“แลนด์บริดจ์” เมกะโปรเจกต์ มูลค่า 1 ล้านล้านบาท เชื่อมอ่าวไทยและอันดามันที่ จังหวัดชุมพร กับ ระนอง ที่รัฐบาล”ภูมิใจไทย” พยายามผลักดัน โดย”พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แต่เจอกระแสต้านทุกทิศทางก่อนที่ คณะกรรมการศึกษา ซึ่ง”นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ตั้งขึ้นเพื่อยื้อเวลาในตอนแรก โดยมี”เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”ประเมินว่า “แลนด์บริดจ์”ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ มีความเสี่ยงด้านการลงทุน และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเสนอให้รัฐบาลยุติโครงการ ปิดฉากเมกกะโปรเจกต์ ที่พรรคภูมิใจไทย พยายามขับเคลื่อน และใช้หาเสียงมาหลายปี แต่จะเปลี่ยนเป็นผลักดันแนวคิด “Missing Link”หรือการเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ที่ยังขาดแทน
เกี่ยวกับการยุติโครงการ”แลนด์บริดจ์” และเปลี่ยนเป็น”Missing Link”หลายฝ่ายขานรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะซีกฝ่ายค้าน ที่เคยอภิปรายไว้ในสภา และท้วงติงมาอย่างต่อเนื่อง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ระบุ ขอบคุณรัฐบาล ที่ยึดถือข้อเท็จจริง และหลักการที่ถูกต้องตัดสินใจหยุดโครงการนี้ ส่วนเรื่อง “Missing Link” มองว่าคล้ายกับสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอ เชื่อมใต้เชื่อมโลก “Southern Connect”อยู่แล้ว
“วีรยุทธ กาญจชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุ อยากให้การตัดสินใจถอยโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล เป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้บนหลักความคุ้มค่า และการมีส่วนร่วม ซึ่งยังต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีการสอดไส้โครงการและงบประมาณอีกหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชน เคยเสนอยุทธศาสตร์ “Southern Port Link” เพื่อยกระดับท่าเรือใต้ และโลจิสติกส์สินค้าทั้งภูมิภาคมาแล้วเช่นกัน
“นายกฯอนุทิน” พูดถึง “Missing Link” ครั้งแรก ในการพบนักธุรกิจ นักลงทุน ระหว่างเยือนจีน ก่อนที่ “เอกนิติ” จะออกมาแถลงยุติโครงการแลนด์บริดจ์ด้วยซ้ำ โดย “อนุทิน” ระบุ “แลนด์บริดจ์” ยังคงเป็นแนวทางนโยบาย ของรัฐบาล ที่จะศึกษาต่อไป แต่สิ่งสำคัญตอนนี้ คือต้องเร่งดำเนินการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานทางบกที่เป็นจุดที่ยังไม่เชื่อมต่อ หรือ “Missing Link” รวมทั้งระบบราง เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน และเป็นประเทศเดียวที่สามารถลิงก์กับประเทศอื่นๆ ได้ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยจะเริ่มจากการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่จังหวัดระนองก่อน เพื่อให้เชื่อมโยงกับจังหวัดชุมพร และระบบโลจิสติกส์ทางบก เชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ ได้
ขณะที่ “ประสิทธิชัย หนูนวล” แกนนำภาคประชาชน ที่คัดค้าน แลนด์บริดจ์ และ พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ กล่าวว่า การที่รัฐบาลประกาศยุติ”แลนด์บริดจ์” ไม่ได้หมายความว่านโยบายเชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยกับทะเลอันดามันสิ้นสุดลง แต่เป็นเพียงการปรับยุทธศาสตร์ และเปลี่ยนชื่อมาใช้แนวคิด “Missing Link”หรือการเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาดหายมาแทนเท่านั้น
โดยมองว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการลดแรงต้านทางการเมือง และแรงกดดันจากภาคประชาชน แต่สาระสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ จากโครงการขนาดใหญ่ เป็นการทยอยดำเนินโครงการย่อยแทน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า แค่ปรับทิศทางของโครงการ มากกว่าการยุติแนวคิดเดิม จึงเรียกร้องให้ประชาชนติดตามประเด็นการย้ายพื้นที่ก่อสร้างท่าเรือ การแบ่งโครงการออกเป็นส่วนย่อย การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุน ที่อาจดำเนินการผ่านกฎหมายลำดับรอง หรือมาตรการของหน่วยงานรัฐ ที่อาจง่าย และเร็วกว่าเดิม โดยกังวลว่า การดำเนินนโยบายในลักษณะดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชุมชน สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของภาคใต้
ดังนั้น แม้โครงการแลนด์บริดจ์จะยุติลง แต่การเดินหน้าผลักดันแนวคิด “Missing Link” ก็อาจกลายเป็นประเด็นถกเถียงรอบใหม่ เพราะหลายฝ่ายยังต้องการเห็นรายละเอียดของโครงการ ว่าจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ สิ่งแวดล้อมและชุมชนมากน้อยเพียงใด ส่วนภาครัฐยืนยันเพียงว่า Missing Link เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมต่อระบบราง ถนน และท่าเรือที่ยังขาดความสมบูรณ์ ไม่ใช่การนำ”แลนด์บริดจ์” กลับมาทำใหม่โดยการเปลี่ยนชื่อเรียกแต่อย่างใด..
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news