Home
|
ข่าว

“กล้าธรรม”บุกแปดริ้ว “ธรรมนัส”ชูแก้ที่ดิน ส.ป.ก. สู้ทุนผูกขาด ไม่ขายฝัน

Featured Image

 

 

“กล้าธรรม”ปราศัยใหญ่ฉะเชิงเทรา “ธรรมนัส–นฤมล–ปวีณา” นำทัพ ชูแก้ที่ดิน ส.ป.ก. สู้ทุนผูกขาด ไม่ขายฝัน เดินหน้าดันเมืองรองสู่เมืองหลัก หนุนผู้สมัคร 4 เขตปักธงยกจังหวัด

 

ที่ตลาดสนามชัยเขต ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในสนามเลือกตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังอย่างคึกคัก โดยแกนนำพรรคขึ้นเวทีครบทีม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคฝ่ายสังคม พร้อมผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 4 เขตของจังหวัด รวมถึง นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา และ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีและ ส.ส.หลายสมัย

 

 

สำหรับผู้สมัคร ส.ส.พรรคกล้าธรรม จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย เขต 1 นายฐาปกรณ์ เกิดพิทักษ์ หมายเลข 6, เขต 2 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร หมายเลข 4, เขต 3 นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ หมายเลข 4 และ เขต 4 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ หมายเลข 4

 

 

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ กล่าวบนเวทีถึงประสบการณ์ทำงานการเมืองท้องถิ่นยาวนานเกือบ 30 ปี ย้ำว่าตลอดเวลาที่รับใช้ประชาชนทั้ง 11 อำเภอ ไม่เคยทอดทิ้งพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอสนามชัยเขต ท่าตะเกียบ และพื้นที่ชนบทที่ยังขาดงบประมาณ พร้อมประกาศสนับสนุนบุตรชาย นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ลงสมัคร ส.ส. เขต 3 ในนามพรรคกล้าธรรม โดยขอให้ประชาชนไว้วางใจ “ทีมกล้าธรรม” เข้าไปทำงานต่อในระดับประเทศ

 

 

ด้านนายอิทธิ ศิริลัทธยากร ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ชาวฉะเชิงเทราจะมีผู้แทนที่เข้าใจพื้นที่จริง เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงในสภา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การเข้าถึงงบประมาณ และการแก้ปัญหาเฉพาะจุด พร้อมเชื่อว่าหากพรรคกล้าธรรมมีผู้แทนหลายพื้นที่ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากฉะเชิงเทรามีแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังจำนวนมาก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นได้ จึงตั้งเป้ายกระดับจังหวัดจาก “เมืองรอง” สู่ “เมืองหลัก” เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก

 

 

นางปวีณา หงสกุล กล่าวเน้นประเด็นสังคม เด็ก สตรี และปัญหายาเสพติด ระบุว่าตัดสินใจร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเพราะเห็นเจตนารมณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส และ ศ.ดร.นฤมล ที่ต้องการผลักดันความเป็นธรรมให้คนจนและกลุ่มเปราะบาง พร้อมชี้ว่าประเทศกำลังเผชิญปัญหาสังคมรุนแรง จำเป็นต้องมีนักการเมืองที่ “กล้าลุย กล้าทำจริง”

 

 

ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยขอให้ประชาชนจดจำสัญลักษณ์พรรคในบัตรเลือกตั้ง และกาพรรคกล้าธรรม โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “ตัวจริง” ของพรรค พร้อมระบุว่าเป็นนักการเมืองที่กล้าตัดสินใจ กล้าชนปัญหาเพื่อประโยชน์ประชาชน และวิจารณ์นโยบายแจกเงินจำนวนมากของบางพรรคว่า กกต.ควรตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะอาจขัดข้อเท็จจริงด้านงบประมาณและข้อกฎหมาย

 

ไฮไลต์ของเวทีอยู่ที่การปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งกล่าวถึงนโยบาย “ขายฝัน” ของหลายพรรค โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการสัญญาแจกเงินโดยไม่มีความเป็นไปได้ทางงบประมาณ ย้ำหลักคิด “พูดแล้วต้องทำได้” พร้อมชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะพื้นที่ ส.ป.ก. ในอำเภอท่าตะเกียบ ที่มีกลุ่มทุนถือครองผิดวัตถุประสงค์ พร้อมประกาศเดินหน้าทวงคืนเพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกรตัวจริง และผลักดันเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. พัฒนาเป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ต่อยอดยกระดับสิทธิในอนาคตภายใต้กรอบกฎหมาย

 

 

 

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงปัญหาปากท้อง เช่น ราคาพืชผลเกษตร ต้นทุนการผลิต ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าไฟ และค่าน้ำมัน ที่กระทบเกษตรกร พร้อมตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาสินค้าที่เกษตรกรขายได้ราคาต่ำ แต่สินค้าของกลุ่มทุนรายใหญ่กลับมีราคาสูง

 

 

ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส ขอให้ประชาชนฉะเชิงเทราเลือกผู้สมัครพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต และสนับสนุนพรรคในระบบบัญชีรายชื่อ โดยย้ำว่าเป็นพรรคที่ “ไม่ขายฝัน ทำจริง กล้าชนปัญหา” และมีทีมอดีต ส.ส.ที่มีประสบการณ์ จะเข้ามาช่วยกันพัฒนาจังหวัดให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

 

ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ที่พรรคมีความมั่นใจสูงว่าจะสามารถปักธงได้ทั้งจังหวัด เพราะผู้สมัครของพรรคมีคุณภาพ มีผลงานพิสูจน์ต่อเนื่อง ทำงานเคียงข้างประชาชนและไม่ทิ้งพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญสู่ชัยชนะของพรรคในจังหวัดนี้

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube