่เกรงกลัวอะไร คิดว่าไมค์สามารถเดินชกคู่ต่อสู้อย่างไร้ความกลัว แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เลย เมื่อสิบห้าปีที่แล้วไมค์เลือกที่จะยอมแพ้ ไม่ยอมขึ้นชกบนสังเวียน แต่ชีวิตจริงนั้นไมค์ไม่สามารถหยุดต่อยได้ เราต้องก้าวต่อไป ผู้ประกอบหลายคนเหมือนกับกลาดิเอเตอร์ที่ลงสนามรบและแบกความเสี่ยงทั้งหมดโดยไม่มีแผนสำรอง เราไม่มีทางเลือกนอกจากทำให้มันสำเร็จ แต่หากมันไม่สำเร็จขึ้นมา เราก็ต้องล้มเหลวไปในทันที หากคุณต้องการประสบความสำเร็จ ความล้มเหลวหรือการเลิกต่อสิ่งที่ทำนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดี จงสู้ต่อไป

          ไม่ว่าปีนี้ เศรษฐกิจหรือโรคระบาดจะเหวี่ยงหมัดใส่เราแรงแค่ไหน ไม่สำคัญว่าเราจะล้มหรือแพ้กี่ครั้งคำถามสำคัญคือเราจะยอมแพ้หรือไม่ หรือจะลุกขึ้นมาชกกับความกลัวอีกครั้งเหมือนไมค์ ไทสัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

entrepreneur
                    [post_title] => 4 ข้อคิดที่คนวัยทำงานเรียนรู้ได้จาก ไมค์ ไทสัน
                    [post_excerpt] => ไมค์ ไทสัน ได้มอบบทเรียนให้กับผู้ประกอบการหรือคนวัยทำงานอย่างไรบ้าง?
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => 4-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-03-15 09:50:04
                    [post_modified_gmt] => 2021-03-15 02:50:04
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=49437
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [3] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 48490
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-02-23 14:00:19
                    [post_date_gmt] => 2021-02-23 07:00:19
                    [post_content] =>           ไหนใครบ้างที่รู้สึกว่าช่วงนี้เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ หรือรู้สึกว่าใช้เงินเก่งเกินไปแล้ว แต่ก็มีความรู้สึกอยากจะมีเงินเก็บแบบคนอื่นเขาบ้าง แต่ก็ยังหักห้ามใจไม่ได้สักที วันนี้ทีม INN จะมาแนะนำ  Applicationเก็บเงิน ที่จะช่วยทำให้เงินคุณไม่รั่วไหลไปมากกว่านี้ มีตัวไหนที่น่าดาวโหลดลงมือถือของเราบ้าง ไปดูกันเลย!

Money Lover

          1.Money Lover

          อยากจะแอบกระซิบบอกทุกคนว่าแอพนี้ได้รับความนิยมจากเหล่าผู้ที่ชอบออมเงินเป็นอย่างมาก  Money Lover เปรียบเสมือนเลขาที่จะช่วยให้คุณบริหารเงินได้สะดวกมากขึ้น 
  • Money Lover จะคอยรายงานว่าคุณใช้เงินไปเท่าไหร่แล้ว  ถ้าใช้มากไปก็จะมีการแจ้งเตือนว่าคุณใช้เงินเกินลิมิตแล้วนะ
  • บันทึกรายรับรายจ่ายได้อย่างละเอียด 
  • สำหรับใครที่มีหนี้เยอะหรือเป็นสายทวงหนี้ แอพนี้สามารถบันทึกได้ว่าใครที่ติดหนี้เอยู่บ้าง ติดเป็นจำนวนเท่าไหร่
  • สามารถคาดการณ์การใช้เงินของคุณได้ล่วงหน้า  3 เดือน
  • คอยรายงานว่าแต่ละเดือนคุณใช้เงินไปเท่าไหร่แล้วบ้าง
  • สามารถสแกนใบเสร็จได้ เพียงแค่ถ่ายรูปใบเสร็จก็ถูกบันทึกเรียบร้อยเลย
Metang           2.Metang           สำหรับใครที่ไม่ชอบพิมพ์ แอพนี้ต้องตอบโจทย์แน่นอน ใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็วเพราะมีความสามารถพิเศษในการออกคำสั่งด้วยเสียง
  • แอพนี้จะแสดงกราฟรายรายรับ-รายจ่ายให้คุณในแต่ละวัน โดยที่คุณไม่ต้องกังวลเลยว่าคุณจะใช้เงินเกินงบหรือเปล่า
  • สามารถบันทึกได้หลายบัญชี และตั้งชื่ออะไรก็ได้ตามที่ใจของคุณต้องการ ไม่ว่าจะตั้งเป็นชื่อ , สถานที่ , ครอบครัว , การเดินทาง เป็นต้น
  • สร้างบัญชีแบบบัตรเครดิตได้ มีแจ้งเตือนก่อนถึงวันกำหนดชำระด้วย
  • สามารถเลือกสกุลเงินนานาชาติได้ สมมุติว่าถ้าคุณต้องเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวที่ต่างประเทศ แอพนี้ก็จะสามารถบันทึกรายการค่าใช้จ่ายได้แบบไม่ต้องคอยเปลี่ยนสกุลเงินให้มันยุ่งยาก
  • Export รายรับ-รายจ่ายออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้
Piggipo           3.Piggipo           แอพนี้ต้องตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบใช้บัตรเครดิตอย่างแน่นอน แอพนี้ทั้งบันทึกรายรับ - รายจ่ายได้ และยังช่วยจัดการในเรื่องของบัตรเครดิตอีกด้วย ไม่ว่ารายจ่ายในส่วนของบัตรเครดิตของคุณจะเยอะแค่ไหน Piggipo จะช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน
  • ช่วยควบคุมการใช้จ่ายของบัตรเครดิต
  • จะคอยดูแลในส่วนของบัตรเครดิตว่าถึงกำหนดจ่ายเงินวันไหน แต่บัตรเครดิตในแต่ละใบใช้เงินไปเท่าไหร่แล้วบ้าง
  • มีระบบคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตก่อนชำระเงิน
  • สามารถ sync กับทางธนาคารได้โดยตรง
  • บันทึกรายรับรายจ่ายธรรมดาได้ โดยมีการแสดงผลเป็นเป็นกราฟที่มีสีสัน ทำให้อ่านผลได้ง่าย
Applicationเก็บเงิน           4.Mobills            ใครที่ชอบขี้ลืมบ่อยๆ แอพ Mobills จะคอยเป็นผู้ช่วยเตือนความจำคุณ ไม่ว่าคุณจะชอบลืมจ่ายค่าโทรศัพท์ ค่ารถ ค่าบ้าน ค่าบัตรเครดิต และอีกหลายต่อหลายอย่าง เมื่อถึงเวลาที่คุณจะต้องจ่ายเงิน  Mobills จะคอยแจ้งเตือนคุณแบบที่คุณจะไม่ต้องลืมจ่ายเลยล่ะ
  • แอพนี้จะคอยวางแผนและติดตามการใช้จ่ายของคุณอยู่เสมอ ถ้าใช้เกินตามที่วางแผนไว้ก็จะมีการแจ้งเตือนคุณทันที
  • สามารถสร้างตารางรายรับ-รายจ่ายประจำเดือนได้อย่างที่คุณต้องการ
  • จัดการบัญชีหลายบัญชีได้พร้อมๆกัน รวมถึงบัตรเคดิตด้วย 
  • รองรับ Apple Watch
  • สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้
          และนี่ก็คือ 4 Application ที่จะช่วยคุณบริหารเงินให้เป็นไปตามอย่างที่ใจต้องการ ลองโหลดมาใช้กันดูนะทุกคน ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => แนะนำ Application "เก็บเงิน" ที่คุณควรมีติดไว้ในมือถือ [post_excerpt] => อยากจะมีเงินเก็บก็ต้องมี Appliication เหล่านี้แล้วล่ะ [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3-application-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-03-01 10:06:11 [post_modified_gmt] => 2021-03-01 03:06:11 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=48490 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [4] => WP_Post Object ( [ID] => 48129 [post_author] => 19 [post_date] => 2021-02-22 16:23:06 [post_date_gmt] => 2021-02-22 09:23:06 [post_content] => Forex หรือ Foreign Exchange คือ ตลาดการค้าเงินที่ใหญ่ที่สุด ที่มีการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละสกุลเงิน ซึ่งราคาจะแปรผันตามความต้องการที่ทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยราคาจะแปรผันตามความต้องการซื้อและความต้องการขายของสกุลเงินนั้นๆ ซึ่งมีปัจจัยหลายๆ อย่างเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจการเงินของประเทศ, ราคาทองคำ, อัตราดอกเบี้ย, อัตราเงินเฟ้อ, ราคาน้ำมันและสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน รวมไปถึงตัวเลขสำคัญๆ ทางเศรษฐกิจด้วย จนส่งผลให้ค่าเงินของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันไป จึงเป็นช่องว่างให้สามารถทำกำไรได้ โดยปกติแล้วจะมีคู่เงินสกุลหลักของโลกที่นิยมเล่นเนื่องจากมีอัตราการแลกเปลี่ยนที่สูงและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอได้แก่
  • EUR/USD (Euro – US Dollar)
  • USD/CHF (US Dollar – Swiss Franc)
  • USD/JPY (US dollar – Japanese Yen)
  • GBP/USD (British Pound – US Dollar)
  • USD/CAD (US Dollar – Canadian Dollar)
  • AUD/USD (Australian Dollar – US Dollar)
จะเห็นว่าสกุลเงินหลักที่มีคนเล่นและต้องการจำนวนมากได้แก่ สกุลเงิน ดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นในการวิเคราะห์ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์จึงทำได้โดยง่าย  เพราะสินค้าหลายๆ ตัวอ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นั่นเอง ลงทุนเทรด Forex ใช้เงินสูงหรือไม่ โดยปกติแล้วการเทรด ฟอเร็กซ์ จะใช้เงินเริ่มต้นที่ 5-10 เหรียญเท่านั้น ไม่ต้องใช้เงินในปริมาณที่มาก หากแต่จะต้องบริหารจัดการเงินหน้าตักให้ดีเพราะอาจทำให้ขาดทุนมาหาศาลก็เป็นได้ เพราะมีอัตราส่วนทางการเงินที่เรียกว่าLeverageซึ่งเป็นตัวในการสร้างพลังในการซื้อและสามารถทำให้นักลงทุนกำไรหรือขาดทุนมากนั่นเอง เพราะอย่าลืมว่าอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่เหมือนราคาหุ้นที่สามารถวิ่งขึ้นลงได้มากกว่า 30% ต่อวันได้แต่ถ้าได้ค่า Leverageมาช่วยก็จะทำให้สามารถเทรดค่าเงินได้กำไรมหาศาล ที่มาของรูป : https://th.tradingview.com/chart/pRNq8EnJ/เว็บไซต์ผู้ให้บริการกราฟฟรีออนไลน์ จากกราฟข้างบนเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินระหว่างค่าเงิน EURUSD ตั้งแต่ 15 มีนาคม 2019 – 2 กุมภาพันธ์ 2021 จะเห็นได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนค่าต่ำสุดสวิงไปค่าสูงสุดมีผลต่างกันแค่ 0.17033 เท่านั้น หากต้องการกำไรมากกว่านี้จะต้องเปิดออเดอร์หรือซื้อในปริมาณมาก แต่ด้วยเงินลงทุนมีไม่มากจึงสามารถที่จะใช้อำนาจในการ Leverage ได้ ซึ่งจะมีอัตราส่วนต่ำสุดที่ยอมรับได้คือ 1:1 ในขณะที่สูงสุดคือ 1:1,000 นั่นเท่ากับว่าหากคุณใช้เงินเพียง 1 หน่วยจะสามารถซื้อค่าเงินนั้นในปริมาณ 1,000 หน่วยได้นั่นเอง ทำไมต้องใช้ค่าเลเวอเรจในตลาดฟอเร็กซ์ นั่นเพราะในการซื้อขายแต่ละครั้งจะมีปริมาณขั้นต่ำเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยปริมาณที่ยอมรับในการซื้อขายได้นั่นก็คือ 0.01 lot เท่ากับว่าหากนักลงทุนเทรดค่าเงิน EUR/USD จำนวน 0.01 lot โดยที่ 1 pip มีค่าเท่ากับ 10 เซนต์ (สำหรับราคาสี่หลัก) นั่นเท่ากับว่าหากค่าเงินมีการขึ้น-ลง 1 จุด นักลงทุนจะได้กำไร-ขาดทุนที่จุดละ 10 เซนต์ ถ้าหากเป็น 0.1 lot กำไร-ขาดทุนก็จะเป็นจุดละ 100 เซนต์หรือ 1 ดอลลาร์ แต่ถ้า 1.0 lot กำไร-ขาดทุนก็จะเป็นจุดละ 10ดอลลาร์ทันที นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงต้องใช้ค่า เลเวอเรจ ในการเทรดที่จำนวน lot น้อยๆ เพราะป้องกันปัญหาการขาดทุนในปริมาณมากได้ แต่ใช่ว่าใช้ค่าเลเวอเรจแล้วจะไม่ขาดทุนได้ เพราะถ้าเทรดผิดทางก็ทำให้ขาดทุนในปริมาณมากได้เช่นกันดังนั้นในการเทรดนักลงทุนไม่จำเป็นใช้เงินทั้งหมดเพื่อการเทรด แต่ควรแบ่งเงินออกมา 10% เพื่อใช้ในการเทรด เช่น ฝากเงินเข้าสู่ระบบที่ 100 เหรียญ แต่ใช้เงินเทรดจริงที่ 10 เหรียญแล้วใช้ค่าเลเวอเรจที่ 1: 10 ก็จะมีกำลังในการซื้อเท่ากับ 100 เหรียญ เมื่อทิศทางการเทรดเป็นไปในทางที่ดีขึ้น นักลงทุนสามารถที่จะเพิ่มการเทรดใหม่ก็สามารถนำ 90 เหรียญที่เหลือมาเทรดเพิ่มได้ในการทำเลเวอเรจ มีทั้งข้อดีและข้อเสียดังต่อไปนี้ ข้อดี
  • สามารถเข้าเทรดในปริมาณที่สูงได้
  • ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยจากการทำ เลเวอเรจ
  • สามารถเพิ่มผลกำไรด้วยการเทรด 10 เท่า
ข้อเสีย
  • มีความเสี่ยงสูง
  • ประมาทจากการหลงในกำลังซื้อที่มากจนอาจขาดการมีวินัย
  • Margin/Stop-Out เกิดจากการเทรด EUR/USD 1 lot ที่ ราคาจุดละ 10ดอลลาร์ หากปริมาณตำแหน่งเท่ากับ 0.01 ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายจุดละ 10 เซนต์ ในกรณีแรกการฝากเงินจะ Stop-Out ไวมาก
ฝึกเทรดกับ liteforex ด้วยบัญชีทดลองเทรด สำหรับใครที่สนใจอยากจะทดลองเทรดเพื่อศึกษาถึงวิธีการทำ เลเวอเรจสามารถแจ้งความจำนงสมัครเข้าใช้งานกับทาง liteforex ซึ่งเป็นโบรกเกอร์มืออาชีพ จะมีบัญชีทดลองเทรดให้กับสมาชิกทุกท่านที่สนใจ แม้จะเป็นเพียงบัญชีทดลองเทรดแต่ราคาและความเคลื่อนเป็นของจริง นักลงทุนสามารถทดลองการเทรดจริงไปพร้อมกับการใช้ค่าเลเวอเรจต่างๆ ให้เกิดความชำนาญ โดยเฉพาะคำสั่งในการซื้อ-ขาย เพราะหากผิดพลาดอาจส่งผลเสียต่อการเทรดได้ เนื่องจากในสถานการณ์จริงจะมีนักเทรดหน้าใหม่ มืออาชีพ กองทุน ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ในการเทรดมากมาย เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดและเทรดเพื่อทำกำไรได้ จะต้องศึกษาหาความรู้และให้พาร์ทเนอร์มืออย่าชีพอย่าง liteforex ค่อยให้คำแนะนำและชี้แนะแนวทางการลงทุนในตลาดเงินนี้ จึงจะประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังได้   [post_title] => Forex อีกหนึ่งช่องทางการลงทุนทางเลือกที่มาพร้อมค่าเลเวอเรจพลังมหัศจรรย์แห่งอำนาจ [post_excerpt] => Forex หรือ Foreign Exchange คือ ตลาดการค้าเงินที่ใหญ่ที่สุด ที่มีการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละสกุลเงิน ซึ่งราคาจะแปรผันตามความต้องการที่ทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => forex [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-22 16:36:33 [post_modified_gmt] => 2021-02-22 09:36:33 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=48129 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [5] => WP_Post Object ( [ID] => 45070 [post_author] => 19 [post_date] => 2021-02-17 16:51:39 [post_date_gmt] => 2021-02-17 09:51:39 [post_content] => ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากปกติ 3% เหลือ 2% วันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2564 กระทรวงการคลังได้มีประกาศกฎกระทรวงโดยราชกิจานุเบกษา ให้มีการลดอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2564 จากปกติ 3% เหลือ 2%  สำหรับผู้ที่ใช้ช่องทางผ่านระบบ e-Withholding Tax หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ e-Withholding Tax คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร e-withholding tax คือ การดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารผู้รับเงิน โดยกฎหมายจะกำหนดให้ผู้หักภาษี (ผู้จ่ายเงิน) ส่งข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้รับเงิน พร้อมโอนเงินไปยังธนาคารที่ให้บริการ e-withholding tax  แล้วธนาคารจะมีหน้าที่เป็นตัวกลางโดยทำการดังนี้ 1. หักภาษีตามยอดที่แจ้ง นำส่งเงินภาษีให้กับกรมสรรพากร 2. โอนเงินที่ได้ทำการหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้วไปให้ผู้รับเงิน และจากเดิมที่ผู้จ่ายเงินจะต้องทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มาตรา 50 ทวิ) ให้ผู้รับเงินและจัดเก็บสำเนาเอกสารไว้เป็นหลักฐานเองนั้น หากเป็นระบบ e-withholding tax นี้ ผู้จ่ายเงินไปต้องดำเนินการจั้นตอนนี้ค่ะ โดยจะมีธนาคารเป็นตัวกลางดำเนินการและนำส่งข้อมูลและภาษีที่หักไว้ไปยังกรมสรรพากร ไม่เกิน 4 วันทำการถัดจากวันที่ธนาคารได้รับเงินค่ะ และผู้รับยังสามารถทำการตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้ตลอดผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ใครบ้าง ? ที่จะได้รับการลดหย่อนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากปกติ 3% เหลือ  2% โดยผ่านระบบ e-withholding Tax นี้  
  1. (ก) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่ เงินได้จากหน้าที่หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง ค่านายหน้า ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียม ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม ค่าสอน บำเหน็จ เงินโบนัส เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้าน ที่ผู้จ่ายเงินให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า
  1. (ข) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นเงินได้จากค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิ์อย่างอื่น ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งคือบริษัทที่ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์ เช่น ลิขสิทธิ์เพลง บทประพันธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เกม ภาพ รวมไปถึงชื่อเสียงทางการค้า แต่เป็นในส่วนของบริษัทเท่านั้น ไม่รวมบุคคลธรรมดา
  1. (ค) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6) และ (7) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้และมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก่ ผู้รับเหมา ผู้รับงานจ้างต่าง ๆ โดยมีการรับเหมาทั้งค่าแรงและค่าของ โดยท่านเป็นผู้จัดหาแรงงาน เครื่องมือ และสัมภาระเอง เช่น รับเหมาก่อสร้าง, รับผลิตสินค้าตามแบบที่ลูกค้าต้องการ โดยที่ปกติท่านไม่ได้ทำขาย หรือผลิตตามแบบที่นอกเหนือจากในแค็ตตาล็อก ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาแบบบุคคลธรรมดา หรือเป็นบริษัทรับเหมา ก็ได้ลดภาษี ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 2% เช่นกัน
  1. (ง) การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่เป็นเงินได้ จากการจ้างทำาของ การจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย และการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่ก าหนดไว้ใน (3) (15) (16) และ (17) แต่ไม่รวมถึง การจ่ายค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีซึ่งได้แก่ คนที่ได้รับเงินปันผลต่าง ๆ กำไรจากการขาย LTF RMF รวมไปถึงเงินรางวัลจากการชิงโชค จับสลาก และอื่น ๆ
การหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งข้อมูลและภาษีไปยังกรมสรรพากรจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทั้งยังมีความปลอดภัย ตรวจสอบข้อมูลได้ทุกเวลา ด้วยระบบ e-withholding Tax สนับสนุนข้อมูล : www.brainergy.digital ติดตามเนื้อหาดีๆ แบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => e-Withholding Tax ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ2% ใครได้บ้าง ? [post_excerpt] => [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => e-withholding-tax-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%93-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-17 17:13:19 [post_modified_gmt] => 2021-02-17 10:13:19 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=45070 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [6] => WP_Post Object ( [ID] => 43566 [post_author] => 19 [post_date] => 2021-02-15 16:43:59 [post_date_gmt] => 2021-02-15 09:43:59 [post_content] => อย่างที่หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่า สถานการณ์ COVID-19  เป็นเสมือนตัวเร่งให้หลายภาคธุรกิจ เกิดการ Digital Transformation กันอย่างจริงจัง เมื่อการพบปะหรือสัมผัสกันเป็นเรื่องที่ต้องระวังและถูกบังคับให้ต้องหลีกเลี่ยง สิ่งที่จะมีบทบาทสำคัญต่อจากนี้คือ Online Platform และ Digital Platform นั่นเอง อย่างที่หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่า สถานการณ์ COVID-19  เป็นเสมือนตัวเร่งให้หลายภาคธุรกิจ เกิดการ Digital Transformation กันอย่างจริงจัง เมื่อการพบปะหรือสัมผัสกันเป็นเรื่องที่ต้องระวังและถูกบังคับให้ต้องหลีกเลี่ยง สิ่งที่จะมีบทบาทสำคัญต่อจากนี้คือ Online Platform และ Digital Platform นั่นเอง จึงสามารถกล่าวได้ว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำการพัฒนาด้านนวัตกรรม เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสื่อสาร มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่นอกเหนือจากธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มเติบโตจาก วิถีชีวิตใหม่หลังสถานการณ์โควิด19 อีกด้วย วันนี้เราจะพามาดู 9 ธุรกิจที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตหลัง COVID-19 เพื่ออาจเป็นข้อมูลต่อยอดต่อไปได้ แนวโน้มธุรกิจหลังโควิด. 1.Cloud Storage ธุรกิจ Cloud เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังคงเติบโตกว่า 13-33% ต่อปีจนถึงปี 2024 ( ที่มา: IDC, Bloomberg Intelligence) วิกฤตครั้งนี้จะเป็นอีกปัจจัยเร่งให้บริษัทมีความต้องการจัดเก็บข้อมูลในระบบ Cloud มากขึ้น เนื่องจากประหยัดกว่า และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งในออฟฟิศและเทรนด์ Work-from-home ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วย 2.Software ธรุกิจที่ให้บริการด้านซอฟต์แวร์เป็นอีกธีมที่ได้รับประโยชน์อย่างมากในช่วงโควิด-19 เนื่องจากความจำเป็นต้อง Work-from-home ทำให้เกิดความต้องการซอฟต์แวร์กลุ่มที่ใช้ในการสื่อสารออนไลน์ และสร้างสรรค์ผลงานผ่านระบบคลาวด์ เช่น Microsoft Teams หรือ Zooms ที่ใช้ในการประชุมและติดต่อสื่อสาร หรือโปรแกรม Photoshop ของ Adobe ที่ใช้เกี่ยวกับการใช้งานด้านออฟฟิศ และในระยะยาวหลังเหตุการณ์ COVID-19 ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากการช่วยลดต้นทุนทั้งด้านเวลา ด้านการเดินทาง และด้านสถานที่ ทั้งนี้ธุรกิจผู้นำซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ คือ ระบบปฎิบัติการที่อยู่ในรูปแบบคลาวด์ (Cloud-based) ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจาก “ซื้อขาด” มาเปลี่ยนเป็นการใช้ แบบบริการ รายเดือน ที่มีการดูแลและรองรับการ upgrade ด้วย 3.Social Media และ Online Entertainment การเข้าสู่วิถีชีวิตในรูปแบบใหม่ หรือ New Normal ผู้คนให้ความสำคัญกับระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และเป็นการเร่งเทรนด์สังคมให้เข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น ถึงแม้กิจกรรมต่างๆเช่นการแข่งขันกีฬา หรือการแสดงคอนเสิร์ต จะยังคงไม่อนุญาตให้เข้ารับชมในสนาม แต่เรายังสามารถติดตามการถ่ายทอดช่องทางออนไลน์ต่างๆ หรือการที่สามารถเลือกชมภาพยนตร์ออนไลน์เพื่อลดความแออัดกันในโรงภาพยนตร์ จึงไม่แปลกที่ราคาหุ้นของผู้นำในกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง COVID-19 ตั้งแต่ต้นปีนั้นหุ้นของผู้ให้บริการ Social B5Media Platform รายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Facebook ปรับตัวขึ้นกว่า 18.6% อีกทั้งผู้นำทางด้าน Social Platform อันดับ 1 ของจีนอย่าง Tencent ปรับขึ้นกว่า 44.5% ( ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 8 ก.ค. 2563) ซึ่งตัวอย่าง Social media อย่าง Facebook ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 2.5 พันล้านคน จากประชากรทั่วโลกกว่า 7.5 พันล้านคน 4.Online Payment เมื่อสังคมโลกเข้าสู่ “Cashless society” หรือสังคมไร้เงินสด และกระแสการใช้บริการ Shopping online หรือ Food delivery เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้คนทดแทนการใช้เงินสด เพราะง่ายกว่า สะดวกกว่า ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดในการจ่ายหรือโอน ทุกคนสามารถจ่ายเงินได้ง่ายๆผ่าน “Mobile Application” แต่อย่างไรก็ตาม จากปรากฎการณ์การ Lockdown และ Covid-19 กลับเป็น “ตัวเร่ง” ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่า ทุกๆกิจกรรม จะเกิดขึ้นบน “Online Platform” ซึ่งผลสำรวจจาก Mastercard เมื่อเดือนพฤษภาคมพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีโอกาสเปลี่ยนแปลงแบบถาวรเนื่องจากกว่า 47% ของผู้บริโภคจะกลับไปจับจ่ายใช้สอยในร้านค้า/ห้างสรรพสินค้าลดลง จึงมองว่าเทรนด์การซื้อสินค้า/บริการแบบออนไลน์ (E-Commerce) จะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอาจมีสัดส่วนเมื่อเทียบกับยอดค้าปลีกรวมที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในปี 2024 5.Delivery Business วิกฤตโควิด-19 ทำให้ธุรกิจจัดส่งสินค้าไปยังผู้บริโภคขยายตัวสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคไม่ต้องการออกจากบ้านเพื่อลดการสัมผัสและพบเจอกับคนจำนวนมาก ทำให้มีพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสั่งซื้อและจัดส่งอาหารปรุงสุก (food delivery) วิกฤติโควิดยังทำให้ธุรกิจจัดส่งและโลจิสติกส์ในต่างประเทศมีการพัฒนามากขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้มากขึ้น อาทิ เทคโนโลยีอัตโนมัติในการจำแนกพัสดุที่จะทำการจัดส่งการใช้ยานพาหนะขนส่งอัตโนมัติ (Autonomous Vehicles: AVs)เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจัดส่งในพื้นที่แออัดและพื้นที่ห่างไกล และทำให้มีระบบไร้สัมผัส (touchless system)เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของไวรัส เป็นต้น 6.Health Care สินค้าและบริการด้านสุขภาพจะมีความต้องการและจำเป็นมากขึ้นในอนาคตทำให้ธุรกิจสุขภาพและธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะได้รับความสนใจในการลงทุนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านการคิดวัคซีนและยารักษาโรค ธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันโรคระบาด เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เป็นต้น และอุปกรณ์วัดและประมวลผลสุขภาพ เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิ ชุดตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเอง นาฬิกาดิจิทัลที่วัดผลด้านสุขภาพ เป็นต้น รวมถึงธุรกิจรับฆ่าเชื้อ แม้จะเป็นธุรกิจที่เป็นกลุ่มเฉพาะ แต่ช่วงโควิดที่ผ่านมา ธุรกิจนี้กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการใช้บริการมากที่สุด บริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคที่อยู่อาศัย ร้านค้า ออฟฟิศ จำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ 7.Data Related Business สถานการณ์โควิด-19 บ่งชี้ให้เห็นอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า ข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยติดตามประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ติดตามผู้ติดเชื้อเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และติดตามจุดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย รวมถึงการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า เพื่อนำเสนอสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการได้อย่างครบถ้วนและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้นธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นหลังยุคโควิดจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูล อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูลเวลาจริงและการวิเคราะห์ข้อมูล (Real Time Data Infrastructure and Data Analytics)การเฝ้าระวังการเข้ารหัสความเป็นส่วนตัว (Privacy Encoding State Surveillance) เป็นต้น 8.Online Course ผู้ที่มีความสามารถหลายด้านสามารถใช้โอกาสนี้มาเปิดคอร์สสร้างรายได้ให้กับตัวเอง เช่น เปิดกลุ่มออนไลน์ เพื่อขายคอร์สเรียนออนไลน์ สอนภาษาอังกฤษ สอนเทคนิคการลงทุน สอดคล้องกับช่วงที่ผู้คนหันมาเพิ่มทักษะให้ตัวเองเมื่อต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานๆ หรือรวมทั้งช่องทางการลงเรียนคอร์สต่าง ๆ เพื่อพัฒนาทักษะนั้นน้อยลง ด้วยความที่ต้องมีระยะห่างทางสังคม หรือลดเลี่ยงการพบปะและสัมผัสผู้อื่นนั้น คอร์สเรียนออนไลน์จึงถูกหันมาให้ความสนใจมากขึ้น 9.ธุรกิจอาหารแปรรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูป กลายเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในสถานการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งผู้ที่ต้องกักเก็บตัวอยู่บ้าน หรือช่วงสถานการณ์ล็อคดาวน์ เพราะมีความสะดวกและสามารถเก็บไว้ได้นาน ทำให้อุตสาหกรรมเกิดการต่อยอดใหม่ ๆ ได้อีกด้วย โดยวัตถุดิบอาจจะมีตั้งแต่ ผัก ผลไม้ ไปจนถึงเนื้อสัตว์ ในสถานการณ์ที่อาจทำให้หลายธุรกิจต้องประสบปัญหาหรือล้มลง แต่ก็ยังมีธุรกิจที่สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้เช่นกัน ในทุกวิกฤตมีโอกาสซ่อนอยู่ ในยุคที่ความยืดหยุ่นในการปรับตัวต้องมีความจำเป็นสูงเช่นนี้ ทางเบรนเนอร์จี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านไปด้วยกัน   ขอบคุณข้อมูล : www.brainergy.digital ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news   [post_title] => ส่องแนวโน้ม 9 ธุรกิจเติบโตหลังโควิด [post_excerpt] => Online Platform Digital Platform อุตสาหกรรมที่พัฒนาด้วยนวัตกรรม แนวโน้มธุรกิจที่เติบโตหลังโควิด [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-17 09:05:45 [post_modified_gmt] => 2021-02-17 02:05:45 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=43566 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [7] => WP_Post Object ( [ID] => 37122 [post_author] => 14 [post_date] => 2021-02-05 15:48:46 [post_date_gmt] => 2021-02-05 08:48:46 [post_content] =>
กนอ.จับมือกรมราชทัณฑ์สร้างอาชีพ สร้างรายได้ช่วงโควิด ตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์รองรับการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ในระบบงานภาคนิคมอุตสาหกรรมระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กรมราชทัณฑ์ ว่า สำหรับนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์จะเน้นการจ้างงานกลุ่มผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษและผู้ที่พ้นโทษแล้ว มาเป็นแรงงานในกลุ่มภาคการเกษตร หรือฝึกทักษะต่างๆรองรับการขาดแคลนแรงงานลดการพึ่งพาการนำเข้าแรงงานต่างชาติในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งตลาดมีความต้องการแรงงานสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ขณะเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ ได้เชิญชวนผู้ประกอบการมาลงทุนให้ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพ ซึ่งมีเรือนจำชั่วคราวบ้านบึง สังกัดเรือนจำกลางชลบุรี เป็นเรือนจำนำร่องแห่งแรก นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้มีการฝึกทักษะอาชีพในระบบงานอุตสาหกรรม อาทิ 1.กลุ่มประกอบชิ้นส่วนยาง 2.กลุ่มประกอบเฟอร์นิเจอร์ 3.กลุ่มงานโลหะ/งานเชื่อม และประกอบชิ้นส่วนโลหะเป็นผลิตภัณฑ์ 4.กลุ่มอาชีพฝีมือหัตถกรรม 5.กลุ่มอาชีพเกษตรแปรรูป
กนอ. ร่วมคืนคนดีสู่สังคมหนุนสร้างงาน-สร้างอาชีพ ให้เป็นผู้ประกอบการใหม่ให้กับผู้ต้องขัง ส่งเสริมให้อัตราการกระทำผิดซ้ำลดลง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อคืนคนดีสู่สังคมในระบบงานภาคนิคมอุตสาหกรรม ระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกรมราชทัณฑ์ ว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ 2 หน่วยงานในการร่วมกันให้โอกาสกับผู้ที่เคยก้าวพลาดในชีวิตให้กลับมามีชีวิตใหม่และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยสนับสนุนให้มีการจ้างงานที่เป็นแรงงานผู้ต้องขัง ให้มีการพัฒนาทักษะด้านอาชีพ มีการพัฒนายกระดับฝีมือแรงงาน ตลอดจนเป็นการสร้างผู้ประกอบการใหม่ และสร้างงาน สร้างรายได้ในอนาคตซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้อัตราการกระทำผิดซ้ำลดลง และเป็นการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน ด้าน นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวว่า กนอ. มีความพร้อมประสานกับสถานประกอบการที่อยู่ในการกำกับของ กนอ. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและฝึกทักษะการทำงาให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลโครงการฯให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ในกำกับของ กนอ.เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเปิดใจยอมรับและให้โอกาส ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังสถานประกอบการ/นิคมอุตสาหกรรม ที่ยังมีพื้นที่เหลือหรือยังมีศักยภาพให้ใช้เป็นพื้นที่ในการฝึกอาชีพ ส่งเสริมทักษะการทำงาน และการพัฒนาแรงงานทางเลือก และสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมตามภารกิจด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงยุติธรรม   ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => ตั้งนิคมอุตฯราชทัณฑ์แก้ขาดแรงงานต่างด้าว [post_excerpt] => กนอ.ร่วมคืนคนดีสู่สังคมหนุนสร้างงาน,อาชีพ จับมือกรมราชทัณฑ์ตั้งนิคมอุตสาหกรรมฯสร้างอาชีพ [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-02-05 15:48:46 [post_modified_gmt] => 2021-02-05 08:48:46 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=37122 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) ) [post_count] => 8 [current_post] => -1 [in_the_loop] => [post] => WP_Post Object ( [ID] => 52956 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-03-02 11:00:00 [post_date_gmt] => 2021-03-02 04:00:00 [post_content] =>           Cloud Kitchens หรือชื่อเรียกอื่นๆที่อาจจะเคยได้ยินเช่น Ghost Kitchens,Dark Kitchens ซึ่งเป็นเทรนธุรกิจอาหารที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและขยายตัวมากขึ้น สาเหตุหนึ่งมากจากการระบาดของโควิด 19 ที่ส่งผลร้านอาหารหลายร้านต้องปรับตัว แล้ว Cloud Kitchensคืออะไร มารู้จักไปพร้อมๆกัน           คำว่า Cloud หรือคลาวด์หลายคนอาจรู้จักกับเคยใช้งานในรูปแบบการฝากข้อมูล อัพโหลดข้อมูล หรือการดูหนัง ฟังเพลงผ่านระบบคลาวด์ แต่รู้หรือไม่ว่าร้านอาหารก็มีเช่นกัน แล้วบางทีคุณอาจจะใช้งานไปแล้วโดยไม่รู้ตัว           Cloud Kitchensสรุปให้ง่ายและเห็นภาพที่สุดก็คือ ครัวกลางที่จุดประสงค์หลักทำเพื่อส่งเดลิเวอรี่ และครัวกลางนี้จะถูกจัดการโดยร้านอาหาร เป็นร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่ได้เปิดให้คนไปนั่ง อาจจะทำอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่บอกชัดเจนเลยถูกเรียกอีกชื่อว่า Ghost Kitchensโดยรายงานจาก Goldstein Research เผยตัวเลขว่า Cloud Kitchensทั่วโลกนั้นมีมูลค่าร่วมกันกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ           หากมองในอีกมุม  Cloud Kitchensก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เท่าไรนัก หากเทียบกับร้าน พิซซ่าหรือร้านอาหารจีนที่ส่วนใหญ่ไม่มีหน้าร้านเป็นบริการส่งถึงที่มากกว่า แต่จุดเด่นที่ร้านอาหารคลาว์นี้ทำได้คือเทคโนโลยีและระบบการจัดการงานที่ซับซ้อนกว่าร้านอาหารเดลิเวอรี่ทั่วไปอย่างมาก           จุดเริ่มแรกของ Cloud Kitchensนั้นมาจากเรื่องปัญหาพื้นที่ อย่างเช่นเมืองนิวยอร์ก ร้านหรือตึกที่ติดถนนนั้นแพงมาก หลายร้านอาหารไม่สามารถสู้ราคาได้ แล้วจะทำยังไงต่อ จะไปตั้งนอกเมืองก็คงไม่มีคนสั่ง ร้านอาหารเลยหาโกดังหรือตึกที่อยู่ในเมืองแต่ไม่ได้ติดถนนใหญ่และบริการส่งเดลิเวอรี่แทน ประหยัด ไม่ไกลลูกค้า ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องหน้าร้าน ไม่ต้องล้างจาน หลังจากนั้นด้วยเทคโนโลยีที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่สูง ประกอบกับโควิด 19 ทำให้ Cloud Kitchens นั้นก็ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน            ตัวอย่างที่เปลี่ยนไปและเป็นเหมือนCloud Kitchens Business Models ในยุคนี้ มีข้อดีและจุดสังเกตได้ดังนี้            1.รวมอาหารไว้ที่เดียวกัน           อยากให้ทุกคนนึกภาพโกดังขนาดใหญ่ มีเครื่องไม้เครื่องมือทำอาหาร อาจจะมีสักสี่ถึงห้าแถว ที่ทำอาหารแต่ละชนิดกัน นั้นละคือระบบการทำงานที่นิยมใช้กัน ด้วยการที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องบริการลูกค้าที่มานั่งทาน มีแต่การจัดการอาหาร ออเดอร์ ทำให้คลาว์คิทเช่นนั้นมักมีร้านอาหารรวมกันอยู่หลายร้าน เช่น มีร้านไก่ทอด ร้านส้มตำ ร้านอาหารตามสั่ง อารมณ์เหมือนฟู้ดคอร์ทขนาดใหญ่ อาจจะเป็นเจ้าของเดียวกันหรือเป็นการร่วมมือกันก็ได้           2.ต้นทุนต่ำ           หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจคือการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าสถานที่ ค่าอุปกรณ์ ค่าตกแต่งร้าน ค่าโปรโมท ค่าพนักงาน อีกทั้งยังมีเรื่องกฏหมายแรงงานที่เข้มงวดเรื่องการทำงานขึ้นเรื่อยๆ Cloud Kitchens นั้นสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้อย่างดี ตั้งแต่การใช้ทีมที่น้อยลง ค่าสถานที่ถูกเพราะไม่ต้องหาทำเลดีมากนัก ไม่ต้องมีค่าตกแต่งร้าน ไม่ต้องมีส่วนบริการหน้าร้าน และต่อเนื่องจากข้อก่อนหน้านี้ เมื่อมีหลายครัว หลายร้านอาหาร ก็สามารถสั่งวัตถุดิบมาใช้ด้วยกันได้ทำให้ลดต้นทุนได้มาก ลดโอกาสการเหลือของอาหารที่ทำให้ต้นทุนจม และเมื่อเงินทุนต่ำก็สามารถนำเงินส่วนต่างนี้ไปพัฒนาส่วนอื่นได้มากกว่าร้านอาหารแบบทั่วๆไป           3.ประสิทธิภาพดีขึ้น           ประสิทธิภาพดีขึ้นที่ว่านี้ เมื่อเทียบร้านอาหารทั่วๆไป Cloud Kitchensนั้นถูกสร้างขึ้นจากวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน มีระบบที่มุ่งเน้นไปที่กระบวนการผลิต การทำงานครัว ทำให้มองเห็นขั้นตอนและปัญหาได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมวัตถุดิบ ลำดับการทำงาน ความเร็วในการจัดการอาหาร ความเร็วในการส่งเดลิเวอรี่            4.มีข้อมูลในมือช่วยให้ปรับตัวได้ตลอดเวลา           Cloud Kitchensนอกจากระบบการจัดการหลังบ้านแล้วในข้อก่อนหน้า การรับออเดอร์หรือคำสั่งซื้อนั้นก็มาจากแอปหรือระบบเว็บแทบจะร้อยเปอร์เซ็น สิ่งนี้ทำให้มี ข้อมูลหรือ Data ในมือ ทำให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว หลายบริษัทที่ทำคลาวด์คิทเช่น ปรับกระบวนการสั่งซื้อ ตารางเวลางานของพนักงาน  เมนูอาหาร ได้อย่างรวดเร็ว           5.ไม่ต้องเสียค่าการตลาดสูง          จากข้อที่แล้วที่ Cloud Kitchensส่วนใหญ่ใช้บริการผ่านแอป ทำให้การทำการตลาดนั้นง่ายกว่าการโปรโมทร้านอาหารมาก เพราะในแอปก็โชว์ข้อมูลครบตามที่ต้องการเช่น เมนู ราคา ไม่ต้องพรีเซ้นหน้าตาของร้าน หรือทำการตลาดรวมกับแอปที่ช่วยโปรโมทร้านอยู่แล้วนั้นเอง            นี่คือข้อดีหลักๆของ Cloud Kitchensแต่แน่นอนเหรียญย้อมมีสองด้าน มีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสีย คลาวด์คิทเช่นนั้นก็มีข้อเสียเช่นกัน ต้องพึ่งพาแอปหรือบริษัทด้านการจัดส่งเดลิเวอรี่มากเกินไป การแข่งขันในโลกดิจิตอลที่มีคู่แข่งจำนวนมาก เรื่องความไม่ใส่ใจในคุณภาพอาหาร ข้อจำกัดในบางพื้นที่เรื่องการทำอาหารในรูปแบบโรงงานแบบคลาวด์คิท           หากย้อนไปจริงๆ Cloud Kitchensนั้นเริ่มเกิดตั้งแต่ช่วงปี 2010 ด้วยปัญหาเรื่องสถานที่ตามที่กล่าวไป แต่ในช่วงการระบาดของโควิด 19 ทำให้ผู้ประกอบการหลายท่านสู้ค่าที่และค่าพนักงานไม่ไหว อีกทั้งยังมีมาตรการควบคุมที่ทำให้คนนั่งร้านน้อยลง จึงปรับรูปแบบธุรกิจมาสู่การทำคลาว์คิทเช่นมากขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเข้ากับวิธีชีวิตแบบ New Normal ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news   ขอขอบคุณข้อมูลจาก  thefoodcorridor  posist   [post_title] => Cloud Kitchens ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน [post_excerpt] => มาทำความรู้จัก Cloud Kitchens ไปพร้อมๆกัน [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => cloud-kitchens-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-03-03 17:31:25 [post_modified_gmt] => 2021-03-03 10:31:25 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=52956 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [comment_count] => 0 [current_comment] => -1 [found_posts] => 44 [max_num_pages] => 6 [max_num_comment_pages] => 0 [is_single] => [is_preview] => [is_page] => [is_archive] => 1 [is_date] => [is_year] => [is_month] => [is_day] => [is_time] => [is_author] => [is_category] => 1 [is_tag] => [is_tax] => [is_search] => [is_feed] => [is_comment_feed] => [is_trackback] => [is_home] => [is_privacy_policy] => [is_404] => [is_embed] => [is_paged] => 1 [is_admin] => [is_attachment] => [is_singular] => [is_robots] => [is_favicon] => [is_posts_page] => [is_post_type_archive] => [query_vars_hash:WP_Query:private] => 839ecf9cdbcc34c18e8d1b6db4611ac9 [query_vars_changed:WP_Query:private] => [thumbnails_cached] => [stopwords:WP_Query:private] => [compat_fields:WP_Query:private] => Array ( [0] => query_vars_hash [1] => query_vars_changed ) [compat_methods:WP_Query:private] => Array ( [0] => init_query_flags [1] => parse_tax_query ) )
การเงินCloud Kitchens ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน
การเงินยุคโควิดต้องมี QR CODE
การเงิน4 ข้อคิดที่คนวัยทำงานเรียนรู้ได้จาก ไมค์ ไทสัน
การเงินแนะนำ Application "เก็บเงิน" ที่คุณควรมีติดไว้ในมือถือ
การเงินForex อีกหนึ่งช่องทางการลงทุนทางเลือกที่มาพร้อมค่าเลเวอเรจพลังมหัศจรรย์แห่งอำนาจ
การเงินส่องแนวโน้ม 9 ธุรกิจเติบโตหลังโควิด
การเงินตั้งนิคมอุตฯราชทัณฑ์แก้ขาดแรงงานต่างด้าว

การเงิน

ข่าว SETปิดลบ 21.00 จุด แตะ 1,568.69จุด
ตลาดหุ้นปิดลบ 21.00 จุด แตะ 1,568.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 159,490.87 ล้านบาท ลดลง 1,543 หลักทรัพย์
Hot News ชาวเน็ตตะลึง! “วิว วรรณรท” ขอยาดรีวิวเคสมือถือสุดปัง ไม่รู้จะโฟกัสอะไรก่อนดี
ชาวเน็ตตะลึง! “วิว วรรณรท” ขอยาดรีวิวเคสมือถือสุดปัง ไม่รู้จะโฟกัสอะไรก่อนดี
ข่าว หุ้นไทยเปิดบวก11.83จุดTechnical Rebound
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เปิดที่ 1,601.52 จุด เพิ่มขึ้น 11.83 จุด Technical Rebound หลังสหรัฐยืนยันไม่ล็อกดาวน์สกัดโอไมครอน