“จุลพันธ์” จี้รบ.อย่าเอาแก้ รธน.เป็นตัวประกันการเมือง
“จุลพันธ์” จี้ รัฐบาลอย่าเอาแก้รัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน มองซักฟอกคือหน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่การด่าฟรี ย้ำปม”สแกมเมอร์”ต้องเปลี่ยนนายกฯ เพราะทำงานไม่ตอบโจทย์
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจนำไปสู่การยุบสภา โดยมองว่า”นายกฯ อาจอารมณ์ร้อน”
พร้อมย้ำว่า กระบวนการซักฟอกเป็นกลไกตรวจสอบตามระบบประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่อง”ด่าฟรี” โดยฝ่ายค้านตรวจสอบคือการทำการบ้านของประชาชน ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าไม่ได้ทุจริต ก็ควรมองว่าเป็นโอกาสในการชี้แจง ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงความล่าช้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า บรรยากาศในคณะกรรมาธิการสะท้อนชัดว่า “โอกาสสำเร็จยาก” โดยเฉพาะประเด็นสัดส่วนวุฒิสภา 1 ใน 3 ที่ยังเป็นอุปสรรคเดิม พร้อมเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลใช้ประเด็นรัฐธรรมนูญเป็น”ตัวประกันทางการเมือง”แต่ควรเดินหน้าตามผลประโยชน์ของประเทศ
ในส่วนของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจุลพันธ์ ระบุ ยังไม่มีมติชัดเจน ต้องรอการหารือในพรรคก่อนเปิดสมัยประชุมวันที่ 12 ธ.ค. แต่ยืนยันว่าพรรคจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประเทศ
ส่วนประเด็นสแกมเมอร์ ที่ฝ่ายค้านอาจนำมาอภิปราย นายจุลพันธ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยเคยลดจำนวนสแกมเมอร์ได้กว่า 40% ในสมัยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรมว.ดีอี แต่หลังเปลี่ยนรัฐบาล ตัวเลขกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง สะท้อนการทำงานของรัฐบาลที่ไม่ตอบโจทย์ โดยปัญหาสแกมเมอร์ไม่ใช่เรื่องรัฐมนตรีคนเดียว แต่เป็นเรื่องของผู้นำรัฐบาล ถ้าจะแก้ ต้องเปลี่ยนที่ตัวนายกฯ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคนใต้บังคับบัญชา
ขณะเดียวกัน นายจุลพันธ์ กล่าวถึงกระแสภาพรวมของพรรคเพื่อไทย ว่า มองได้หลายมุม บางคนบอกว่าช่วงนี้พรรคเพื่อไทยอยู่ในภาวะที่เพลี่ยงพล้ำ ซึ่งไม่ได้ปฏิเสธ เรามีความเพลี่ยงพล้ำจริง เพราะเปลี่ยนจากสถานะจากแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้าน และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วม MOA ตั้งรัฐบาล
หากถามว่าเพลี่ยงพล้ำมากหรือไม่ ก็ยอมรับได้ ไม่ได้แปลกอะไร แต่ยืนยันว่ากระแสความนิยมยังคงอยู่ในระดับ 20% และยังมีประชาชนกว่า 30–35% ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด เชื่อว่า เพื่อไทยยังมีโอกาสกลับมาชนะใจประชาชนได้ด้วยนโยบายและบุคลากรที่เข้มแข็ง
ส่วนประเด็น “พ่อ–ลูกคนละพรรค” นายจุลพันธ์ มองว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกในระบอบประชาธิปไตย และยืนยันว่า ผู้ที่อยู่กับพรรคเพื่อไทย ล้วนมีอุดมการณ์เดียวกัน พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน โดยการเปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรค มองว่า เป็นเพียงขั้นตอนต้นของกระบวนการไพรมารีโหวต ยังไม่ถือเป็นผู้สมัคร ส.ส. อย่างเป็นทางการ
และย้ำว่าพรรคจะคัดเลือกผู้ที่ “ขยัน ทำงานจริง และเข้าใจประชาชน” เพื่อส่งลงสนามเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





