Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

“ประชาธิปัตย์ VS กล้าธรรม” พรรคตัวแปร ใครจะเป็นผู้ชนะ ?

 

 

ศึกเลือกตั้ง 69 ตัวเต็ง มี 3 พรรค “ประชาชน-ภูมิใจไทย-เพื่อไทย”ที่ครองพื้นที่สื่อและความสนใจของประชาชน ผลโพลทุกสำนัก ก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด 3 พรรคนี้เท่านั้นมีโอกาสเข้าวิน อันดับ 1-2 และ 3 เพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนผลการเลือกตั้ง ประชาชน จะเป็นผู้ให้คำตอบ แต่ขณะเดียวกันบรรดาคอการเมือง ยังมองว่า มีอีก 2 พรรค ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญของศึกครั้งนี้ นั่นคือพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาพร้อมกับกระแส หลัง”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”คัมแบ็ค และ พรรคกล้าธรรม ที่มี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี

 

เปรียบเทียบ”ประชาธิปัตย์ และ กล้าธรรม” ในการทำศึกตัวแปร “ค่ายสีฟ้า” เป็นพรรคเก่าแก่ 80 ปี มีฐานเสียงหลักพื้นที่ปักษ์ใต้ และกลุ่มคนชั้นกลางในกทม.แต่ จำนวนอดีต สส.เขต หรือบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อรักษาพื้นที่นั้นแทบไม่มี เพราะถูก กล้าธรรม และภูมิใจไทย ดูดไปเกือบหมดพรรค แต่มีข้อดี คือความสดใหม่ และกระแสของ”อภิสิทธิ์”ที่คัมแบ็ค

 

ส่วน”พรรคเขียว”เป็นพรรคใหม่อายุแค่ 2 ปีกว่าๆ ยังไม่เคยผ่านสนามเลือกตั้งทั่วประเทศ แต่มีจำนวน อดีตสส.ที่หอบหิ้วออกมาจากพลังประชารัฐ และดูดมาเพิ่ม กว่า 40 คน กระจายตัวหลายจังหวัด เช่น พะเยา กำแพงเพชร ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นบ้านใหญ่ เป็นกลุ่มผู้มากบารมีในแต่ละพื้นที่ ทำให้ 2 พรรคมีความแตกต่างกันแทบจะสิ้นเชิง

 

แรกเริ่มเดิมทีความเข้มข้น ความดุเดือดในการต่อสู้กันของ 2 พรรค แทบจะไม่มี เพราะถูกจัดอยู่คนละกลุ่มเป้าหมาย แต่หลัง”อภิสิทธิ์” ประกาศไม่จับมือ”กล้าธรรม” ด้วยเหตุผลด้านภาพลักษณ์ เรื่องเก่าๆของตัวบุคคลระดับแกนนำ จึงทำให้ดีกรี การต่อสู้ของ 2 พรรค ทวีความรุนแรงขึ้น ปราศรัยเวทีไหน ให้สัมภาษณ์สื่อทีไร ก็ต้องแซะ จิกกัดเหน็บแนม กันตลอดเวลา กลายเป็นคู่ปรับคู่ใหม่ ที่ไม่ธรรมกา เพราะมีศักดิ์ศรีของพรรคตัวแปร เป็นเดิมพัน ว่ากันว่า จบเลือกตั้งพรรคไหน มีจำนวน ส.ส.มากกว่า พรรคนั้นจะถือไพ่ที่ได้เปรียบ ในการเจรจาต่อรองเข้าร่วมรัฐบาล และตัดโอกาส ของอีกพรรคไปในตัว

 

ท่ามกลางการต่อสู้ ที่ดุเดือดของ 3 พรรคหลัก ก็ต้องลุ้นการแข่งขันของ 2 พรรคตัวแปรไปด้วย เพราะเชื่อว่า หลังเลือกตั้ง 2 พรรคตัวแปร จะเนื้อหอมมาก หากผลการเลือกตั้งของ 3 พรรคหลักไม่เกิดแลนด์สไลด์ และแต่ละพรรคได้จำนวน สส.ใกล้เคียงกัน อันดับ 1 และ 2 คงไม่จับมือกันเองตั้งรัฐบาล แต่ภาพจะออกมาเป็น อันดับ 1 จับกับ อันดับ 3 และคงยังไม่เกินกึ่งหนึ่งของสภาจำเป็นต้องเลือก 1 พรรค จาก 2 ตัวแปร เข้าร่วม เพราะคงเอาทั้ง 2 ไม่ได้ ตามเงื่อนไข “อภิสิทธิ์”ประกาศไว้ ส่วนจะเอาใคร ก็คงต้องดูกันที่จำนวน สส.อีกที

 

หากพูดถึงโอกาสของ ทั้ง 2 พรรคตัวแปร “พรรคฟ้า”ประชาธิปัตย์ จากพรรคที่เคยถูกปรามาสว่าจะสูญพันธ์ แต่เมื่อมี “อภิสิทธิ์” และการวางตัวชัดเจนกับ”การเมืองสุจริต” กระแสฟ้าฟื้นเห็นเป็นรูปเป็นร่างโดยเฉพาะภาคใต้และกรุงเทพฯ หากฟื้นจริง 3พรรคหลัก ก็ย่อมได้รับผลกระทบ และเมื่อประกาศ ไม่จับมือ “กล้าธรรม” ก็ถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองที่แหลมคม ลดความลังเลของผู้เลือกตั้ง และบังคับ ให้ตัดสินใจว่าจะเลือกขั้วไหน

 

3 พรรคหลักก็ได้รับเอฟเฟคเช่นกัน อีกทั้ง 2 พรรคตัวแปร ต้องต่อสู้ฟาดฟันกันในพื้นที่ภาคใต้หลายเขต ส่วนกล้าธรรมนั้น ได้เปรียบตรงมีบ้านใหญ่ มีอดีต สส. แถมยังมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ทำให้การเดินเกมการเมืองได้ง่ายกว่า สามารถทำแบบเจาะจงพื้นที่ ใช้เครือข่ายท้องถิ่น มาต่อยอดทางการเมืองได้ กล้าธรรมเจาะได้เยอะ 3 พรรคหลักก็เดือดร้อนด้วย

 

ท้ายที่สุด ศึกตัวแปร ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม ใครจะได้ จำนวน สส.มากกว่า คนนั้นจะมีอำนาจต่อรอง พรรคหนึ่งได้ร่วมรัฐบาล อีกพรรคเป็นฝ่ายค้าน หรือหวยอาจจะพลิก กลายเป็นทั้ง 2 พรรคต้องเป็นฝ่ายค้านร่วมกันก็ได้ หาก 3 พรรคหลัก กวาดจำนวน สส.ได้มากกว่าที่ผลโพลนำเสนอกันอยู่ และสามารถรวมกันแค่ 2 พรรคเกินกึ่งหนึ่ง พรรคตัวแปร ก็หมดราคาในทันที ศึกนี้ใครคือผู้ชนะตัวจริง วันที่ 8 ก.พ.นี้ มีคำตอบ …

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube