ผบ.ทบ.ปัดบินสิงคโปร์พบ”ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”

ผู้บัญชาการทหารบก ขออย่าโยงไปสิงคโปร์พบ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ยันไปทำงาน ปัดตอบรัฐบาลขาขึ้น-ขาลง ยันทำตามหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยมุ่งสู่โรดแมปเลือกตั้ง

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ วันพรุ่งนี้ตนเองจะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักผ่อนอยู่ที่นั่น ว่า เป็นการเดินทางไปทำงาน อย่านำไปเชื่อมโยงกัน ว่าจะเป็นการไปพบปะพูดคุยกัน เช่นเดียวกับกรณีที่เดินทางไปฮาวาย และแวะญี่ปุ่น ซึ่ง นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พำนักอยู่ที่ญี่ปุ่น ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และทำให้เกิดความสับสน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะบังเอิญไปพบกัน เพราะต่างคน ต่างมีวิถีทางเป็นของตนเองส่วนตัวไปทำงานเท่านั้น ส่วนใครจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ว่าไปตามกระบวนการ ซึ่งเป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนในการติดตามดำเนินการ

ส่วนกรณีที่การนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนตัวมองว่า ทุกวันนี้ คสช. ลดความเข้มข้นลงพอสมควรดังนั้นจะมาบอกเป็นเผด็จการ คงไม่ใช่เพราะแทบไม่ได้ใช้กำลังทหารไปดำเนินการหรือควบคุมใคร มีแค่การทำความเข้าใจและเชื่อว่าใน
สามัญสำนึกของความเป็นคนไทยทุกคนต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุข ดังนั้นต้องช่วยกันประคับประคองให้ประเทศเดินไปถึงจุดนั้นดีกว่า

พร้อมกันนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ระบุ ส่วนตัวไม่สนใจว่า ขณะนี้รัฐบาล อยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง เพราะตนเองทำตามหน้าที่ ต้องดูแลความสงบของบ้านเมือง เพื่อให้รัฐบาลบริหารประเทศไปได้ตามกลไกและกรอบที่วางไว้ เดินไปสู่การเลือกตั้ง

ผู้บัญชาการทหารบก ยังเปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวกลุ่มแนวร่วมรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ประเทศไทยว่า ในส่วนของ กอ.รมน. ยังไม่มีรายงานความเคลื่อนไหว
ของกลุ่มไอเอสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ก็คงมีข้อมูล ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการก่อเหตุอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ระบุ ถึงการเคลื่อนไหวของ ม็อบต้านการก่อสร้างโยงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เตรียมย้ายไปชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งความ กับผู้ชุมนุมเพื่อให้ออกจากพื้นที่ ซึ่งไม่น่าส่งผลกระทบอะไร เพราะอยู่ในช่วงของการพูดคุย แต่เข้าใจว่ากรณีดังกล่าวเป็นปัญหาที่ขัดแย้งมายาวนาน และมีความเชื่อที่แตกต่างกัน ซึ่งที่ผ่านมาการชุมนุมก็เป็นไปอย่างสงบ เชื่อว่าการออกมารับลูกของยูเอ็น ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะรัฐบาลได้ดำเนินตามขั้นตอนอย่างรอบคอบ ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะมีทั้งคนที่สนับสนุน และต่อต้าน

ส่วนการชุมนุมทางการเมืองอื่นๆ ที่จะให้มีการเลือกตั้ง ของกลุ่มนักศึกษา 6-7 คน ขณะนี้ ผู้บัญชาการทหารบก มองว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ ที่ต้องการเลือกตั้ง แต่ต้องคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ว่าเห็นสอดคล้องไม่ ซึ่งต้องดูทั้งเหตุผล ความจำเป็นและขั้นตอน เพราะการที่นำคนมาเผชิญหน้ากันจะทำให้เกิดการบานปลาย ซึ่งรัฐบาลได้ใช้กฎหมายตามความเหมาะสม ทำให้เกิดความเหมาะสม ยืนยันว่าขณะนี้ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มั่นใจ และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ต้องการ เอาสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเป็นบทเรียน และอยากให้กลุ่มเคลื่อนไหว คำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศ ส่วนที่มองว่ามีกลุ่มการเมืองเข้ามาสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องการชุมนุมหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า เรื่องนี้จะต้องติดตามต่อไป แต่เข้าใจว่า ฝ่ายการเมืองก็เข้าใจว่าทุกอย่างจะรันไปสู่การเลือกตั้ง

ส่วนการที่กลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้งออกมาประกาศว่าจะมีการเคลื่อนไหวถึงเดือนพฤษภาคมนั้น ผู้บัญชาการทหารบกระบุว่าสำหรับเดือนพฤษภาคมที่จะเป็นการครบรอบ 4 ปี การเข้ายึดอำนาจของ คสช. และช่วงนี้ที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งจะนำไปสู่การซ้ำลอยเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬสมัย รสช. หรือไม่นั้น คงตอบไม่ได้ จึงอยากฝากทุกฝ่ายให้มีจิตสำนึกเพื่อประเทศชาติ

ข่าวน่าสนใจ

Close