ร้องแฟรนไชส์ขนส่งจีน ลวงผู้ลงทุน เสียหายกว่า 300 ล้านบาท
ผู้เสียหายเข้าร้องตำรวจกองปราบปรามฯ หลังถูกหลอกลงทุนแฟรนไชส์บริษัทขนส่งจีน เผยเปลี่ยนนโยบายตลอดเวลา จนผู้ลงทุนรับมือไม่ทัน ความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท
วันนี้ (7 ธ.ค. 66) ดร.เกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ พาผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขอให้ตรวจสอบแฟรนไชส์ขนส่งระบดับต้น ๆ แห่งหนึ่งในประเทศจีนว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน และมีการจดทะเบียนอนุญาตธุรกิจที่ถูกต้อง ตลอดจนมีการใช้ทุนสีเทาฟอกเงินหรือไม่ ภายหลังบริษัทแฟรนไชส์ซึ่งมีพฤติกรรมออกกลอุบายหลอกลวงผู้ลงทุน และไม่มีความเป็นธรรม ทั้งยังแจ้งว่าจะให้เงินสนับสนุนรายเดือนแต่กลับไม่ได้จริงหรือได้เพียงบางส่วน นอกจากนี้ ภายใน 1 ปี ก็มีการเปลี่ยนผู้บริหารถึง 4 คน
นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ตนเดินทางมาเพื่อร้องกองปราบให้ตรวจสอบบริษัท เนื่องจากบริษัทเป็นระดับต้นๆของประเทศไทย ตนอยากให้ตรวจสอบว่าถูกต้องตามที่จดทะเบียนขออนุญาติธุรกิจแฟรนไชส์ไว้หรือไม่ มีการใช้ทุนฟอกเงินหรือไม่ และจะเป็นภัยกับเศรษฐกิจหรือไม่ ตนเชื่อว่าตำรวจไทยเก่งอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้มีทั้งพยานบุคคล และพยานหลักฐาน ในส่วนของจิตใจผู้เสียหาย บางคนจะฆ่าตัวตายเนื่องเงินหมด สิ้นเนื้อประดาตัว
นาย เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหายเล่าว่า บริษัทมีการปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่อยู่ตลอดเวลา และมีการออกนโยบายคิดเบี้ยปรับย้อนหลังในอัตราที่ตั้งขึ้นมาเอง และเปลี่ยนรูปแบบการส่งจากพัสดุชิ้นเล็กเป็นชิ้นใหญ่โดยไม่แจ้งแฟรนไชส์สาขาล่วงหน้า ทำให้แฟรนไชส์สาขาทั่วประเทศมีปัญหาด้านการจัดร้านรองรับสินค้าและรถในการขนส่งสินค้า ทำให้สินค้าตกค้างเนื่องจากไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามกำหนด และเมื่อเกิดปัญหาทางบริษัทกลางก็ไม่รับผิดชอบ ทำให้ผู้ลงทุนแฟรนไชส์ต้องดำเนินการเจรจากับลูกค้าเอง
ซึ่งเดิมแฟรนไชส์นี้มีผู้ลงทุนกว่า 200 สาขา แต่ปัจจุบันไม่สามารถอยู่ต่อไปได้และปิดตัวลงเหลือไม่ถึง 100 สาขา และการเปิดสาขาแต่ละครั้งจะมีการจ่ายเงินประกันสาขาละ 400,000 บาท ซึ่งสาขาที่ปิดตัวลงไปแล้วกว่า 1 ปี ก็ยังไม่ได้เงินประกันคืน โดยขณะนี้มีผู้เสียหายทั่วประเทศกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ทั้งนี้ พบว่าบริษัทแฟรนไชส์ดังกล่าวมีผู้ร่วมลงทุนเป็นคนไทยด้วยและมีสำนักงานตั้งอยู่ในย่านบางนา ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจจะได้ดำเนินการต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





