“อนุทิน” ยันลุยปราบทุนเทาช่วงเลือกตั้ง ไม่เกี่ยวการเมือง
วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือ Data Bureau โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานสำคัญด้านการเงิน กฎหมาย และความมั่นคง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญคือ การแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจแบบบูรณาการ โดยเฉพาะการอุด “รอยรั่ว” ของระบบตรวจสอบทางการเงิน ที่ปัจจุบันข้อมูลยังคงกระจัดกระจาย หน่วยงานต่างคนต่างเห็นข้อมูลเพียงบางส่วน ส่งผลให้เส้นทางการเงินจำนวนมาก โดยเฉพาะบัญชีม้านอกระบบ และการโยกย้ายเงินไปสู่สินทรัพย์ทางเลือกกลายเป็นหลุมดำที่รัฐเข้าถึงได้ยาก
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การกำกับดูแลการค้าทองคำ หลังพบว่าทองคำถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการฟอกเงินของกลุ่มทุนเทา โดยที่ประชุมเตรียมหารือมาตรการควบคุมการเทรดทองคำออนไลน์ รวมถึงแนวทางการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ เพื่อปิดช่องโหว่ในระบบ
โดยนายกรัฐมนตรี สั่งยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเข้าสู่ Data Hub เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย โดยมอบ 3 หน่วยงานหลักดูแล ได้แก่
1.ปปง. เป็นศูนย์กลางข้อมูลค้าทองคำ พิจารณาปรับเกณฑ์รายงานธุรกรรมให้เข้มงวดขึ้น
2.ควบคุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ กำหนดให้ส่งข้อมูลธุรกรรมให้กรมสรรพากร และศึกษาแนวทางภาษี
3.ก.ล.ต. ใช้ Travel Rule กับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อตรวจสอบเส้นทางการโอนเงิน
และย้ำเป้าหมายจัดเก็บข้อมูลให้ครบถ้วน ปลอดภัย ป้องกันฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การตรวจสอบเรื่องทุนเทา ไม่มีประเด็นการเมือง
ขณะที่ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า มีนักการเมืองไทยประมาณ10 คน พัวพันกับเว็บพนัน สแกมเมอร์ และขบวนการค้ายาเสพติด ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยรอให้กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด
นายไชยชนก ยืนยันว่า นักการเมืองทั้ง 10 ราย เป็นผู้ที่เคยเป็น สส. และยังอยู่ระหว่างการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ พร้อมระบุว่าเกี่ยวข้องมากกว่า 1 พรรค และเบื้องต้นพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์อย่างชัดเจน ซึ่งจะต้องขยายผลไปจนถึงปลายทาง
รัฐมนตรีดิจิทัลฯ เน้นย้ำว่า กระบวนการยุติธรรมต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เพราะหากไม่ดำเนินการ จะเท่ากับเปิดช่องให้มิจฉาชีพหลบเลี่ยงความผิดโดยเส้นทางการเงิน คือหลักฐานสำคัญที่จะมัดตัวผู้กระทำผิดได้
ส่วนกรณีที่ดีเอสไอเตรียมเรียก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยาน จากกรณีการลงนาม MOU สแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลนายไชยชนก ระบุว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม โดยกระทรวงดีอีได้ส่งพยานหลักฐานให้แล้วก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ยังคงอยู่ระหว่างขอข้อมูลเพิ่มเติมจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถนำมาเชื่อมโยงกับนักการเมืองทั้ง 10 ราย เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีในมิติอื่น ๆ ต่อไป…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





