คดีโกงการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่คดีทุจริตธรรมดาทั่วไป แต่เป็นบททดสอบภาวะผู้นำของ”อนุทิน ชาญวีรกุล” ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทย ต้นสังกัดใหญ่ของการสอบที่มีการทุจริต
“อนุทิน” เคยได้รับเสียงชื่นชมว่ามีภาวะผู้นำที่ดี มีการตัดสินใจที่ดี ในเรื่องปัญหาความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา และมีส่วนสำคัญมากต่อชัยชนะในการเลือกตั้ง แม้จะสอบตกในเรื่องบริหารจัดการน้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ดังนั้น “คดีโกงสอบท้องถิ่น” จึงกลายเป็นอีกบททดสอบหนึ่งของ”อนุทิน” ในเรื่องภาวะผู้นำ จะกล้าใช้คดีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการรื้อระบบตรวจสอบ จะปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังให้สมกับการประกาศเป็นวาระแห่งชาติ หรือจะปล่อยให้เรื่องจบลงเพียงการย้ายข้าราชการบางคน แล้วปล่อยเครือข่ายอำนาจเดิมลอยลอยตาอยู่ในสังคม เป็นมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนทำลายประเทศไทยต่อไป
หากนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ”อนุทิน” สามารถจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่เห็นแก่พวกพ้อง ไม่ปกป้องคนใกล้ตัว ทำให้กฎหมายเป็นกฎหมายได้จริง จะถือเป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ภาวะผู้นำของรัฐบาล แต่ในทางกลับกัน หากคดีนี้ถูกตัดตอน หรือเลวร้ายกว่านั้น คือพบว่าคนรอบข้าง”อนุทิน”เข้าไปพัวพันกับการทุจริตเสียเอง สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่ความผิดหวังทางการเมือง แต่จะกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ทางการเมืองอีกครั้งว่า “มีการโกงครั้งสำคัญ” ที่ทำให้ระบบราชการไทยถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ด้วยน้ำมือของนักการเมือง
“คดีโกงสอบท้องถิ่น”ไม่ได้ตีวงแคบแค่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่อธิบดีถูกสั่งย้ายแล้วเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงพาดพิงถึงสถาบันการศึกษา เครือข่ายนายหน้า และอาจเชื่อมโยงไปถึงกลไกทางการเมือง เพราะมีคลิปเสียงที่อ้างไปถึง “รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย” รวมถึงภรรยาปลัดกระทรวง ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการให้ประชาชนเชื่อว่าปราบโกงจริง ต้องทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า คดีนี้ จะไม่ถูกตัดจบตัดตอนไปโดยง่าย จับได้เพียงตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้น
“คดีโกงสอบท้องถิ่น” เป็นหน้าประวัติศาสตร์ทางการเมืองและรบบราชการไทยไปแล้ว เพราะการโกงครั้งนี้ มีขนาดและวิธีการโกง ที่ลึกล้ำไม่ใช่แค่ขายข้อสอบ ขายคำตอบแบบเดิมๆที่เคยเจอ แต่เป็น การแก้ไขข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ แก้ไขกระดาษคำตอบ และมีการดำเนินการเป็นเครือข่ายพร้อมกันหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นวงจรอุบาทว์ ที่ทำลายหัวใจของระบบราชการไทยอย่างชัดเจน เพราะตำแหน่งข้าราชการสามารถซื้อได้ด้วยเงิน ไม่ใช่ได้มาเพราะความรู้ ความสามารถ เหมือนในอดีต การโกงการสอบครั้งนี้จึงเป็นหายนะอย่างแท้จริงของประเทศไทย
นายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ ต้องเด็ดขาดกับคนชั่ว ทั้งในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ต้องจัดการให้หมดเป็นคดีตัวอย่าง และนำคนดีกลับเข้าสู่ระบบราชการไทยให้ได้ เพื่อเป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรีของข้าราชการไทย และกอบกู้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล และผู้นำประเทศ ในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เคยประกาศเป็นวาระแห่งชาติมาหลายปี
ย้ำอีกครั้ง คดีโกงสอบท้องถิ่น ไม่ควรจบแค่การจับตัวเล็กๆบางคน บางกลุ่ม หรือย้ายอธิบดีเพียงคนเดียว เพราะการโกงที่มีขนาดใหญ่ มีคนจ่ายเงินจำนวนมาก และทำพร้อมกันหลายพื้นที่ ย่อมต้องมีเครือข่าย และมีแบ็คที่สร้างความมั่นใจให้ผู้เกี่ยวข้องทำผิดกฏหมายได้มากมายขนาดนี้ เป็นโอกาสอันดีของ”อนุทิน” ในการทำผลงานใหญ่ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น พิสูจน์ว่าเอาจริงกับการปราบโกงเป็นอย่างไร ต้องแสดงภาวะผู้นำที่ชัดเจน ไม่ปกป้องใคร ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจใด และต้องยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง
อย่างไรก็ดี คดีโกงสอบท้องถิ่น คือทางสองแพร่งในทางการเมือง ของนายกฯ และรัฐมนตรีมหาดไทย จะใช้คดีนี้พิสูจน์ว่ารัฐบาลกล้าปราบโกงจริงจริงแค่ไหน กับอีกทางหนึ่ง คือทำแบบขอไปทีจนปล่อยให้การทุจริตกลืนกินรัฐบาล ก็จะกลายเป็นหนทางสู่ความเสื่อมในที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews