ปชป.ชูแก้ปัญหาขยะกรุงเทพฯ ดันรถกำจัดขยะระบบปิด
ปชป.ชูแก้ปัญหาขยะกรุงเทพฯ ดันรถกำจัดขยะระบบปิด รับมือขยะวันละกว่า 1 หมื่นตัน ชี้ กระทบหนักทั้งกลิ่น–ฝุ่นพิษ หนุนกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการอย่างยั่งยืน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และนายกิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 21 (เขตประเวศ ยกเว้นแขวงหนองบอน และเขตสะพานสูง เฉพาะแขวงทับช้าง) ร่วมกันแถลงข่าวนโยบายการจัดการขยะและการใช้รถกำจัดขยะระบบปิด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการสะท้อนปัญหาที่ประชาชนเผชิญจริง
ในพื้นที่ โดยผู้สมัคร ส.ส. ทุกเขตได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อเตรียมแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคในทุกระดับไม่ใช่เฉพาะผู้นำพรรคหรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อเท่านั้น
สำหรับปัญหาขยะ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่ใช่เพียงปัญหาเชิงเทคนิคด้านการกำจัด แต่สะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับ“เศรษฐกิจสีเขียว” ควบคู่กับการแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการขยะ และการลดมลพิษ พร้อมผลักดันการใช้พลังงานทางเลือกและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ ปัญหาขยะยังเชื่อมโยงกับแนวคิดการกระจายอำนาจ โดยนายอภิสิทธิ์ ชี้ว่า หลายพื้นที่ประสบปัญหาเพราะต้องรอการแก้ไขจากส่วนกลาง ขณะที่ท้องถิ่นมีทรัพยากรจำกัดพรรคจึงเสนอให้เพิ่มอำนาจและศักยภาพให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งด้านงบประมาณ การจัดเก็บภาษี และการระดมทุนรูปแบบอื่น เพื่อให้สามารถจัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น
ด้านนายสกลธี กล่าวว่า พื้นที่เขตประเวศต้องเผชิญกับปัญหาบ่อขยะของกรุงเทพมหานครมานานหลายสิบปี แม้กรุงเทพฯ จะมีระบบบริหารจัดการขยะที่เข้มแข็งกว่าหลายพื้นที่แต่ภาพรวมของประเทศยังขาดระบบกำจัดขยะที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการกำจัดในระบบปิด ซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและปัญหาฝุ่น PM 2.5 นายสกลธี ระบุว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ ยังใช้การฝังกลบขยะประมาณ 50% ของปริมาณขยะต่อวัน และการอนุมัติสัญญาฝังกลบเพิ่มเติม
ทำให้การพัฒนาระบบกำจัดขยะที่ถูกสุขลักษณะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทำได้ยาก พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องการสนับสนุนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีศักยภาพจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่นายกิตพล กล่าวว่า ปัญหาขยะไม่ใช่เฉพาะของกรุงเทพฯ แต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ต้องจัดการขยะวันละกว่า 10,000 ตัน ทั้งที่งบประมาณจัดการขยะต่อปีสูงถึง 5,000 ล้านบาท แต่สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้เพียงราว 400 ล้านบาท ทำให้ท้องถิ่นขาดงบประมาณในการลงทุนโรงงานกำจัดขยะระบบปิด
นายกิตพล ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการผลักดันให้การจัดการขยะระบบปิดเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านกลิ่น มลพิษ และฝุ่น PM 2.5 ต่อประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนงบประมาณแก่ท้องถิ่นและพื้นที่ที่ต้องเสียสละรองรับขยะอย่างเป็นธรรม
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ และคณะ ได้ขึ้นสาธิตการใช้งานรถกำจัดขยะระบบปิด พร้อมถือกาบัตรสีฟ้า 2 ใบ รณรงค์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และร่วมกันโยนถุง “ขยะทุนเทา” ลงในรถ เพื่อสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ถึงการจัดการปัญหาอย่างโปร่งใสและยั่งยืน
หลังการแถลงข่าวและกิจกรรมเสร็จสิ้น นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลี่ยวไพโรจน์ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ใช้เวลาช่วงพักจากการหาเสียงไปรับประทานอาหารกลางวัน ในที่ร้านค้าสวัสดิการกองทัพบก ซึ่งอยู่ ตรงข้ามที่ทำการพรรค นับเป็นการ กลับมารับประทานอาหารที่นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ ลาออกจากพรรคไป

โดยในระหว่างที่เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาด มีแม่ค้าร้านขายน้ำ บอกกับนายอภิสิทธิ์ ว่ามีคนมาถามจะเลือกพรรคไหน จึงได้บอกกับคนนั้นไปว่า “จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์” แต่กลับถูกย้อนกลับมาว่า ที่เลือกเพราะอยู่ใกล้พรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ แม่ค้าคนนี้บอกว่า “ไม่ใช่” แต่ที่เลือกเพราะ “พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในใจเสมอ” และหลังจากนี้ จะขายน้ำในราคาแก้วละ 27 บาทซึ่งเป็น เบอร์ประจำพรรคประชาธิปัตย์
ขณะที่พ่อค้าอีกรายขายน้ำอยู่ในตลาดเช่นกัน สอบถามกับนายอภิสิทธิ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครเขตนี้หมายเลขอะไร ที่บ้าน มีประมาณห้าคน ก็จะกาให้พรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครเขตนี้ทั้งหมด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





