Home
|
อาชญากรรม

“บิ๊กโจ๊ก” ไม่โกรธ “ชูวิทย์” เชื่อเป็นห่วงเรื่องคดี

Featured Image
“บิ๊กโจ๊ก” ไม่โกรธ “ชูวิทย์ “เชื่อเป็นห่วงเรื่องคดีตู้ห่าว ส่วนหัวหน้าด่าน ตม. ร้องไห้จนมุมหลักฐานเอื้อวีซ่าจีน -พร้อมเตรียมเชิญ 3 นายพลเพื่อนร่วมรุ่น นรต.47 ให้ปากคำเร็วๆ นี้

 

 

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันหลังจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักธุรกิจอาบอบนวด ออกมาตั้งข้อหาสังเกตว่าตำรวจทำงานล่าช้าและมีเจตนาไม่ตั้งข้อหาฟอกเงินกับ นายตู้ห่าวและพวกทำให้ไม่มั่นใจการทำงาน โดยยืนยันว่าจะต้องมีการตั้งข้อหาฟอกเงินกับตู้ห่าวอย่างแน่นอนแต่ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานและประสานงานกับธนาคารเรื่องข้อมูลเส้นทางการเงินเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ซึ่งการที่นายชูวิทย์ ออกมาตำหนิและบอกว่าไม่มั่นใจการทำงานนั้นส่วนตัวไม่ได้โกรธหรือน้อยใจนายชูวิทย์ เพราะเชื่อว่านายชูวิทย์ มีความเป็นห่วงและกังวลเกี่ยวกับเรื่องคดี

 

 

ส่วนกรณีที่ นายชูวิทย์ ระบุว่านักท่องเที่ยวจีนที่ถูกจับที่ผับจินหลิงกว่า 200 คน แต่ผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงเพียง 6 คนนั้น เชื่อว่าข้อมูลของ นายชูวิทย์ อาจจะคลาดเคลื่อน เพราะเป็นไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะมีปัสสาวะแค่ 6 คน เพราะการตรวจปัสสาวะมีตั้งแต่วันแรกและนำผลเข้าประกอบสำนวนอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีใครสามารถไปเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดได้

 

 

พร้อมย้ำว่าเรื่องดังกล่าวตำรวจมีการขยายผลต่อเนื่องทุกวันและเมื่อวาน (9ธ.ค.) ได้มีการตรวจค้น 53 จุดทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นมูลนิธิที่มีความเชื่อมโยงกับการที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวชุดทำงานของตนเองได้มีการออกหมายเรียก 27 หัวหน้าสถานีตรวจคนเข้าเมืองนำเอกสารและมาสอบปากคำเพิ่มเติม

 

 

โดยพบว่ามีความผิดอย่างชัดเจน เช่น การอนุมัติให้อยู่ต่อในประเทศ ถึงขั้นนายตำรวจระดับสารวัตรร้องไห้กินข้าวไม่ลงเพราะไม่สามารถชี้แจงได้เกี่ยวกับเรื่องการออกวีซ่า เพราะชุดทำงานของตนเองมีข้อมูลทั้งหมดแล้ว โดยขณะนี้พบว่ามีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมากกว่า 10 นาย เข้าข่ายกระทำความผิดซึ่งตรงนี้จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

 

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่าเมื่อวานนี้ (9 ธ.ค.) ได้เชิญ พ.ต.อ.หญิง ภรรยาของนายตู้ห่าว มาให้ปากคำซึ่งพ.ต.อ.หญิง คนดังกล่าวได้เข้ามาพร้อมกับทนายความและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินของนายตู้ห่าว ส่วน3นายพลตำรวจอดีตผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เพื่อนร่วมรุ่นนรต.47 จะเชิญมาให้ปากคำเร็วๆ นี้ หลังถูกพาดพิงเรื่องเอื้อวีซ่าทุนจีนด้วย

 

ส่วนกรณี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งตั้งจเรตำรวจและคณะกรรมการรวม10คน ขึ้นมาตรวจสอบ 3 นายพลนั้น ตนเองได้มีการพูดคุยหารือกับ ผบ.ตร.แล้ว ซึ่งจเรตำรวจก็จะเป็นคณะกรรมการที่ตั้งมาสืบสวนสอบสวนเรื่องวินัยความผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากพบว่ากระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินการตามระเบียบซึ่งโทษร้ายแรงสุดคือไล่ออก ส่วนตนเองรับผิดชอบในคดีอาญา แต่การทำงานก็จะต้องทำคู่ขนานกันไปพร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube