Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

อัยการสั่ง DSI สอบเพิ่มอั้งยี่-ฟอกเงินฮั้วสว.คดีหลักกกต.ยังไม่ฟันผิด

 

 

ความคืบหน้าการพิจารณาคดี ฮั้ว สว. ซึ่งเป็นคดีที่ อยู่ในความสนใจของสังคม โดย ขณะนี้ คดีดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของสองหน่วยงาน ในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ยังไม่มีการชี้มูลความผิดว่ามีใครเกี่ยวข้องในคดีนี้บ้าง

 

และอีกส่วนคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอดำเนินการสอบสวน เป็น คดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.

 

โดยเมื่อช่วงเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีทั้งดีเอสไอและอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้ร่วมกันมีมติลงความเห็นทางคดี สั่งฟ้องแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดทางอาญาฐานอั้งยี่และฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบรายละเอียดภายในสำนวนทั้งหมด

 

ล่าสุด พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมรับว่า พนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้ส่งหนังสือแจ้งกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมในคดีดังกล่าวซึ่งประเด็นหลัก ๆ คืออัยการมองว่าความผิดหลัก ทาง กกต. ยังไม่ได้พิจารณา และนอกจากนี้ พนักงานอัยการก็อยากให้สำนวนของ กกต. มารวมด้วย ซึ่งตรงนี้เราทำแล้ว และได้มีหนังสือแจ้ง กกต.ไปแล้วว่าเราขอรายละเอียด แต่ทาง กกต. ก็ยังไม่ส่งข้อมูลมาให้

 

อธิบดีดีเอสไอ ยังยอมรับอีกว่า ในคำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษ คือให้ดีเอสไอไปสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ให้ไปแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดเพิ่มเติม บอกเพียงว่าความผิดหลัก ทาง กกต. ยังไม่ได้พิจารณา เพราะในประเด็นเหล่านี้มันเป็นทั้งเรื่องข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เราจึงต้องร่วมประชุมกับอัยการสำนักงานการสอบสวนให้เรียบร้อยก่อน

 

 

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกต ทางคดีนี้ ว่า กกต. อ้างว่าทางดีเอสไอ ส่งไปผิดช่องทางกรณีเรื่องที่ดีเอสไอส่งหลักฐานมาให้ กกต. พิจารณาตามมาตรา 49 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. ซึ่งทาง กกต. จึงไม่ได้รับพยานหลักฐานจากดีเอสไอ เพราะ กกต. อ้างว่าไม่เป็นไปตามมาตรา 24 นั้น ในเรื่องดังกล่าว อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงว่า ในทุก ๆ ประเด็น ทางดีเอสไอ จะขอคุย กับพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวนให้เรียบร้อยก่อน โดยจะร่วมประชุมกับอัยการ เพื่อหารือในทุกประเด็น ให้เร็วที่สุด

 

 

อธิบดี ดีเอสไอ ยังย้ำด้วยว่า ความผิดมูลฐานมันมีการเกิด อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นแล้ว จึงสามารถดำเนินคดีความผิดฟอกเงินได้อยู่แล้วตามกฎหมาย เพียงแต่ว่าอัยการอยากให้ กกต. มีการพิจารณาในเรื่องนี้ก่อน เพื่อจะได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube