Home
|
ข่าว

“ดร.เจษฎ์” เตือน กกต.ขยับหน่วยเลือกตั้งหากชายแดนปะทุ

Featured Image
“ดร.เจษฎ์” เตือน กกต. ขยับหน่วยเลือกตั้งหากชายแดน ปะทุ หวั่น “กัมพูชา-สหรัฐฯ” ชักศึกเข้าบ้านช่วงเลือกตั้ง ขณะ “ชัยวุฒิ” วอน ด้อม อินฟู หลายสี ปั่น ยุ หยุด ไม่ต้องทะเลาะกัน

 

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เตือนภัยความมั่นคงชายแดนที่อาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ขณะนี้กัมพูชาได้เข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกาในคณะกรรมการสันติภาพแล้ว ประกอบกับมีเหตุการณ์ยิงระเบิดเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดหรือปัญหาทางวินัยทหาร แต่ประเทศไทยต้องถือว่าเป็นความตั้งใจ

 

?”วันนี้กัมพูชาได้เข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกาในคณะกรรมการสันติภาพแล้ว และก็เชื่อหากมีการยิงระเบิดเข้ามาในประเทศไทย จะเป็นด้วยวินัยทหารมีปัญหา จะด้วยผิดพลาดพลั้งหรือไม่ เราไม่รู้หรอกครับ เราก็ต้องถือว่าเป็นความตั้งใจ”

 

รศ.ดร.เจษฎ์ เรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ทันที เพราะหากเกิดเหตุปะทะหรือการรุกรานในช่วงที่พรรคการเมืองกำลังแตกแยก อาจส่งผลกระทบถึงขั้นต้องขยับหน่วยเลือกตั้ง หรือเลื่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งจะสร้างปัญหาตามมาไม่หยุดหย่อน

เพราะในภาวะที่กำลังจะเลือกตั้งกันนี้ กกต. ต้องเตรียมตัวแล้ว ว่านี่คืออีกครั้งหนึ่งที่ก่อเกิดบริบทการรุกราน และถ้าทำในภาวะที่พรรคการเมืองกำลังทะเลาะกัน กำลังจะแตกแยกกัน คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ตระเตรียมว่าถ้าจะต้องมีการขยับหน่วยเลือกตั้ง มันอาจจะไปถึงขั้นต้องมีการเลื่อนวันเลือกตั้ง และปัญหาจะตามมาไม่หยุดหย่อน กกต. ต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้

 

นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ยังทิ้งท้ายเตือนสติคนไทยว่า การสู้รบครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่ในสนามเลือกตั้ง แต่เป็นการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ชายแดนและอิทธิพลจากสหรัฐฯ

 

ซึ่งความแตกแยกทางความคิดของคนในชาติอาจกลายเป็นการ “ชักศึกเข้าบ้าน” ทำลายล้างบ้านเมืองโดยไม่รู้ตัว โดยกัมพูชาเริ่มแล้ว สหรัฐอเมริกาก็ชักพาให้สิ่งเหล่านี้มันมาอยู่ในประเทศไทย การสู้รบไม่ใช่เป็นการสู้รบกันในสนามเลือกตั้งครับ แต่จะเป็นการสู้รบกันจากกัมพูชา จากชายแดนทั้งหลาย และจากสหรัฐอเมริกาที่จะเริ่มภายใต้บริบทการเลือกตั้ง ที่เราไม่รู้ตัวสักทีว่าวันนี้การแตกความสามัคคีของเรา จะชักศึกเข้าบ้าน จะทำลายล้างบ้านเมืองเรา

 

ขณะเดียวกัน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สะท้อนถึงการเลือกตั้งว่า “ตอนนี้ ทุกพรรคมีการซื้อเสียงกันหนักมาก ไม่ว่าพรรคเล็ก พรรคใหญ่ พรรคเก่า หรือพรรคใหม่ ซึ่งถือเป็นความดำมืดของการเมืองในพื้นที่ เทาทุกพรรค แต่ชื่นชมทีมพรรครักชาติ มีแต่คนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจจริงในอุดมการณ์ “ใช้น้ำดี ไล่น้ำเสีย”

 

เข้าใจว่าต้องใช้เวลา แค่อยากเป็นกำลังใจให้” ซึ่งในระหว่างเดินตลาด แม่ค้า และคนส่วนใหญ่ต่างชื่นชมว่า พรรคนี้ทำไมมีแต่คนหล่อคนหน้าตาดี หล่อมาก และเชื่อแล้วว่ารุ่นใหม่ คนใหม่จริง ๆ”

 

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ว่า อยากตั้งคำถามไปยังพรรคการเมืองที่มักนำเสนอแนวคิดหรือขายฝันให้กับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะพรรคที่คนรุ่นใหม่ติดตามและชื่นชอบ ว่าจะมีแนวทางปลูกฝังค่านิยมเรื่องความรักชาติ รักบ้านเมือง และความเสียสละเพื่อผืนแผ่นดินให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

 

พร้อมชวนให้ทุกพรรคช่วยกัน เพราะมองว่าคนรุ่นใหม่เหล่านี้ในอนาคตต้องเติบโตขึ้นมาเป็นคนไทยที่ร่วมดูแลชาติบ้านเมือง และการปลูกฝังค่านิยมรักชาติเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองทุกพรรค

 

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ความภาคภูมิใจในความเป็นไทยยังไม่เกิดขึ้นอย่างที่ควร แต่กลับมีการไปด้อยค่าหรือทำให้สิ่งเหล่านี้ถูกมองในทางลบ ทั้งที่ความภาคภูมิใจในความเป็นไทยเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องปลูกฝังในจิตสำนึกและความคิดของคนไทย เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และให้ความรักชาติเป็นสิ่งที่มีอยู่ในหัวใจ พร้อมระบุว่า กลุ่มที่ตนเรียกว่า “ด้อม” “ไอโอ” และ “อินฟลูเอนเซอร์” ควรหยุดการกระทำลักษณะดังกล่าว

 

นายชัยวุฒิ ยังยกกรณีที่มีการโจมตี รศ.ดร.เจษฎ์ จากกิจกรรมรำดาบบวงสรวงวีรชนชาวบ้านบางระจัน ที่จังหวัดสิงห์บุรี โดยเห็นว่า เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะแทนที่จะชื่นชม กลับถูกโจมตี ทั้งที่ควรถูกมองว่าเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย และเป็นการบวงสรวงเพื่อรำลึกถึงดวงวิญญาณของวีรชนที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย

 

ซึ่งเป็นตัวอย่างของความรักชาติที่ตนอยากให้ทุกคนมีอยู่ในหัวใจ แต่เมื่อถูกโจมตีด้วยการกล่าวหาว่าไม่ดีในด้านต่าง ๆ ย่อมนำไปสู่การสร้างความเกลียดชัง สร้างความแตกแยกในสังคมไทย และสร้างการแบ่งฝ่าย โดยเฉพาะความแบ่งแยกระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ซึ่งมองว่าไม่ควรเกิดขึ้น

 

หัวหน้าพรรครักชาติ ยังกล่าวถึงประเด็นด้านความมั่นคงว่า หากเกิดสงครามหรือเกิดปัญหาขึ้นจริง ใครจะออกมาช่วยปกป้องผืนแผ่นดินไทย และใครจะออกมาดูแลชาติบ้านเมือง โดยมองว่าก็ต้องเป็นประชาชนทุกคน จึงเห็นว่าจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกรักชาติให้เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่ากลุ่มด้อม ไอโอ และอินฟลูเอนเซอร์ ควรทำความเข้าใจและช่วยกันสร้างความรู้สึกรักชาติในหัวใจคนไทยทุกคน ไม่ใช่ไปสร้างความแตกแยกทางการเมือง

 

นายชัยวุฒิ กล่าวเสริมอีกด้วยว่า ต้องมองภาพให้ชัด หากเกิดสงครามขึ้นจริง ประเทศจะเผชิญปัญหาและประชาชนอยู่ไม่ได้ พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์ต่างประเทศ เช่น ยูเครน และ เวเนซุเอลา ว่าเมื่อประเทศมีปัญหา ประชาชนย่อมเดือดร้อนอย่างแน่นอน และในสถานการณ์เช่นนั้นไม่อาจพูดถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพได้อย่างปกติ เพราะจะมีแต่ปัญหาและความเดือดร้อนตามมา จึงสรุปว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือความมั่นคงของชาติที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

 

นายชัยวุฒิ ยังย้ำด้วยว่า สงครามไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ใกล้เข้ามาและจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ประเทศกำลังจะส่งมอบอนาคตให้คนรุ่นใหม่ คนรุ่นหลัง แต่คนรุ่นใหม่กำลังถูกยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก ไม่รักชาติ และไม่สามัคคีกัน ซึ่งตนตั้งคำถามว่าหากเป็นเช่นนี้ คนรุ่นต่อไปจะมาดูแลบ้านเมืองและปกป้องผืนแผ่นดินไทยได้หรือไม่

 

โดยเห็นว่าสังคมพูดถึงแต่สิทธิเสรีภาพ แต่ไม่พูดถึง หน้าที่ ความรักชาติ และการร่วมกันดูแลบ้านเมือง ทั้งนี้ ถ้าไม่มีแผ่นดิน ไม่มีชาติ ไม่ต้องพูดถึงสิทธิเสรีภาพหรอกครับ มันไม่มีหรอกครับ และเราจะเดือดร้อนกันทั้งแผ่นดิน

 

นายชัยวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า “คนรุ่นของตนและอีกหลายคนกำลังจะหมดหน้าที่หมดเวลาไป และจำเป็นต้องมีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน แต่พรรคการเมืองที่ตนมองว่า ขายฝัน หรือ ขายชาติ รวมถึงกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้อม ไอโอ ต้องมาช่วยกันสร้างค่านิยมและอุดมการณ์รักชาติ รักบ้านเมืองให้เกิดกับคนรุ่นใหม่ หาก คนรุ่นหลังทุกคน ไม่ใช่ช่วยกัน และสร้างความแตกแยกอย่างที่เป็นอยู่ ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายหยุดการเมืองในลักษณะนี้ และหยุดการกระทำดังกล่าวก่อนที่ประเทศจะไม่เหลือแผ่นดินให้ยืนอยู่

 

 

 

 

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube