อนาคตส้ม”รัฐบาลประชาชน” คนกรุงฯ-ปริมณฑล คือผู้ชี้ขาด
เหลืออีกเพียง 1 วันเท่านั้น สำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคต่างๆ ได้เปิดเวทีปราศัยใหญ่ทิ้งทวนในพื้นที่ กทม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างงัดทีเด็ดออกมาโชว์ หวังช่วงชิงคะแนนเสียงคนกรุงรวมทั้งการขึ้นจอแอลอีดี ขนาดใหญ่ ทั่วเมือง เพื่อนำเสนอแคมเปญสุดท้าย ต้องบอกว่า ไม่มีใครยอมใคร ดังนั้น พื้นที่ กทม. และปริมณฑล 5 จังหวัด นนทบุรี,ปทุมธานี สมุทรปราการ,สมุทรสาคร และนครปฐมซึ่งมีจำนวน สส.เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 ที่นั่งรวม 67 คน จึงมีความน่าสนใจมาก ว่าเลือกตั้ง 69 จะเป็น สีอะไร
ย้อนกลับไปเลือกตั้งปี 66 พื้นที่ กทม. และปริมณทล 5 จังหวัด มี 65 ที่นั่ง กระแส”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แรงมาก ทำให้เป็นสีส้มเกือบทั้งหมด และเป็นฐานคะแนนสำคัญที่ทำให้พรรคส้มคว้าชัยเป็นพรรคอันดับ1 แบ่งเป็น กรุงเทพฯ กวาดไป 32 เขต เหลือให้เพื่อไทย 1 ที่นั่ง สมุทรปราการ 8 ที่นั่ง ยกจังหวัด นนทบุรี 8 เขต ไม่แบ่งให้ใครเลย ปทุมธานี 7 เขต กวาดไป 6 ที่นั่ง สมุทรสาคร 3 เขต ส้มยกจังหวัด และนครปฐม 6 เขตได้ มา 2 ที่นั่ง
สำหรับเลือกตั้ง 69 พื้นที่ กรุงเทพ และปริมณฑลของสีส้ม “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญวุฒิ” หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ รวมถึง ผู้นำจิตวิญญาณ อย่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เคยพูดหลายครั้งเป้าหมายกทม.คือเหมาหมดครบทุกเขต ส่วนพื้นที่อื่นๆ ต้องรักษาที่นั่งเดิมทั้งหมดให้ได้ ซึ่งหมายความว่า 67 ที่นั่ง ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากเป็นสีส้มเกือบทั้งหมดอีกครั้ง เท่ากับว่า กระแสของพรรคประชาชนไม่ตกเลย และไปลุ้นพื้นที่อื่นๆ ได้เลย ว่าจะได้เท่าเก่า หรือมากกว่าครั้งก่อน
อย่างไรก็ตาม ทั้งพื้นที่ กรุงเทพฯ และจังหวัดรอบนอกเมืองหลวง ครั้งนี้ อาจไม่ง่ายเหมือนเก่า โดยเฉพาะ สนาม กทม. ที่หวังจะเหมาหมด เพราะมีโจทย์ใหม่ คือกระแสของสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ และ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มาเป็นตัวแปรสำคัญ ในการแบ่งคะแนน รวมถึง พรรคเพื่อไทย ที่ซ่องสุมกำลังมานาน ก็รอวังทวงคืนพื้นที่ด้วย ประกอบกับ ทัพน้ำเงิน ก็หวังเจาะเมืองหลวงเช่นกัน ดังนั้น ทัพกทม. ส้มต้องเจอศึกใหญ่ถึง 3 ด้าน โอกาสเหมาหมด 33 เขต จึงเป็นเรื่องยากมาก
อย่างไรก็ตาม ทั้งพื้นที่ กรุงเทพฯ และจังหวัดรอบนอกเมืองหลวง ครั้งนี้ อาจไม่ง่ายเหมือนเก่า โดยเฉพาะ สนาม กทม. ที่หวังจะเหมาหมด เพราะมีโจทย์ใหม่ คือกระแสของสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ และ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มาเป็นตัวแปรสำคัญ ในการแบ่งคะแนน รวมถึง พรรคเพื่อไทย ที่ซ่องสุมกำลังมานาน ก็รอวังทวงคืนพื้นที่ด้วย ประกอบกับ ทัพน้ำเงิน ก็หวังเจาะเมืองหลวงเช่นกัน ดังนั้น ทัพกทม. ส้มต้องเจอศึกใหญ่ถึง 3 ด้าน โอกาสเหมาหมด 33 เขต จึงเป็นเรื่องยากมาก
ส่วน 5 จังหวัด ปริมณฑล เริ่มที่ ทิศตะวันออก สมุทรปราการ 8 เขต ต้องเจอกับคู่ปรับเก่าพรรคแดง ที่มี”คนเสื้อแดงสมุทรปราการ” ที่ไปจับมือกับบ้านใหญ่ “อัศวเหม” กลับมาชิงชัยฐานเสียงฐานมวลชนแน่นขึ้น ประกอบกับบางเขต ยังมี ภูมิใจไทย และ กล้าธรรม ร่วมแจมด้วย โอกาสยกจังหวัดอีกจึงยากเป็น 2 เท่า ต่อกันที่ ปริมณฑล โซนเหนือ 2 จังหวัด นนทบุรี
คู่ปรับสำคัญ ก็ยังคงเป็นพรรคสีแดง เช่นเดิม ซึ่งมีฐานเสียงการเมืองท้องถิ่นจำนวนมากสนับสนุน มาสู้กับพรรคประชาชน ที่มีปัญหาในการจัดทัพเล็กน้อย ปรับเปลี่ยนผู้สมัครบางเขตเสียงจากคนในพื้นที่ บอกว่าโอกาสกวาดหมด ยังพอมี ส่วนที่ “ปทุมธานี” งานหนักมากในการรักษา 7 ที่นั่งเดิม เพราะคู่แข่ง นอกจากน้ำเงิน ที่ทุ่มดึงอดีต สส.จากเพื่อไทย มาร่วมงานหลายคน
แถมยังมี”กล้าธรรม” ที่ผนึกกำลัง”คนรักปทุมฯ”ของ “บิ๊กแจ้ส-คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” จึงกลายเป็นงานยากคณ 2 ของพรรคส้ม คนในพื้นที่บอกว่า โอกาสจะแบ่งเก้าอี้ สส.กันมีสูงสูตร น่าจะออกที่ 3-3-2 ส่วนอีก 2 จังหวัด โซนตะวันตก-ใต้ สมุทรสาคร ดงโรงงาน โอกาสของพรรคส้มค่อนข้างสดใส น่าจะเหมาๆได้ ส่วนนครปฐม น่าจะเป็นพื้นที่ ที่ยากลำบากเพราะน้ำเงิน และเขียว มีบ้านใหญ่คุมอยู่ โอกาสแบ่งกัน 3 พรรค มีสูง น่าจะออกสูตร 2-3-1
ดังนั้นรวมๆแล้ว กรุงเทพฯ และปริมณฑล 67 ที่นั่ง จึงเป็นพื้นที่ วัดใจ ตัดสินอนาคตของพรรคส้มได้เลย ว่า มีโอกาสเข้าวินเป็นพรรคอันดับ 1 อีกครั้งหรือไม่ เพราะหากเสียเก้าอี้ กทม.และปริมณฑล ที่เคยได้ถึง 59 ที่นั่ง จากเมื่อปี 66ไปมากเกินไป ก็อาจกระทบเป้าหมายการเป็นผู้ชนะ เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชน เพราะต่างจังหวัด อาจจะเจาะบ้านใหญ่ ค่ายสีต่างๆยากแต่กลับกัน หากยังกวาดเรียบ ส้มยกเข่งได้ โอกาสแลนด์สไลด์ ก็มีสูงเช่นกัน…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





