รศ.ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล ชวนสัมผัสความงามของศิลปะจีนโบราณ

รศ.ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล ชวนสัมผัสความงามของศิลปะจีนโบราณ ผลงานมาสเตอร์พีซที่ควรค่าแก่การเข้าชม ในนิทรรศการ Up the River During Qingming

 นับว่าเป็นนิทรรศการที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในแวดวงศิลปะเป็นอย่างมาก สำหรับนิทรรศการงานศิลปะและวัฒนธรรมจีน “Up the River During Qingming” ที่ ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ศูนย์รวม การแสดงนิทรรศการศิลปะและวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย จับมือกับ พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (กู้กง) แหล่งรวบรวมและจัดแสดงงานศิลปะจีนโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำภาพวาดและศิลปวัตถุทรงคุณค่าจากสมัยราชวงศ์ชิงของจีนมาจัดแสดงผ่านการใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดียเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเปิดให้เข้าชมความอลังการ ณ ชั้น 2 อาร์ซีบี แกลเลอเรีย ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

​ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ชื่นชมนิทรรศการครั้งนี้เป็นอย่างมากคือ รศ.ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล อาจารย์ประจำภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ของอาเซียน ที่หลังจากได้เข้าชมนิทรรศการ Up the River During Qingming แล้ว กล่าวว่าเป็นหนึ่งในนิทรรศการที่คนไทยควรเข้าชมให้ได้สักครั้ง เพราะเป็นการนำผลงานศิลปะชิ้นเอกของจีนมาให้ชมอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (กู้กง) ที่ประเทศไต้หวัน และยังสามารถสัมผัสได้จริงผ่านสื่อมัลติมีเดียที่น่าสนใจ

“เราเคยได้ยินเรื่องดิจิทัลมิวเซียมกันมาบ้างแล้ว รู้ว่าในประเทศทางตะวันตกได้มีการนำเสนอผลงานศิลปะผ่านสื่อมัลติมีเดียบ้าง แต่ทางตะวันออกยังไม่มี โดยเฉพาะศิลปะจีนยังไม่เคยมีการนำเสนอในรูปแบบนี้เลย พอริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก และพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (กู้กง) นำผลงานชิ้นเอกของจีนมาจัดแสดงแบบ interactive จึงเป็นนิทรรศการที่น่าดูมาก และเท่าที่เห็นบอกได้เลยว่าผลงานทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดงล้วนเป็นมาสเตอร์พีซระดับหัวกะทิ ฉะนั้นหากคนไทยมาดูจะได้ประโยชน์สูงมาก ที่สำคัญคือไม่ต้องบินไปถึงไต้หวันด้วย” รศ.ปิยะแสงกล่าว ในฐานะผู้เชี่ยวชาญทฤษฎีศิลป์ รศ.ปิยะแสงอธิบายถึงศิลปะจีนว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งบ่มเพาะและพัฒนาขึ้นภายใต้หลักปรัชญา ส่วนใหญ่จะสะท้อนถึงคติและความเชื่อ โดยเฉพาะในยุคทองสมัยราชวงศ์ถังและราชวงศ์ซ่ง เพราะเป็นยุคสมัยที่ชาวยีนยึดมั่นในปรัชญาของพุทธและเต๋า จึงทำให้มีเรื่องราวแฝงอยู่ในองค์ประกอบของภาพ ดังจะเห็นว่าภาพทิวทัศน์จะมีขนาดใหญ่แต่ภาพคนเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ เพื่อสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ในขณะที่คนเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของจักรวาลตามหลักคิดของเต๋า โดยศิลปินจะถ่ายทอดผ่านพู่กัน หมึก และสีเป็นหลัก ทั้งนี้ชิ้นงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ Up the River During Qingming ส่วนใหญ่เป็นผลงานในสมัยราชวงศ์ชิงซึ่งเป็นหนึ่งในยุคทองของศิลปะจีน โดยมีไฮไลท์เป็นภาพวาด “Up the River During Qingming” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองริมสองฝั่งแม่น้ำเปียนในเมืองไคฟง เมืองหลวงของอาณาจักรซ่งตอนเหนือลงบนผืนผ้าไหมซึ่งมีคุณสมบัติในการซึมซับเนื้อสีทำให้หมึกและสีเกาะตัวได้คงทนถาวรกว่ากระดาษ โดยภายในภาพสื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศจีนผ่านภาพพิธีแต่งงาน โรงละครกลางแจ้ง ตลาดที่คับคั่งไปด้วยผู้คน และหมูที่วิ่งวุ่น “ภาพวาด Up the River During Qingming เป็นมาสเตอร์พีซของงานนี้และเป็นมาสเตอร์พีซของพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (กู้กง) ซึ่งหลังๆ มาผมเริ่มรู้สึกว่าอาจจะเป็นชิ้นเอกของจิตรกรรมจีนไปแล้วด้วย ถ้าได้มาดูจะเห็นถึงความเป็นชิ้นเอกตรงที่เป็นภาพวาดแบบแนวนอนซึ่งต้องค่อยๆ คลี่จากขวาไปซ้าย แล้วตัวงานจะค่อยๆ เล่าเรื่องออกมา ซึ่งการที่นิทรรศการนี้มีจอภาพ interactive ให้ชม ทำให้คนดูเข้าใจง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานอักษรวิจิตรหรือ Chinese Calligraphy ระดับมาสเตอร์พีซด้วย อักษรวิจิตรเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่เคียงคู่กับงานจิตรกรรมจีนมาตลอด โดยเป็นงานศิลปะที่สื่อให้เห็นถึงพลังของลายเส้นและอารมณ์ของผู้วาดแบบนามธรรม ฉะนั้นผู้ชมจึงไม่จำเป็นต้องอ่านออกว่าศิลปินเขียนว่าอย่างไร แต่สามารถสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของลายเส้นที่ถ่ายทอดออกมา ซึ่งนิทรรศการนี้นำอักษรวิจิตรระดับมาสเตอร์พีซมาให้คนไทยได้ชมถึงสองชิ้น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากครับ” ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ของอาเซียนอธิบาย สำหรับใครที่ยังไม่ได้เข้าชมนิทรรศการ “Up the River During Qingming” รศ.ปิยะแสงกล่าวว่านี่เป็นนิทรรศการที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในแวดวงศิลปะและคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นหนึ่งในนิทรรศการที่คนไทยทุกคนควรเข้าชมให้ได้สักครั้ง ​“ข้อแรกคือ นี่เป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทยที่เยาวชนรุ่นหลังอย่างนิสิต นักศึกษา นักเรียน ควรจะมีโอกาสได้เห็น สองนิทรรศการนี้เป็นนิทรรศการแรกในประเทศไทยที่จัดแสดงในรูปแบบมัลติมีเดียหรือดิจิทัลมิวเซียม ซึ่งเด็กรุ่นใหม่คุ้นเคยดีผ่านเกมต่างๆ แต่ครั้งนี้เขาจะได้เห็นสิ่งที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันมานำเสนอเป็นงานศิลปะ แล้วเป็นคลาสสิคอาร์ตระดับมาสเตอร์พีซด้วย ฉะนั้นผมจึงคาดหวังว่าเด็กรุ่นใหม่จะเข้ามาดูนิทรรศการนี้และเข้าใจความงามที่เป็นปรัชญาของจีนมากขึ้น เพราะเขาจะได้เห็นด้วยตาในระยะใกล้ ที่สำคัญคือการนำเสนอแบบ interactive ทำให้สนุกและตื่นตาตื่นใจ ผมมองว่าเป็นนิทรรศการที่เหมาะกับทุกกลุ่มนะ แต่เด็กอาจจะสนุกมากกว่าผู้ใหญ่เท่านั้นเอง ซึ่งหากไปดูของจริงถึงพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (กู้กง) เราจะไม่มีโอกาสเห็นชิ้นงานในระยะใกล้ขนาดนี้ อีกทั้งยังไม่มีรายละเอียดภาษาไทยประกอบกับภาษาอังกฤษและภาษาจีนให้ได้อ่าน นี่จึงเหมือนกับว่ายกกู้กงมาไว้ที่ริเวอร์ ซิตี้ แล้วนำเสนอในแบบที่เข้าใจง่าย หากหมดโอกาสนี้ก็ต้องบินไปดูถึงไต้หวัน ฉะนั้นผมจึงบอกได้เลยว่า ถ้าไม่มาคุณจะเสียใจ” รศ.ปิยะแสงกล่าว ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการงานศิลปะและวัฒนธรรมจีน “Up the River During Qingming” ได้ ณ ชั้น 2 อาร์ซีบี แกลเลอเรีย ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่จำหน่ายในราคา 350 บาทต่อท่าน สำหรับเด็ก นักเรียน และผู้เข้าชมแบบครอบครัว สามารถเข้าชมได้ในอัตราพิเศษ ซื้อบัตรได้ที่ www.thaiticketmajor.com หรือสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์การค้า ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก โทร. (+66) 2 237 0077-8 เว็บไซต์www.rivercitybangkok.com

ข่าวน่าสนใจ

Close