“กล้าธรรม” รอ “ภูมิใจไทย” เทียบเชิญร่วมรัฐบาล
“กล้าธรรม” รอ “ภูมิใจไทย” เทียบเชิญร่วมรัฐบาล คาดภายในสัปดาห์นี้ ยันไร้เงื่อนไข นโยบายไปทางเดียวกัน พร้อมหนุนแก้ รธน. ชี้ความสำเร็จหักผลโพล ใช้หลักวิทยาศาสตร์เสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อน “ธรรมนัส” ย้ำ รู้เขา รู้เรา โอกาสชนะย่อมสูงกว่า
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งของพรรคกล้าธรรมว่า ขณะนี้ตัวเลข สส. อยู่ที่ประมาณ 57–59 ที่นั่ง ซึ่งยังต้องรอผลการรับรองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำหรับผลการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคเหนือ น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยคาดว่าจะได้ สส. ประมาณ 10 ที่นั่ง กระจายแทบทุกจังหวัด พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจผู้สมัครของพรรค
ตัวเลขดังกล่าวเกินเป้าหมายหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เป็นไปตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยยอมรับว่า ก่อนการเลือกตั้งหลายฝ่ายมองว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีกระแส
แต่ผลที่ออกมาสะท้อนว่าพรรคสามารถทำได้ตามเป้า

น.อ.อนุดิษฐ์ อธิบายว่า พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ที่ส่งผู้สมัคร สส. ลงเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ไม่ได้มีฐานความนิยมสะสมยาวนานเหมือนพรรคเก่า จึงเลือกใช้จุดแข็งคือการลงพื้นที่ พบปะประชาชนโดยตรง
เพื่อสื่อสารนโยบายและสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งแตกต่างจากการประเมินผ่านโพลของสถาบันต่าง ๆ ที่อาจไม่สะท้อนความนิยมในระดับพื้นที่จริง ทำให้ประเมินคะแนนของพรรคต่ำกว่าความเป็นจริง
ส่วนกระแสการจัดตั้งรัฐบาล น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอการติดต่ออย่างเป็นทางการจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากมีการเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล พรรคกล้าธรรมจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้งโดยคาดว่าการเจรจาน่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ เงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล น.อ.อนุดิษฐ์ ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ตราบใดที่พรรคการเมืองที่ร่วมงานแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะทำประโยชน์ให้ประชาชน พร้อมมองว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทย
และพรรคกล้าธรรมไปในทิศทางเดียวกัน และหากรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคก็พร้อมสนับสนุน เนื่องจากเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนใหญ่

สำหรับเหตุผลที่ประชาชนในหลายจังหวัดให้ความไว้วางใจพรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า มาจากกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่ให้ความสำคัญกับตัวบุคคล ผู้สมัครทุกคนต้องรับนโยบายพรรค และลงพื้นที่พบประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าผู้สมัครแต่ละคนได้พบปะประชาชนไม่น้อยกว่า 50,000–60,000 คน เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาพื้นฐานอย่างตรงจุด
นอกจากนี้ พรรคยังใช้การวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อประเมินความนิยม จุดแข็ง และจุดอ่อนของแต่ละพื้นที่ โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ย้ำกับแกนนำพรรคมาโดยตลอดว่า “การรบต้องรู้เขา รู้เรา” หากรู้ทั้งสองด้าน โอกาสประสบความสำเร็จย่อมสูงกว่าการไม่รู้อะไรเลย พร้อมยืนยันว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ใช่ “ส้มหล่น” แต่เป็นผลจากการทำงานหนักในทุกพื้นที่
น.อ.อนุดิษฐ์ ยังระบุว่า ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพบว่าหลายเขตผู้สมัครพรรคกล้าธรรมได้อันดับสอง และมีคะแนนตามหลังผู้ชนะเพียงหลักร้อย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับพรรคการเมืองใหม่ และเป็นบทเรียนสำคัญในการพัฒนาพรรคให้มีความเป็นสถาบันทางการเมืองมากยิ่งขึ้น
ท้ายที่สุด น.อ.อนุดิษฐ์ ขอบคุณประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้พรรคกล้าธรรม พร้อมยืนยันว่าจะใช้โอกาสนี้ทำงานในสภาอย่างเต็มที่ เพื่อประชาชน และยึดถือเป็นสัญญาประชาคม พร้อมตอบข้อครหาว่าพรรคเป็น “สีเทา” ว่า ผลการเลือกตั้งพิสูจน์แล้วว่า พรรคกล้าธรรมเป็น “สีเขียว และเขียวขจี” ตามอุดมการณ์ของพรรคอย่างแท้จริง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





