fbpx
Home
|

การเงิน

8WP_Query Object
(
    [query] => Array
        (
            [post_type] => post
            [category__in] => 5
            [orderby] => date
            [order] => DESC
            [posts_per_page] => 8
            [category__not_in] => Array
                (
                    [0] => 65
                    [1] => 66
                    [2] => 54
                    [3] => 55
                )

            [paged] => 3
        )

    [query_vars] => Array
        (
            [post_type] => post
            [category__in] => Array
                (
                    [0] => 5
                )

            [orderby] => date
            [order] => DESC
            [posts_per_page] => 8
            [category__not_in] => Array
                (
                    [0] => 65
                    [1] => 66
                    [2] => 54
                    [3] => 55
                )

            [paged] => 3
            [error] => 
            [m] => 
            [p] => 0
            [post_parent] => 
            [subpost] => 
            [subpost_id] => 
            [attachment] => 
            [attachment_id] => 0
            [name] => 
            [pagename] => 
            [page_id] => 0
            [second] => 
            [minute] => 
            [hour] => 
            [day] => 0
            [monthnum] => 0
            [year] => 0
            [w] => 0
            [category_name] => finance
            [tag] => 
            [cat] => 5
            [tag_id] => 
            [author] => 
            [author_name] => 
            [feed] => 
            [tb] => 
            [meta_key] => 
            [meta_value] => 
            [preview] => 
            [s] => 
            [sentence] => 
            [title] => 
            [fields] => 
            [menu_order] => 
            [embed] => 
            [category__and] => Array
                (
                )

            [post__in] => Array
                (
                )

            [post__not_in] => Array
                (
                )

            [post_name__in] => Array
                (
                )

            [tag__in] => Array
                (
                )

            [tag__not_in] => Array
                (
                )

            [tag__and] => Array
                (
                )

            [tag_slug__in] => Array
                (
                )

            [tag_slug__and] => Array
                (
                )

            [post_parent__in] => Array
                (
                )

            [post_parent__not_in] => Array
                (
                )

            [author__in] => Array
                (
                )

            [author__not_in] => Array
                (
                )

            [ignore_sticky_posts] => 
            [suppress_filters] => 
            [cache_results] => 1
            [update_post_term_cache] => 1
            [lazy_load_term_meta] => 1
            [update_post_meta_cache] => 1
            [nopaging] => 
            [comments_per_page] => 50
            [no_found_rows] => 
        )

    [tax_query] => WP_Tax_Query Object
        (
            [queries] => Array
                (
                    [0] => Array
                        (
                            [taxonomy] => category
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 5
                                )

                            [field] => term_id
                            [operator] => IN
                            [include_children] => 
                        )

                    [1] => Array
                        (
                            [taxonomy] => category
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 65
                                    [1] => 66
                                    [2] => 54
                                    [3] => 55
                                )

                            [field] => term_id
                            [operator] => NOT IN
                            [include_children] => 
                        )

                )

            [relation] => AND
            [table_aliases:protected] => Array
                (
                    [0] => innn29_term_relationships
                )

            [queried_terms] => Array
                (
                    [category] => Array
                        (
                            [terms] => Array
                                (
                                    [0] => 5
                                )

                            [field] => term_id
                        )

                )

            [primary_table] => innn29_posts
            [primary_id_column] => ID
        )

    [meta_query] => WP_Meta_Query Object
        (
            [queries] => Array
                (
                )

            [relation] => 
            [meta_table] => 
            [meta_id_column] => 
            [primary_table] => 
            [primary_id_column] => 
            [table_aliases:protected] => Array
                (
                )

            [clauses:protected] => Array
                (
                )

            [has_or_relation:protected] => 
        )

    [date_query] => 
    [request] => SELECT SQL_CALC_FOUND_ROWS  innn29_posts.ID FROM innn29_posts  LEFT JOIN innn29_term_relationships ON (innn29_posts.ID = innn29_term_relationships.object_id) WHERE 1=1  AND ( 
  innn29_term_relationships.term_taxonomy_id IN (5) 
  AND 
  innn29_posts.ID NOT IN (
				SELECT object_id
				FROM innn29_term_relationships
				WHERE term_taxonomy_id IN (54,55,65,66)
			)
) AND ((innn29_posts.post_type = 'post' AND (innn29_posts.post_status = 'publish' OR innn29_posts.post_status = 'acf-disabled'))) GROUP BY innn29_posts.ID ORDER BY innn29_posts.post_date DESC LIMIT 16, 8
    [posts] => Array
        (
            [0] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 241615
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-11-28 14:00:10
                    [post_date_gmt] => 2021-11-28 07:00:10
                    [post_content] =>           ‘ไม่สำคัญว่าตอนรวยเราจะอยู่กับใคร แต่อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เราจะรวย’ คำพูดเตือนใจซาลารี่แมนหลายๆคนที่ไม่ว่าจะพยายามรัดเข็มขัดแค่ไหน เดือนชนเดือนและมาม่ารสต้มยำก็คอยตอกย้ำช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนทุกที สำหรับใครที่กำลังตะเกียกตะกายเส้นทางเศรษฐีวันนี้เรามีวิธีเก็บเงินแบบ 6 Jars มาแนะนำกัน



6 Jars ต้องเตรียม 6 ไหเลยไหม

          อย่างแรกเลยสมัยนี้เราอาจจะไม่ต้องเตรียมไหหรือกระปุกใส่เงินให้ครบ 6 ใบ เพราะมีแอปฯแบ่งเงินง่ายๆในมือถือแล้ว แต่ถึงอย่างงั้นทฤษฎี 6 JARS หรือ JARS System of Money Management ก็ยังต้องการพื้นที่จัดสรรเงินเป็น 6 ส่วนเหมือนเดิมตามคุณ T.Harv Eker ผู้คิดค้นและทดลองกับตัวเองจนเปลี่ยนยศจากคนถังแตกเป็นหนุ่มล่ำซำในไม่กี่ปี

6 Jars 6 ไหมีอะไรบ้าง

          เทคนิคการจัดการเงินของ Eker คือการแบ่งเงินเป็นส่วนๆแล้วแยกไว้ตามกระปุกทั้ง 6 ที่มีเป้าหมายใช้จ่ายต่างกันไป โดยคำนวณแยกไว้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามรายรับที่ได้มาแต่ละเดือนอย่างเหมาะสมไว้แล้ว ก็คือ 55% ใช้ตามจำเป็น, 10% ให้รางวัลตัวเอง, 10 % ลงทุน, 10% ความรู้, 10% ใช้จ่ายในหลังเกษียณ และ 5% บริจาค

กระปุกที่ 1 : ใช้เพราะจำเป็น 55%

          55% แรกของ 6 Jars นี้จะไว้ใช้สำหรับของจำเป็นที่ต้องจ่ายในชีวิตประจำวันรวมไปถึงภาระสลิปใบเสร็จใดๆก็ตามแต่ที่ต้องจ่ายเมื่อถึงวันสิ้นเดือน ทั้งค่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหารในแต่ละมื้อ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือแม้แต่ค่าผ่อนสินค้าต่างๆที่เรารูดมา

          Eker ผู้คิดค้นทฤษฎีนี้ได้คำนวณไว้อย่างดิบดีแล้วว่าค่าใช่จ่ายเรื่องจำเป็นควรอยู่ไม่เกิน 55% ของรายได้ทั้งหมด หากกดเครื่องคิดเลขดูแล้วพบว่ายอดจ่ายมีมากกว่าที่กำหนดคงต้องย้อนกลับมาสำนึกผิดสักนิดแล้วว่าเราสามารถตัดอะไรออกไปได้บ้าง ปรับภาระค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น หารายได้เสริม หรือเปลี่ยนอาชีพที่ได้เงินเยอะกว่านี้ไปเลย

กระปุกที่ 2 : ให้รางวัลตัวเอง 10%

          การออมเงินใช่ว่าเราจะใช้ชีวิตให้สนุกไม่ได้ มาตรการรัดเข็มขัดถ้าแน่นมากไปก็พาหายใจไม่ออกจนใช้ชีวิตลำบาก 10% นี้สำหรับกระปุกที่ 2 จะเป็นเงินไว้สำหรับขอบคุณตัวเอง หาความสุขจากการช้อปปิ้ง กินชาบู ดูหนัง แต่ก็อย่าลืมว่าความสุขถ้ามากไปปลายเดือนก็ทุกข์ได้เหมือนกัน

กระปุกที่ 3 : ลงทุน 10%

          กระปุกนี้จะช่วยฝึกให้เราใช้เงินต่อเงินเพื่อเพิ่มความมั่งคั่งการกินอยู่ให้กับเราผ่านการลงทุน ซึ่งการลงทุนสามารถลงได้ 3 ทุนใหญ่ๆที่หายาก-น้อย ความเสี่ยงสูง-ต่ำต่างกันไป ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น/กองทุน และ ธุรกิจ

กระปุกที่ 4 : ความรู้ 10%

          เพราะชีวิตไม่เคยหยุดเติบโตการเรียนรู้ก็เหมือนกัน และความรู้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนที่ช่วยต่อยอดความมั่นคงทางการเงินจากกระปุกที่ 3 ด้วย อาจจะหาคอร์สเรียน หรือแม้แต่หนังสือที่อยากศึกษา นอกจากจะช่วยให้ลงทุนได้ฉลาดขึ้น ความก้าวหน้าทางสายอาชีพ วิสัยทัศน์ของชีวิตก็งอกเงย

กระปุกที่ 5 : เงินเกษียณ 10%

          ถ้ามองบัตรเครดิตคือการดึงเงินอนาคตมาใช้ กระปุกที่ 5 นี้ถือเป็นขั้วตรงข้ามเพราะนี่คือ 10% ที่ดึงเงินในปัจจุบันมาใช้เพื่ออนาคตช่วงเกษียณยามเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดหลายสิบปีนั่นเอง แนะนำให้หยอดไว้เป็นเงินทุนสำรองตอนแก่ หรือในแง่สุขภาพการทำประกันก็อยู่ในขอบเขตของกระปุกนี้เช่นกัน คงไม่มีใครอยากทำงานไปจนตายหรอกจริงไหม?

กระปุกที่ 6 : บริจาค 5%

          รู้ที่จะรับก็รู้ที่จะให้ด้วย หากใครอ่านมาถึงกระปุกสุดท้ายนี้อาจรู้สึกเสียดาย 5% ที่สามารถเอาไปหาความสุขหรือเอาเก็บไว้ใช้ในอนาคตน่าจะดีกว่า แต่การบริจาคเพียงแค่เศษเสี้ยวของสลิปเงินเดือนก็อาจต่อความหวัง รวมถึงความรักในครอบครัว ของขวัญเซอร์ไพรส์ ก็รวมในกระปุกสุดท้ายเหมือนกันนะ

          จะเห็นได้ว่าการออมเงินแบบ 6 Jars ไม่ยากเลย 55, 10, 10, 10, 10 และ 5 คือวิธีจัดสรรรายได้ของคุณที่ได้ในแต่ละเดือนให้ใช้ได้มีประสิทธิภาพและงอกเงยมากกว่าที่เคย แต่สิ่งที่ยากนั่นก็คือวินัยของเราหลังกฎเงินออกจากตู้นี่แหละ ว่าเราจะใช้อำนาจในกำมือได้ถูกต้องหรือแบงก์ในกำมือจะยังเป็นผู้คุมอำนาจของเราแทน ถ้าหากชอบบทความดีๆแบบนี้อ่านต่อได้เลยที่ iNN Finance

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
                    [post_title] => สูตรลับ 6 Jars แก้ปัญหาเงินชนเดือน
                    [post_excerpt] => 6 Jars เทคนิคบริหารเงินที่ทุกคนต้องรู้
                    [post_status] => publish
                    [comment_status] => open
                    [ping_status] => open
                    [post_password] => 
                    [post_name] => %e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-6-jars-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%99
                    [to_ping] => 
                    [pinged] => 
                    [post_modified] => 2021-12-16 11:09:27
                    [post_modified_gmt] => 2021-12-16 04:09:27
                    [post_content_filtered] => 
                    [post_parent] => 0
                    [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=241615
                    [menu_order] => 0
                    [post_type] => post
                    [post_mime_type] => 
                    [comment_count] => 0
                    [filter] => raw
                )

            [1] => WP_Post Object
                (
                    [ID] => 241002
                    [post_author] => 15
                    [post_date] => 2021-11-27 14:00:32
                    [post_date_gmt] => 2021-11-27 07:00:32
                    [post_content] =>           หลังโจ ไบเดนออกกฎรายงานการถือครองเหรียญดิจิทอลทำเอาตลาดเหรียญคริปโตช่วงนี้ดิ่งสุดๆ แต่มีอยู่เหรียญนึงที่ดันไม่จมไม่หายไปไหนอย่าง SAND Coin แถมยังพุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆจนยอดโตแตะ 260% สายพอร์ททั้งหลายต้องรีบทำความรู้จักกับเจ้าเหรียญทรายนี้สักหน่อยแล้วว่าคืออะไร

Sandbox กับ SAND Coin คืออะไร?
          ถ้าคิดจะทำกำไรกับ SAND Coin ก็ต้องทำความรู้จักกับ Sandbox ไว้ด้วยเหมือนกัน เพราะ The Sandbox เป็นเกมและสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์เสมือนจริงแบบ Metaverse ที่เปิดให้เล่นแบบ Alpha P2E (pay-to-earn) ที่ยิ่งเล่นภารกิจต่างๆก็ยิ่งสะสมแต้มไปแลกรางวัลในเกม

โลกของ Sandbox นี้ก็สมชื่อกระบะทรายที่ให้นักลงทุนทุกคนได้เลือกสร้างสรรค์ผลงานภายในเกม โดยแบ่งเป็น 2 สายหลักๆ คือ 
  • สายอสังหา (ESTATEs) ที่เป็นเจ้าของที่ดินจากการซื้อภายในเกมไว้สร้างอาณาจักรให้คนอื่นเข้ามาเล่นได้สุดแท้จะจินตนาการตามขนาดที่ดินที่เราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งเราจะได้เงินจากคนที่เข้ามาเล่นในพื้นที่ของเราหรือจะปล่อยที่ดินให้คนอื่นมาเช่าแล้วเก็บเป็นงวดๆก็ได้เหมือนกัน
  • สายสินทรัพย์ (ASSETs) หรือเรียกง่ายๆว่าสายคราฟไอเทมดีกว่า เพราะผู้เล่นจะครีเอทผลิตไอเทมดีๆออกมาในแนว NFT แล้วปล่อยขายให้คนเลือกจับจ่ายไปอวดโลก Sandbox ได้ตามอำเภอใจ
          และแน่นอนว่าการแลกเปลี่ยนบนโลกเสมือนนี้ก็คือเหรียญ SAND Coin หรือ SAND Token นั่นเอง ทำให้โลก Sandbox Metaverse นี้สมจริงเหมือนโลกแห่งที่ดินเข้าไปอีก ในช่วงเหรียญราคาขึ้นเราก็อาจจะเก็บเจ้า SAND Coin ไปซื้อที่ดินหรือไอเทมเกมตอนเหรียญตกแบบถูกๆก็จีเนียสไม่เบา แล้วเกี่ยวยังไงกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก?           ถึงจุดนี้หลายคนคงเดาได้แล้ว เพราะหลังจากเฮียมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กหัวเรือใหญ่ของเฟซบุ๊กตัดสินใจเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta เพื่อประกาศศักดาพัฒนาโลกเสมือนจริง Metaverse เพียงแค่ใช้แว่น VR โลกออนไลน์รูปแบบใหม่ก็เข้าถึงเรา           โชคครั้งนี้ไม่ได้ทำให้แค่ธุรกิจเทคโนโลยีหุ้นขึ้นพรวดๆเพียงอย่างเดียว แน่นอนเกมแนว Metaverse ก็เติบโตเช่นเดียวกัน ทำให้ราคาของ SAND พุ่งไปไกลกลายเป็นเหรียญที่ใหญ่ติดอันดับ TOP 40 ของตลาดคริปโต           สำหรับใครที่อยากสัมผัสโลกการค้าขาย NFT ก็ไม่ต้องเตรียมตัวนานเพราะ The Sandbox จะเปิดทดสอบ Metaverse ในวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ใกล้จะถึงนี้ มีเพียงผู้โชคดี 5,000 คนที่จะได้เงินเริ่มต้นในเกม 1,000 SAND (6,255 USD ในโลกปัจจุบัน) รวมถึง NFT มังกร ดาบ ประตูสไตล์อัศวินแบบเฉพาะ           แต่อย่างไรก็ตามการการลงทุนมีความเสี่ยงต้องใช้วิจารณญาณในการเปย์ด้วยเช่นกัน ถ้าชอบคอนเทนต์ลงทุนไปด้วยสนุกไปด้วยแบบนี้คลิกต่อที่ iNN Finance ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => SAND Coin คืออะไร? เกี่ยวยังไงกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก [post_excerpt] => Sandbox กับ SAND Coin คืออะไร? [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => sand-coin-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-11-25 22:52:46 [post_modified_gmt] => 2021-11-25 15:52:46 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=241002 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [2] => WP_Post Object ( [ID] => 240270 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-11-25 13:00:58 [post_date_gmt] => 2021-11-25 06:00:58 [post_content] =>            ประกันภัยรถยนต์  ประกันรถยนต์ คือสิ่งจำเป็น คือจริงๆแล้วตาม พ.ร.บ. ก็บังคับเจ้าของรถทุกคันต้องมีการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ไม่งั้นก็จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย           และในความเป็นจริงการซื้อรถยนต์ก็มักจะแถม การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หรือประกันชั้น 1 2 3 มาให้อยู่แล้ว ว่าแต่มันแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามาดูกันเลย  ประกันภัยรถยนต์คืออะไร?           ก่อนอื่นมาเข้าใจกันสักนิดว่าประกันภัยรถยนต์คืออะไร การประกันภัยรถยนต์คือ การประกันเพื่อคุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์ แบ่งเป็น 2 อย่างหลักๆคือ  1.ความเสียหายหรือสูญเสียที่เกิดกับรถยนต์ เช่น การชน เสียหาย บุบสลาย รถยนต์สูญหาย  2.ความเสียหายหรือสูญเสียที่เกิดกับชีวิตและร่างกาย ร่วมถึงบุคคลภายในและนอกที่โดยสารรถยนต์นั้นอยู่            ส่วนที่เกริ่นไปก่อนหน้า ว่ามีประกันบังคับ คือ ประกันจะมี 2 ประเภทหลักๆคือ บังคับและสมัครใจ  การประกันภัยแบบบังคับ ก็คือ พ.ร.บ. รถยนต์ ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง ในส่วนนี้คือประกันที่ไว้คุ้มครองเวลาเกิดอุบัติเหตุ แต่ตรงนี้จะรับผิดชอบความเสียหายจากร่างกาย เช่น ค่ารักพยาบาล การเสียชีวิต ความทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะต่างๆ ไม่ได้รวมถึงความเสียหายจากรถยนต์ อีกทั้งหากเราเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี ก็จะได้รับความคุ้มครองเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น  ประกันภัยรถยนต์แบบสมัครใจ ประกันภัยรถยนต์แบบสมัครใจ            ประกันชั้น 1 2 3 ที่เราชอบเรียกกันมาจากประกันประเภทนี้ โดยจะสรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายในแต่ละแบบแต่ละชั้นว่ามีอะไรที่น่าสนใจแตกต่างกันอย่างไร  ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1            เรียกว่าครอบคลุมที่สุดแต่เบี้ยประกันก็สูงตามไปด้วย ครอบคลุมพาหนะของทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่ การบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ค่ารักษาพยาบาล ความเสียหายค่าซ่อมตัวรถ ค่ายกรถ ค่าลากรถ การถูกโจรกรรม หรือแม้กระทั่งความเสียหายจากธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม  ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2            จำง่ายๆ คือ ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด จะคุ้มครองในกณีหายหรือไฟไหม้ รวมถึงคุ้มครองชีวิตร่างกาย การบาดเจ็บและทรัพย์สินเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น  ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3            ประเภท 3 นั้นจะคุ้มครองเฉพาะร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้นและคุ้มครองตามจำนวนเงินที่กำหนดด้วย ประกันภัยรถยนต์ประเภท 4            แบบที่ 4 ในแบบนี้จะถูกที่สุด โดยคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกเท่านั้นตามวงเงินที่กำหนด  ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5            แบบที่ 5 คือแบบพิเศษ ที่เหมือนเอาอันพื้นฐานมาบวกประกันภัยเพิ่ม เช่น เราเลือกแบบที่  3 ที่ปกติจะคุ้มครองแค่ร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณีเท่านั้น แต่เราอยากให้เขาคุ้มครองกรณีไฟไหม้ด้วย ก็จะกลายเป็น 3+ โดยในแบบที่ 5 นี้บริษัทประกันก็จะมีตัวเลือกที่แตกต่างกันออกไป ใครสนใจประกันเจ้าไหนก็ศึกษาเพิ่มเติมได้เลย แต่หลักๆจะประมาณนี้เลย ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ ไอ.เอ็น.เอ็น.  ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => ประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้นแตกต่างกันอย่างไร? [post_excerpt] => มีใครเคยสงสัยไหมว่า ประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-11-25 14:07:20 [post_modified_gmt] => 2021-11-25 07:07:20 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=240270 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [3] => WP_Post Object ( [ID] => 237935 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-11-22 17:00:59 [post_date_gmt] => 2021-11-22 10:00:59 [post_content] =>           หากใครที่ยังไม่รู้จักเหรียญนี้ สมเด็จคอยน์ (Somdej Coin SDC) คือ สกุลเงินคล้ายพระเครื่องดิจิทัล เหรียญแรกของโลก โดยที่แนวคิดของเหรียญนี้ คือการให้คนไทยเข้าถึงเหรียญได้ง่ายขึ้น เป็นเหรียญที่ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยอิงกับประวัติศาสตร์ของชาวเอเชียที่มีชื่อเสียง เปรียบเสมือน “พระเครื่อง” แต่เป็น “พระเครื่องดิจิทัล” นั่นเอง           ความพิเศษของ สมเด็จคอยน์ เป็นเหรียญที่สร้างมาอย่างจำกัดให้เท่ากับประชากรคนในไทยปี 2563 เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก บล็อกเชน เพื่อแจกให้กับคนไทยทุกคน และ สมเด็จคอยน์ ยังถูกสร้างมาในจำนวนจำกัดทั่วโลกมีเพียง 66,186,727 ล้านเหรียญ หรือเท่ากับจำนวนประชากรของคนในประเทศไทยในปี 2563 ซึ่งผู้สร้างต้องการให้คนไทยได้มีโอกาสสะสมเหรียญที่ระลึก และเข้าถึงอย่างน้อยคนละ 1 เหรียญ เพื่อเป็นของที่ระลึกและสามารถทิ้งไว้เป็นมรดกโลกให้กับคนรุ่นหลังได้           โดย สมเด็จคอยน์ (SDC) ถูกพัฒนาด้วยบล็อกเชนจากระบบ Binance Smart Chain (BSC) สมเด็จคอยน์ จะมีเลข contract เฉพาะตัวซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ Somdej coin พร้อมทั้ง Whitepaper ซึ่งสามารถศึกษาข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ มีการหักภาษี 9% ทุกครั้งที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขาย และนำไปบำรุงศาสนา วัดป่ามหาญาณจะเป็นตัวแทนในการช่วยเหลือสังคมและมูลนิธิทั่วประเทศไทย เหรียญสามารถนำไปใช้จ่ายในการซื้อ ดอกไม้ธูปเทียน สังฆทาน รวมถึงเช่าพระเครื่องภายในวัดได้ด้วย ภาษีนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
  • 3% สำหรับนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และช่วยเหลือสังคมและมูลนิธิทั่วประเทศไทย 
  • 3% สำหรับการไปเสริมสภาพคล่องในระบบ 
  • 3% สำหรับการนำไปเพิ่มเหรียญให้แก่ผู้ถือเหรียญ
          หากต้องการบริจาคให้กับทางวัดทั่วประเทศไทย ก็สามารถทำได้โดยการติดต่อทางผู้พัฒนาแล้วผู้พัฒนาจะอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำ เพื่อช่วยให้บริการแลกเปลี่ยนเหรียญเป็นเงินบาทผ่านระบบ Exchange ต่างๆ ให้กับวัดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (มูลค่าของเหรียญขึ้นอยู่กับสภาพราคาตลาด Exchange นั้นๆ)           ล่าสุด สมเด็จคอยน์ (SDC) ได้มีการแจกฟรี ให้กับคนที่ต้องการสะสม ซึ่งสามารถนำไปทำการแลกเปลี่ยนกับสกุลเงินดิจิทัลได้ทั่วโลก ผ่านทาง Pancakeswap ของ BSC หรือ Decentralised Exchange โดย Somdejcoin ได้ทำการทยอยแจกเหรียญฟรีแล้วตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้น โดยเริ่มแจกให้คนที่ใช้มือถือระบบ Android ก่อน ผ่าน Play Store ส่วนในระยะต่อมาจะอัปขึ้นระบบ IOS ตัวใหม่ สำหรับผู้ใช้ Iphone เนื่องจากยังต้องจัดส่งข้อมูลเพื่มเติม และติดในเรื่องเงื่อนไขด้านการรับเหรียญ Cryptocurrency ของ SDC ให้กับทาง Apple เพิ่มเติม           ทีมพัฒนามีเป้าหมายที่จะพยายามนำ Somdej coin สมเด็จคอยน์ เข้าไปอยู่ในตลาดซื้อขายระดับโลกอย่าง Binance และ Satang เพื่อให้ผู้ถือครองเหรียญทั่วโลกโอนย้ายเหรียญการกุศลได้สะดวกมากขึ้น สำหรับใครที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ iNN Finance ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => สมเด็จคอยน์ คืออะไร? มาทำความรู้จักกับเหรียญ SDC กัน [post_excerpt] => เปิดที่มาของ“สมเด็จคอยน์” (SDC) คืออะไร? [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-11-22 12:09:19 [post_modified_gmt] => 2021-11-22 05:09:19 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=237935 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [4] => WP_Post Object ( [ID] => 218524 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-10-25 10:30:12 [post_date_gmt] => 2021-10-25 03:30:12 [post_content] =>           เมทาเวิร์ส (Metaverse) คือ แนวคิดโลกเสมือนจริง ใช้พูดถึงโลกที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นโลกเสมือนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เป็นเหมือนอีกจักรวาลหนึ่งที่เราสามารถเชื่อมต่อเข้าไปได้            เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นให้ทุกคนนึกถึงหนังเรื่อง Ready player one ที่คนสวมแว่น VR ใส่ถุงมือแล้วเข้าไปในอีกโลกหนึ่งหรือหนังสุดคลาสสิกอย่าง The Matrix ก็เป็นโลกเสมือนเช่นกัน  ทำไมช่วงนี้คนพูดถึงเมทาเวิร์สกันเยอะ?           จริงๆ แล้วคำว่า เมทาเวิร์ส นั้นมีมานานแล้ว ปกติจะใช้นิยายทางวิทยาศาสตร์มากกกว่า แต่คำนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงมากขึ้นเพราะเจ้าพ่อโซเชียลมีเดียอย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook อาจจะเตรียมรีแบรนด์ Facebook ใหม่จากบริษัทด้านโซเชียลมีเดีย ให้กลายเป็นบริษัท Metaverse แทนมาร์ค ค่อนข้างเชื่อว่าจะทำมันขึ้นมาได้ เห็นได้จากหลายๆ อย่างที่เขาทำเช่น 
  • ได้เข้าซื้อ-ลงทุนกับบริษัทหูฟังโอคูลัส ที่ทำแว่น VR จนพัฒนาให้มันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น 
  • ก่อตั้ง Facebook Reality Labs เพื่อพัฒนา VR และ AR 
          หรืออย่างล่าสุดที่เกิดตัวแว่น Ray-Ban Stories แว่นที่มี กล้อง ลำโพง ไมค์ ที่เก็บข้อมูลภายในตัว แม้จะยังไม่ได้ล้ำขนาดจะโชว์ข้อมูลอะไรให้เราได้ แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่แสดงให้เห็นว่ามันต่อยอดไปได้ไกลอีกแน่นอน  Metaverse โลกที่ทุกคนกำลังตบเท้าก้าวเข้ามาร่วมด้วย           ไม่ใช่แค่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กเท่านั้นที่ให้ความสนใจ ธุรกิจอื่นๆ ก็เริ่มไปแล้วเช่นกันอย่าง Epic Games หนึ่งในแพลตฟอร์มเกมยักษ์ใหญ่ ก็ได้พูดถึงโลกเมทาเวิร์สเช่นกัน และได้ลองจัดคอนเสิร์ตภายในโลกของเกมส์ Fortnite อีกด้วย  .           VITALIK BUTERIN ผู้ก่อตั้ง Ethereum หนึ่งในสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดสกุลหนึ่ง ก็ได้พูดไว้ว่าในอนาคตเขาคาดหวังให้ Ethereum เป็นสกุลเงินที่ใช้ซื้อขายในโลกเมทาเวิร์ส  Covid-19 ทำให้โลกเสมือนจริงมาเร็วยิ่งขึ้น            ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ปกติ การทำโลกเสมือนจริงเลยถูกเร่งขึ้นมาเพื่อทดแทนไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การซื้อขาย การดูสินค้า อย่างในประเทศไทยเองเราจะเห็นการจัดอีเว้นท์เสมือนจริงหรือ Virtual Event            จากปัจจัยเบื้องต้นที่กล่าวมาบวกกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความนิยมของคริปโตเคอเรนซี่ NFT ทำให้อีกไม่นานโลกของเมทาเวิร์สก็คงก้าวหน้ามากขึ้นในเร็วๆ นี้ และจะนับเป็นจุดเปลี่ยนของโลกอีกครั้งเลยทีเดียว ติดตามอัปเดตและข่าวอื่นๆ ได้ที่ iNN ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => Metaverse โลกเสมือนจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น [post_excerpt] => รู้จัก “Metaverse” โลกเสมือนจริง [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => metaverse-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-11-18 15:09:44 [post_modified_gmt] => 2021-11-18 08:09:44 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=218524 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [5] => WP_Post Object ( [ID] => 204542 [post_author] => 19 [post_date] => 2021-10-04 17:12:35 [post_date_gmt] => 2021-10-04 10:12:35 [post_content] => บ้าน คอนโด และที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ใครๆ ก็อยากมีไว้ครอบครองเป็นของตัวเอง เพราะเป็นสินทรัพย์ที่เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เราได้ใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ ที่เราชอบ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ในทุกๆ ปีมีคนซื้อบ้านจำนวนมาก วันนี้เราจะมาเผยวิธีเตรียมตัวขอสินเชื่อบ้านให้อนุมัติเร็ว ไม่ต้องรอนาน โดยการเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ให้พร้อม   1.เอกสารส่วนบุคคลของผู้กู้ ในการเตรียมเอกสารขั้นแรก เราจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนของผู้กู้ ไม่ว่าจะเป็นผู้กู้หลักหรือผู้กู้ร่วม จะต้องเตรียมเอกสารในขอสินเชื่อบ้านดังต่อไปนี้
  • สำเนาบัตรประชาชน บัตรราชการ หรือหนังสือเดินทาง ซึ่งทางราชการเป็นผู้ออกให้
  • สำเนาทะเบียนบ้าน ที่มีชื่อของผู้กู้อาศัยอยู่
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล ในกรณีที่เราเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล
  • กรณีแต่งงานหรือหย่า หรือแยกกันอยู่ ให้เตรียมสำเนาทะเบียนสมรส สำเนาใบหย่า สำเนาใบมรณะบัตรในกรณีคู่สมรสเสียชีวิต และสำเนาบัตรแจ้งความแยกกันอยู่ในกรณีเลิกราแต่ยังไม่หย่าขาด
  • ใบเซ็นยินยอมให้ทำนิติกรรมสัญญาจากคู่สมรส ในกรณีที่ไม่ได้กู้ร่วมกับคู่สมรส
นอกจากนี้ต้องให้ผู้กู้เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารทุกฉบับ ลงวันที่และขีดคร่อมเพื่อความปลอดภัย ซึ่งการเตรียมเอกสารส่วนบุคคลให้พร้อมก็จะช่วยให้การขอสินเชื่อบ้าน อนุมัติเร็วยิ่งขึ้น 2.เอกสารแสดงรายได้ อันดับต่อมาของการเตรียมเอกสารขอสินเชื่อบ้านให้อนุมัติเร็วคือการเตรียมเอกสารรายได้ต่างๆ ของผู้กู้ กรณีที่ประกอบอาชีพพนักงานประจำหรือมีรายได้ประจำ จะต้องเตรียมหนังสือรับรองเงินเดือนหรือรายได้ทั้งหมด สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน และสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน กรณีที่ประกอบอาชีพส่วนตัวหรือไม่ใช่พนักงานประจำ ให้เตรียมสำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน และหากว่ามีการจ้างงานเป็นประจำให้นำหลักฐานการจ้างงานมาแสดงต่อสถาบันทางการเงินเพื่อให้การขอสินเชื่อบ้านอนุมัติเร็วยิ่งขึ้น กรณีเป็นเจ้าของกิจการที่มีการจดทะเบียนบริษัทอย่างถูกต้อง ให้นำหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี หลักฐานการเสียภาษีอื่นๆ รายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท และสำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 12 เดือน 3.เอกสารเกี่ยวกับบ้าน คอนโด หรือที่ดิน เพื่อให้การขอสินเชื่อบ้านได้รับการอนุมัติเร็วยิ่งขึ้นให้เตรียมเอกสารเกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือบ้านดังต่อไปนี้
  • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาแสดงกรรมสิทธิ์
  • สัญญาจะซื้อจะขาย
  • แผนที่ตั้งของบ้านที่ดิน หรือคอนโด
การเตรียมเอกสารให้พร้อมในคราวเดียวกัน จะช่วยให้การขอสินเชื่อบ้านง่ายและได้รับการอนุมัติเร็วยิ่งขึ้น ผู้กู้จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมและทำความเข้าใจเรื่องการขอสินเชื่อก่อนเดินเข้าไปติดต่อกับสถาบันการเงินต่างๆ    [post_title] => วิธีเตรียมเอกสารในการขอสินเชื่อบ้านให้อนุมัติเร็ว ไม่ต้องรอนาน [post_excerpt] => [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-10-04 17:13:36 [post_modified_gmt] => 2021-10-04 10:13:36 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=204542 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [6] => WP_Post Object ( [ID] => 200252 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-09-28 15:00:34 [post_date_gmt] => 2021-09-28 08:00:34 [post_content] => แชร์สุดยอดเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้คุณประสบความสําเร็จ แชร์สุดยอดเทรดเดอร์ ย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 2000 เมื่อระบบอินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทกับผู้คนบนโลกที่ทําหน้าที่ช่วย เชื่อมต่อข้อมูลรวมถึงผู้คนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จนทําให้เกิดค่าว่าโลกไร้พรมแดน นอกจากการทํางานของผู้คนจะง่ายขึ้นแล้ว ยังได้เกิดช่องทางการสร้างรายได้แบบใหม่ที่สามารถดําเนินการ ได้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนี้เช่นกัน ช่วงเวลาดังกล่าวนั้น การใช้งานอินเทอร์เน็ตในแง่ของการลงทุนก็ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทยมากนัก เนื่องจากผู้คนยังไม่เชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสําหรับการทําธุรกรรม อย่างไรก็ตามชาวตะวันตกได้มีการ พัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการผู้ใช้งานทําให้ผู้คนต่างลงทุนได้ด้วยความมั่นใจมากกว่า นับตั้งแต่การเริ่มต้นการลงทุนที่หลากหลายบนอินเทอร์เน็ต หนึ่งในรูปแบบการลงทุนที่ได้รับความนิยมได้แก่ การเทรดออนไลน์ เช่น หุ้น, ฟอเร็กซ์ โดยมีหลายท่านที่สามารถทําได้อย่างประสบความสําเร็จและกลายเป็น บุคคลระดับตํานานในแวดวงการเทรดออนไลน์ระดับโลก สุดยอดเทรดเดอร์ในประวัติศาสตร์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ ในปัจจุบันนี้โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายครั้งก็ทําให้รู้สึกว่า การลงทุน และการสร้างราย ได้สามารถทําได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิก ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่สามารถสูญเสียเงินทุนทั้งหมดไปได้ในพริบ ตา ดังกล่าวนี้คุณอาจรู้สึกท้อและเหนื่อยสําหรับการวิ่งตามความสําเร็จ หากแต่คุณอาจลืมไปว่าในโลกแห่ง การเทรดออนไลน์ก็มีผู้ที่ประสบความสําเร็จหลายท่านเช่นกัน และบุคคลเหล่านั้นสามารถเป็นแรงบันดาลใจ ชั้นเลิศให้คุณได้ ต่อไปนี้คือเทรดเดอร์ระดับตํานานในหน้าประวัติศาสตร์ 1.Ed Seykota  เทรดเดอร์ชาวเนเธอร์แลนด์เกิดในปี 1949 ท่ามกลางครอบครัวที่เข้าใจวิธีการเทรดหุ้นอย่างดี ประวัติศาสตร์ การเป็นเทรดเดอร์ชื่อดังของ Ed Seykota เริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปีที่เริ่มทําความเข้าใจการทํากําไรจากสินค้าครั้ง แรกในชีวิต จากนั้นเมื่ออายุ 9 ปีก็เริ่มเข้าใจการวิเคราะห์ทางเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามคําแนะน่าของพ่อ จน ท้ายที่สุดในปีที่ 13 พ่อของเขาได้ถ่ายทอดวิชาการเทรดฟอเร็กซ์อย่างเข้มข้น โดยอธิบายให้เข้าใจว่าควรซื้อ หรือขายเมื่อกราฟอยู่ในตําแหน่งใด ต่อมาในปี 1969 จบปริญญาตรีในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและการจัดการ และสร้างแนวคิดเรื่องการวิเคราะห์ ทางเทคนิคตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งในปี 1970 ที่เริ่มเข้าสู่วงการการเทรดออนไลน์อย่างแท้จริงโดยเริ่ม จากการทําให้ให้กับโบรกเกอร์รายหนึ่งในการพัฒนาระบบเทรดสําหรับการจัดการการเงินในตลาดฟิวเจอร์ หากแต่ท้ายที่สุด การทํางานกับบริษัทนี้ไม่เป็นไปดังหวังจนทําให้ตัดสินใจลาออกในเวลาต่อมา จนกระทั่งอายุ 23 ปีที่เริ่มทํางานให้กับตัวเอง และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งให้แก่ วงการเทรด ตัวอย่างกฎการเทรดที่ทําให้ Ed Seykota ประสบความสําเร็จมีดังต่อไปนี้ Cut loss หรือ จุดหยุดขาดทุน  หนึ่งในเทคนิคสําหรับการเทรดฟอเร็กซ์คือการวางแผนล่วงหน้าก่อนเริ่มการซื้อขายทุกครั้ง โดยเริ่มจากการ วางเงินทุนจํานวนน้อยและเรียนรู้วิธีการอ่านกราฟให้ถูกหลัก จากนั้น ตั้งค่าจุดหยุดการขาดทุนทุกครั้งที่เทรด หาสไตล์การเทรดของตนเอง  เทรดเดอร์แต่ละคนมีรูปแบบและวิธีการเทรดที่ไม่เหมือนกัน หากกล่าวถึงชัยชนะในการเทรดของแต่ละคน อาจพบว่าไม่สามารถวัดได้ด้วยตัวเลขที่ตายตัว แต่เป็นการประเมิณด้วยการวางแผนของคุณว่าคุณสามารถ ทํากําไรได้เท่าไหร่เมื่อตัดสินใจถูก และขาดทุนจํานวนเท่าไหร่เมื่อตัดสินใจผิด   2.Ingeborga Mootz  คุณยายที่ประสบความสําเร็จในการเทรดเมื่ออายุ 96 ปี หากแต่เส้นทางความสําเร็จนี้ไม่ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ สมัยวัยรุ่น โดยจุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้มาจาความยากจนและโชคชะตาชีวิตที่ไม่เข้าข้าง ย้อนกลับไปเมื่อคุณยายกลายเป็นหญิงม่ายที่อยู่ในช่วงเวลาการเลือกระหว่างการเป็นขอทานหรือการเทรด หุ้น คุณยายก็ได้เลือกสายอาชีพเทรดหุ้นที่เกิดจากวิธีการเทรดที่เรียบง่ายเหมือนไข่ไก่ เพราะคุณยายไม่ได้ จบการศึกษาด้านการเงินแต่อย่างใด และไม่มีเครื่องมือการเทรดที่ซับซ้อน หากแต่ใช้วิธีการอ่านข่าวสรุปหุ้น ในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกเช้าจนสามารถทํากําไรได้มากถึง 500,000 ยูโร หรือ 19 ล้านบาท โดยได้สรุป กลยุทธ์การเทรดหุ้นไว้ในหนังสือ Stock Market Detective ที่เรียบเรียงไว้อย่างเข้าใจง่าย   3.Richard Dennis  ชายผู้ซึ่งกลายเป็นเศรษฐีในอายุ 26 ปี จากการยืมเงิน 1,600 ดอลลาร์สหรัฐและทํากําไรได้มากถึง 200 ล้าน ดอลลาร์สหรั เดนนิสสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยเดอพอล จากนั้นเขาเลือกที่จะยืมเงิน 1,600 ดอลลาร์สหรัฐจากครอบครัวของเขา โดยการเทรดครั้งแรกสามารถทํากําไรได้เทียบกับ 400 ดอลลาร์ และยอมรับว่าเป็นการเสี่ยงดวงจริง ๆ ต่อมาในปี 1973 เงินทุนที่มีมากกว่า 100,000 ดอลลาร์จึงสามารถทํา กําไรได้ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 1974 จนทําให้กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านที่มีอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น ตัวอย่างกลยุทธ์ที่ Richard Dennis ใช้ในการเทรดได้แก่
  •  ตรวจสอบตลาด เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ตลาด โดยจะต้องเลือกจากตลาดที่ไม่มีการซื้อขายสูงหรือต่ำเกินไป
  •  ขนาดตำแหน่ง หนึ่งในวิธีการที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มองข้ามวิธีการนี้เป็นการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือขายเป็นจํานวนเท่าใดและกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานอย่างแท้จริง 
  • หยุด เทรดเดอร์ควรทราบว่าเมื่อใดที่ควรหยุดการขาดทุนโดยสามารถทําได้จากการตั้งจุดขาดทุน หรือ Stop loss สําหรับเทรดเดอร์ที่ไม่ลดการสูญเสียจะไม่สามารถประสบความสําเร็จในระยะยาว 
  • เมื่อใดควรรับกําไร หากคุณตั้งค่าจุดทํากําไรได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณควบคุมระบบการเทรด ได้มากกว่าและส่งผลให้คุณสามารถทํากําไรในระยะยาวได้
สรุป  สําหรับตัวอย่างการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสําเร็จดังตัวอย่างข้างต้นนั้น จะเห็นว่าหลายคนไม่ได้จบการศึกษาด้านการเงินหรือการบริการธุรกิจมาก่อน แต่ด้วยการฝึกฝน วิเคราะห์และเรียนรู้วิธีการเทรดทั้งการทํา กําไรและขาดทุนอย่างต่อเนื่องที่เป็นปัจจัยสําคัญที่จะช่วยให้บุคคลนั้น ๆ สามารถประสบความสําเร็จได้ ในขณะเดียวกัน สําหรับมือใหม่ที่พึ่งเริ่มต้นสู่ตลาดการเทรดฟอเร็กซ์ อาจรู้สึกกังวลและกลัวการขาดทุน หาก วิเคราะห์ตามคําแนะนําของเทรดเดอร์ที่ประสบความสําเร็จดังกล่าวจะพบว่า แต่ละท่านล้วนแล้วแต่มีวิธีการ เทรดเป็นของตนเอง รวมทั้งการใช้เครื่องมือฟอเร็กซ์ให้เกิดประโยชน์เช่น จุดหยุดขาดทุนและจุดทํากำไร ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => แชร์สุดยอดเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้คุณประสบความสําเร็จ [post_excerpt] => แชร์สุดยอดเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้คุณประสบความสําเร็จ [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-09-28 14:58:09 [post_modified_gmt] => 2021-09-28 07:58:09 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=200252 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [7] => WP_Post Object ( [ID] => 191383 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-09-17 14:00:16 [post_date_gmt] => 2021-09-17 07:00:16 [post_content] =>           “ของมันต้องมี ไม่ซื้อไม่ได้!!” ใครที่ชอบคิดแบบนี้ตอนไถมือถือช่วง 9.9 หรือ mid year sale เราก็อยากแตะไหล่เตือนเบาๆว่า ใจเย็นๆนะ วางถุงตังค์ลงก่อน เพราะไม่แน่คุณอาจจะชื่อ Henry แบบไม่รู้ตัว Crazy (not)rich HENRY           HENRY แค่อ่านก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราหมาเห่าแบบผู้ดีอังกฤษ แต่จริงๆแล้วคำนี้เป็นคำย่อของประโยค High earners, not rich yet หรือแปลไทยแบบเผ็ดๆว่า เงินเดือนก็เยอะนะ แต่ไม่รวยสักที           กลุ่ม HENRY ชื่อเรียกของคนนิสัยรวยนี้ เป็นที่รู้จักครั้งแรกในนิตยสาร Fortune ปี 2003 และรู้จักกระฉ่อนเมื่อปี 2008 ในฐานะศัพท์นักการตลาดที่ไว้เรียกกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าคนทั่วไป แต่กลับมีเงินออม เงินเก็บ เงินลงทุน จนเลขในบัญชีเหลือน้อยนิดจนแทบจะไม่มีเลย HENRY is Happy (but not rich)           เสพติดของแบรนด์ หลงใหลอาหารหรู คลั่งไคล้ความเอนเตอร์เทน คือไลฟ์สไตล์ของชาว HENRY ที่เป็นกันส่วนใหญ่ ความสุขของ HENRY ส่วนใหญ่มักถูกจ่ายไปเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในชีวิตเพื่อหวังว่าอนาคตเขาเหล่านี้จะไม่เสียดายเมื่อนึกย้อนกลับมา (แต่ก็อย่าลืมว่าในอนาคต ถ้าไม่มีเงินเก็บ ก็น่าเสียดายเหมือนกัน)           การรับบทบาทเป็นผู้บริโภคที่ใช้จ่ายสูงอย่างบ้าคลั่งทำให้ตกเป็นเนื้อชิ้นโตสำหรับนักการตลาดที่วางแผนโปรโมทเพื่อล่อลวงเงินในกระเป๋าออกมาบ่อยๆ และนั่นก็เป็นผลกรรมของ Henry ที่ต้องทำงานแบบหยุดไม่ได้เช่นกัน เพราะถ้าทำก็จะมีตังค์ใช้ แต่ถ้าจน เครียด แม้แต่เหล้าก็ไม่ได้กิน           เงินของใครของใครก็ห่วง เงินของใครของใครก็หวง เราเข้าใจว่าอุตส่าห์นั่งทำงานหลังขดหลังแข็งให้ครบ 30 วัน ก็อยากหาอะไรปรนเปรอจิตใจให้หายเมื่อยล้าจากการทำงานเกือบ 180 ชั่วโมงบ้าง แต่ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับเงินออมด้วยนะ อย่ายอมให้ Zara Gucci LV OMAKASE ครอบงำคุณอีกต่อไป หันมาลงทุนหวังกำไรและเช็กข่าวเช็กหุ้นเช็กทองที่ iNN Finance แล้วมาปังแบบอู้ฟู้ไปพร้อมๆกับเรา ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => เงินก็มีนะแต่ไม่รวยสักที คุณคือ HENRY หรือเปล่า? [post_excerpt] => HENRY กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รายได้สูง แต่ไม่รวยสักที [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-10-21 10:39:57 [post_modified_gmt] => 2021-10-21 03:39:57 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=191383 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) ) [post_count] => 8 [current_post] => -1 [in_the_loop] => [post] => WP_Post Object ( [ID] => 241615 [post_author] => 15 [post_date] => 2021-11-28 14:00:10 [post_date_gmt] => 2021-11-28 07:00:10 [post_content] =>           ‘ไม่สำคัญว่าตอนรวยเราจะอยู่กับใคร แต่อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เราจะรวย’ คำพูดเตือนใจซาลารี่แมนหลายๆคนที่ไม่ว่าจะพยายามรัดเข็มขัดแค่ไหน เดือนชนเดือนและมาม่ารสต้มยำก็คอยตอกย้ำช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนทุกที สำหรับใครที่กำลังตะเกียกตะกายเส้นทางเศรษฐีวันนี้เรามีวิธีเก็บเงินแบบ 6 Jars มาแนะนำกัน 6 Jars ต้องเตรียม 6 ไหเลยไหม           อย่างแรกเลยสมัยนี้เราอาจจะไม่ต้องเตรียมไหหรือกระปุกใส่เงินให้ครบ 6 ใบ เพราะมีแอปฯแบ่งเงินง่ายๆในมือถือแล้ว แต่ถึงอย่างงั้นทฤษฎี 6 JARS หรือ JARS System of Money Management ก็ยังต้องการพื้นที่จัดสรรเงินเป็น 6 ส่วนเหมือนเดิมตามคุณ T.Harv Eker ผู้คิดค้นและทดลองกับตัวเองจนเปลี่ยนยศจากคนถังแตกเป็นหนุ่มล่ำซำในไม่กี่ปี 6 Jars 6 ไหมีอะไรบ้าง           เทคนิคการจัดการเงินของ Eker คือการแบ่งเงินเป็นส่วนๆแล้วแยกไว้ตามกระปุกทั้ง 6 ที่มีเป้าหมายใช้จ่ายต่างกันไป โดยคำนวณแยกไว้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามรายรับที่ได้มาแต่ละเดือนอย่างเหมาะสมไว้แล้ว ก็คือ 55% ใช้ตามจำเป็น, 10% ให้รางวัลตัวเอง, 10 % ลงทุน, 10% ความรู้, 10% ใช้จ่ายในหลังเกษียณ และ 5% บริจาค กระปุกที่ 1 : ใช้เพราะจำเป็น 55%           55% แรกของ 6 Jars นี้จะไว้ใช้สำหรับของจำเป็นที่ต้องจ่ายในชีวิตประจำวันรวมไปถึงภาระสลิปใบเสร็จใดๆก็ตามแต่ที่ต้องจ่ายเมื่อถึงวันสิ้นเดือน ทั้งค่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหารในแต่ละมื้อ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือแม้แต่ค่าผ่อนสินค้าต่างๆที่เรารูดมา           Eker ผู้คิดค้นทฤษฎีนี้ได้คำนวณไว้อย่างดิบดีแล้วว่าค่าใช่จ่ายเรื่องจำเป็นควรอยู่ไม่เกิน 55% ของรายได้ทั้งหมด หากกดเครื่องคิดเลขดูแล้วพบว่ายอดจ่ายมีมากกว่าที่กำหนดคงต้องย้อนกลับมาสำนึกผิดสักนิดแล้วว่าเราสามารถตัดอะไรออกไปได้บ้าง ปรับภาระค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น หารายได้เสริม หรือเปลี่ยนอาชีพที่ได้เงินเยอะกว่านี้ไปเลย กระปุกที่ 2 : ให้รางวัลตัวเอง 10%           การออมเงินใช่ว่าเราจะใช้ชีวิตให้สนุกไม่ได้ มาตรการรัดเข็มขัดถ้าแน่นมากไปก็พาหายใจไม่ออกจนใช้ชีวิตลำบาก 10% นี้สำหรับกระปุกที่ 2 จะเป็นเงินไว้สำหรับขอบคุณตัวเอง หาความสุขจากการช้อปปิ้ง กินชาบู ดูหนัง แต่ก็อย่าลืมว่าความสุขถ้ามากไปปลายเดือนก็ทุกข์ได้เหมือนกัน กระปุกที่ 3 : ลงทุน 10%           กระปุกนี้จะช่วยฝึกให้เราใช้เงินต่อเงินเพื่อเพิ่มความมั่งคั่งการกินอยู่ให้กับเราผ่านการลงทุน ซึ่งการลงทุนสามารถลงได้ 3 ทุนใหญ่ๆที่หายาก-น้อย ความเสี่ยงสูง-ต่ำต่างกันไป ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น/กองทุน และ ธุรกิจ กระปุกที่ 4 : ความรู้ 10%           เพราะชีวิตไม่เคยหยุดเติบโตการเรียนรู้ก็เหมือนกัน และความรู้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนที่ช่วยต่อยอดความมั่นคงทางการเงินจากกระปุกที่ 3 ด้วย อาจจะหาคอร์สเรียน หรือแม้แต่หนังสือที่อยากศึกษา นอกจากจะช่วยให้ลงทุนได้ฉลาดขึ้น ความก้าวหน้าทางสายอาชีพ วิสัยทัศน์ของชีวิตก็งอกเงย กระปุกที่ 5 : เงินเกษียณ 10%           ถ้ามองบัตรเครดิตคือการดึงเงินอนาคตมาใช้ กระปุกที่ 5 นี้ถือเป็นขั้วตรงข้ามเพราะนี่คือ 10% ที่ดึงเงินในปัจจุบันมาใช้เพื่ออนาคตช่วงเกษียณยามเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดหลายสิบปีนั่นเอง แนะนำให้หยอดไว้เป็นเงินทุนสำรองตอนแก่ หรือในแง่สุขภาพการทำประกันก็อยู่ในขอบเขตของกระปุกนี้เช่นกัน คงไม่มีใครอยากทำงานไปจนตายหรอกจริงไหม? กระปุกที่ 6 : บริจาค 5%           รู้ที่จะรับก็รู้ที่จะให้ด้วย หากใครอ่านมาถึงกระปุกสุดท้ายนี้อาจรู้สึกเสียดาย 5% ที่สามารถเอาไปหาความสุขหรือเอาเก็บไว้ใช้ในอนาคตน่าจะดีกว่า แต่การบริจาคเพียงแค่เศษเสี้ยวของสลิปเงินเดือนก็อาจต่อความหวัง รวมถึงความรักในครอบครัว ของขวัญเซอร์ไพรส์ ก็รวมในกระปุกสุดท้ายเหมือนกันนะ           จะเห็นได้ว่าการออมเงินแบบ 6 Jars ไม่ยากเลย 55, 10, 10, 10, 10 และ 5 คือวิธีจัดสรรรายได้ของคุณที่ได้ในแต่ละเดือนให้ใช้ได้มีประสิทธิภาพและงอกเงยมากกว่าที่เคย แต่สิ่งที่ยากนั่นก็คือวินัยของเราหลังกฎเงินออกจากตู้นี่แหละ ว่าเราจะใช้อำนาจในกำมือได้ถูกต้องหรือแบงก์ในกำมือจะยังเป็นผู้คุมอำนาจของเราแทน ถ้าหากชอบบทความดีๆแบบนี้อ่านต่อได้เลยที่ iNN Finance ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th Twitter : https://twitter.com/innnews Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news [post_title] => สูตรลับ 6 Jars แก้ปัญหาเงินชนเดือน [post_excerpt] => 6 Jars เทคนิคบริหารเงินที่ทุกคนต้องรู้ [post_status] => publish [comment_status] => open [ping_status] => open [post_password] => [post_name] => %e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-6-jars-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%99 [to_ping] => [pinged] => [post_modified] => 2021-12-16 11:09:27 [post_modified_gmt] => 2021-12-16 04:09:27 [post_content_filtered] => [post_parent] => 0 [guid] => https://www.innnews.co.th/?p=241615 [menu_order] => 0 [post_type] => post [post_mime_type] => [comment_count] => 0 [filter] => raw ) [comment_count] => 0 [current_comment] => -1 [found_posts] => 58 [max_num_pages] => 8 [max_num_comment_pages] => 0 [is_single] => [is_preview] => [is_page] => [is_archive] => 1 [is_date] => [is_year] => [is_month] => [is_day] => [is_time] => [is_author] => [is_category] => 1 [is_tag] => [is_tax] => [is_search] => [is_feed] => [is_comment_feed] => [is_trackback] => [is_home] => [is_privacy_policy] => [is_404] => [is_embed] => [is_paged] => 1 [is_admin] => [is_attachment] => [is_singular] => [is_robots] => [is_favicon] => [is_posts_page] => [is_post_type_archive] => [query_vars_hash:WP_Query:private] => 5c3a430f891e010ece7a28f74c7a9149 [query_vars_changed:WP_Query:private] => [thumbnails_cached] => [stopwords:WP_Query:private] => [compat_fields:WP_Query:private] => Array ( [0] => query_vars_hash [1] => query_vars_changed ) [compat_methods:WP_Query:private] => Array ( [0] => init_query_flags [1] => parse_tax_query ) )
การเงินสูตรลับ 6 Jars แก้ปัญหาเงินชนเดือน
การเงินประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้นแตกต่างกันอย่างไร?
การเงินสมเด็จคอยน์ คืออะไร? มาทำความรู้จักกับเหรียญ SDC กัน
การเงินMetaverse โลกเสมือนจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น
การเงินแชร์สุดยอดเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้คุณประสบความสําเร็จ
การเงินเงินก็มีนะแต่ไม่รวยสักที คุณคือ HENRY หรือเปล่า?

การเงิน

ข่าว ตลาดหุ้นเช้าเปิดบวก 11.03 จุดคลายกังวลเฟดขึ้นดบ.
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 11.03 จุด คลายกังวลการขึ้นดอกเบี้ยของFED หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว
ข่าว SET ปิดบวก 11.15 จุด แตะ 1,568.76 จุด
ตลาดหุ้นปิดบวก 11.15 จุด แตะ 1,568.76 จุด มูลค่าการซื้อขาย 65,946.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 799 หลักทรัพย์