ไขข้อสงสัย มนุษย์เงินเดือน ขอไม่จ่ายประกันสังคมได้หรือไม่?!
ประเด็นดราม่า ประกันสัมคมเป็นที่จับตามองในสังคมไทยอย่างกว้างขว้าง จนล่าสุด พนักงานออฟฟิศ มนุษย์เงินเดือนหลายชีวิต พากันตั้งคำถามว่า แล้วถ้าหากขอเลือก ที่จะไม่จ่ายประกันสังคม สามารถทำได้หรือไม่
ต้นปี69 ม.ค. อย่างที่รู้กันว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เงินเดือนมากกว่า 17,500 บ. จะต้องเสียค่าประกันสังคมคมเพิ่มจาก 750 บาทต่อเดือน เป็น 875 บาทต่อเดือน แทน
ซึ่งจากสิ่งที่ต้องเสียจึงมีเสียงสะท้อนจาก พนักงานออฟฟิศและมนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า “หากไม่พอใจระบบ สามารถเลือกไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคมได้หรือไม่?” คำถามนี้สะท้อนความกังวลของผู้ประกันตนที่มองว่า เงินสมทบที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน ควรได้รับความคุ้มค่า ความชัดเจน และความเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายแรงงานไทย ผู้ที่เป็นลูกจ้างในระบบ เข้าข่ายเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ไม่สามารถเลือกงดส่งเงินประกันสังคมได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง ต้องร่วมกันสมทบ การไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคมถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากเป็นระบบภาคบังคับที่ต้องมีการหักเงินจากค่าจ้างเป็นประจำทุกเดือน ลูกจ้างจึงไม่สามารถปฏิเสธการส่งเงินสมทบได้
ขณะเดียวกัน นายจ้างมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนให้แก่ลูกจ้างภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าทำงาน และไม่สามารถตกลงกันเองเพื่อเลื่อน งด หรือเว้นการส่งเงินสมทบได้ เนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความคุ้มครอง
ทั้งนี้ หากนายจ้างไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคม ถือเป็นความผิด ตาม พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 โดยมีบทลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง ดังนี้
– มีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ต้องชำระเงินสมทบที่ค้าง พร้อม เงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน ของยอดที่ยังไม่ชำระ
– หากนายจ้างมีการหักเงินจากค่าจ้างลูกจ้างแล้ว แต่ไม่นำส่งเข้ากองทุน อาจเข้าข่ายความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกสูงสุด ไม่เกิน 3 ปี
– ในกรณีที่นายจ้างเพิกเฉย ไม่ชำระเงินสมทบตามคำสั่ง เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม มีอำนาจ สั่งยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้าง เพื่อนำเงินมาชำระหนี้
นอกจากนี้ หากนายจ้าง แจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน หรือแจ้งออกจากระบบล่าช้า เกิน 15 วันของเดือนถัดไป จะมีโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
และหากนายจ้างไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคม ลูกจ้างจะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากอาจ เสียสิทธิในการคุ้มครองตามกฎหมาย ได้แก่
– สิทธิค่ารักษาพยาบาล
– เงินทดแทนกรณีขาดรายได้จากการเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
– เงินชดเชยกรณีว่างงาน
– รวมถึงสิทธิเงินบำนาญหรือเงินชราภาพในอนาคต
ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็น หลักประกันความมั่นคงในชีวิตของแรงงาน หากขาดการส่งเงินสมทบ ย่อมกระทบต่อสิทธิของลูกจ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “อยากจ่ายหรือไม่อยากจ่าย” แต่กำลังกลายเป็นคำถามเชิงโครงสร้าง ท้ายที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจต้องออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อคลายข้อสงสัย และฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ใช้แรงงานในระบบประกันสังคม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





