“สุดารัตน์” ถามแรง “กกต.มีไว้ทำไม”งบ 6 พันล้านเสี่ยงสูญเปล่า
“สุดารัตน์”ประกาศขอเข้าไปกู้ชีพ”30 บาทรักษาทุกโรค”ก่อนล่มสลาย มั่นใจความรู้–ประสบการณ์รับมือวิกฤตสาธารณสุข ถามกลับแรง “กกต.มีไว้ทำไม” ซัดงบเลือกตั้ง 6 พันล้านเสี่ยงสูญเปล่า บกพร่องซ้ำซาก จี้ พิจารณาตัวเองก่อนพังทั้งระบบ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 แถลงข่าวเปิดเผยถึงวิกฤตครั้งใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะนโยบายบัตรทอง “30 บาทรักษาทุกโรค” ที่กำลังเผชิญภาวะ “ระเบิดเวลา” จากภาระงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเสี่ยงทำให้ระบบล่มสลายในอนาคตอันใกล้ หากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง
โดยระบุว่า ปัจจุบันงบประมาณบัตรทองพุ่งสูงกว่า 2.7 แสนล้านบาทต่อปี แต่กลับไม่สามารถทำให้โรงพยาบาลอยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยพบว่าโรงพยาบาลหลายแห่งขาดทุนสะสมรวมกันนับหมื่นล้านบาท ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักเกินขีดจำกัด ส่งผลให้คุณภาพการดูแลผู้ป่วยถดถอย และคนไทยเจ็บป่วยมากขึ้นจากระบบที่เน้นการรักษาปลายเหตุ
พร้อมกันนี้ ยังชี้ให้เห็นปัญหาการบริหารงบประมาณรายหัวที่เพิ่มขึ้นเป็น 4,173 บาทต่อคนต่อปี แต่เงินจำนวนมากกลับไม่ถึงมือโรงพยาบาล เนื่องจากถูกกักไว้ที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะงบส่งเสริมสุขภาพ 681 บาทต่อหัว ซึ่งไปถึงโรงพยาบาลในพื้นที่เพียงเล็กน้อย และถูกนำไปใช้ตามนโยบายหรือความต้องการทางการเมือง ขัดกับหลักการกระจายอำนาจที่เคยดำเนินการไว้ในอดีต

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า ในช่วงที่ตนดูแลด้านสาธารณสุข ได้ส่งงบประมาณตรงถึงโรงพยาบาลในพื้นที่ถึง ร้อยละ 80–90 เพื่อให้โรงพยาบาลมีอิสระในการจัดการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง จนสามารถเปลี่ยนระบบจาก “ซ่อมสุขภาพ” (Sick Care) ไปสู่ “สร้างสุขภาพ” (Health Care) ลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวของรัฐและประชาชน
ในด้านบุคลากรทางการแพทย์ คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ปัญหาการกระจายแพทย์ในประเทศมีความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง โดยในกรุงเทพมหานครมีแพทย์ 1 คนต่อประชากร 462 คน ขณะที่บางจังหวัด เช่น บึงกาฬ มีแพทย์ 1 คนต่อประชากรกว่า 5,000 คน ส่งผลให้แพทย์ในต่างจังหวัดต้องทำงานหนักถึง 80–100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จนเกิดการลาออกจำนวนมาก และกระทบต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอแนวทาง “กู้ชีพ 30 บาท” ด้วยการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนให้บุคลากรในพื้นที่ห่างไกลสูงกว่าในเมือง เพื่อจูงใจให้อยู่ในระบบ พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น ระบบจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน การใช้ AI และ Telemedicine เพื่อให้คำปรึกษาผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ลดเวลารอคอย และแบ่งเบาภาระงานของแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาให้เข้าถึงง่าย รวดเร็ว และเท่าเทียมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน พรรคไทยสร้างไทยยังเสนอการปฏิรูประบบประกันสังคม ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่เกือบ 3 ล้านล้านบาท โดยยืนยันจุดยืนแยกกองทุนประกันสังคมออกจากการกำกับดูแลของกระทรวงแรงงาน เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง พร้อมปรับโครงสร้างบอร์ดบริหาร ลดสัดส่วนตัวแทนภาครัฐ และเพิ่มอำนาจให้ผู้ประกันตนและนายจ้าง ซึ่งเป็นเจ้าของเงินตัวจริง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เกิดความร่วมมือระหว่างกองทุนประกันสังคมและกองทุน 30 บาท ในบางกลุ่มการรักษาที่สิทธิประกันสังคมยังด้อยกว่า เช่น การทำฟัน หรือการเลือกโรงพยาบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน และลดความเหลื่อมล้ำของระบบสวัสดิการด้านสุขภาพ
คุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่า หากมีการบูรณาการกองทุนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ จะเกิดพลังทวีคูณในการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องรอนาน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์มีขวัญกำลังใจมากขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของรัฐสวัสดิการด้านสุขภาพที่ยั่งยืน
ขณะเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ ยังแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า “กกต. มีไว้ทำไม” หลังเกิดความวุ่นวายในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่ควรเกิดขึ้น ทั้งที่ใช้งบประมาณสูงถึง 6,000 ล้านบาท และไม่ใช่การจัดการเลือกตั้งครั้งแรกของ กกต. ชุดนี้

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นกรณีผู้มีสิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างถูกต้องแต่ไม่มีรายชื่อในระบบ ต้องรอคอยหลายชั่วโมงโดยไม่ได้รับการแก้ไข หรือกรณีระบุเขตเลือกตั้งผิดบนซองบัตร ซึ่งขัดกับข้อมูลทะเบียนบ้าน ถือเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย
พร้อมเตือนว่า หากการเลือกตั้งล่วงหน้าซึ่งมีผู้ใช้สิทธิน้อยกว่าวันจริงยังเกิดปัญหามากขนาดนี้ วันเลือกตั้งใหญ่ย่อมเสี่ยงเกิดความวุ่นวายมากกว่าเดิม และอาจนำไปสู่เหตุการณ์ซ้ำรอยในอดีตที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบอบประชาธิปไตย จึงเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาความรับผิดชอบของตนเอง รวมถึงการลาออก หากไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





