ชูวิทย์ ร้อง คดี “ตู้ห่าว” เป็นอาญากรรมข้ามชาติ
“ชูวิทย์” ยื่นเรื่องถึงอัยการสูงสุดขอให้คดี “ตู้ห่าว” เป็นอาญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งให้แจ้งข้อหาฟอกเงินเพิ่ม เกรงคดีถูกยกฟ้องเหมือนที่ผ่านมา
วันนี้(9 ธ.ค. 65) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินทางมายังสํานักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นหนังสือต่อ นารี ตัณฑเสถียร อัยยการสูงสุด ให้นําคดีทุนจีนสีเทาของ “ตู้ห่าว” เป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือเรียกว่าอาชญากรรมข้ามชาติ
นายชูวิทย์ เผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับสายด่วนจากว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาฯ รมว.ยธ. แจ้งให้ทราบว่า ได้ดําเนินการยึดอายัดทรัพย์สินของนายตู้ห่าว คือ โรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยบาดกระบัง54 มีพื้นที่ทั้งหมด 30 กว่าแปลง มีสิ่งปลูกสร้างมากมาย ซึ่งตัวโรงแรมมีขนาดใหญ่มีห้องมากถึง 375 ห้อง
ส่วนเหตุผลที่นายชูวิทย์ต้องเดินทางมายัง สํานักงานอัยการสูงสุด เพราะวานนี้ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังรับเหรียญ “ยุติธรรมธํารง” จากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน (รมว.ยธ.) มีรุ่นพี่ที่เป็นอัยการเดินมาบอกตนเองว่า “หลุดแน่ เพราะไม่มีการแจ้งข้อหาการฟอกเงิน” จึงทําให้นายชูวิทย์ นึกคิดได้ว่าจริงเพราะคดีนี้อาจจะเหมือนกับคดีในอดีต “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่ถูกศาลฎีกายกฟ้องไป
จึงทําให้วันนี้ต้องเดินเพื่อมายื่นหนังสือให้กับท่านอัยการสูงสุด ให้แจ้งข้อหาฟอกเงินเพิ่มและรับคดีตู้ห้าวเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรืออาชญากรรมข้ามชาติ เพราะยาเสพติดที่พบนั้นนําเข้ามาจากต่างประเทศเพราะมีตราปั้มภาษาจีนและไม่มียาเสพติดชนิดนี้ในประเทศไทยมาก่อน

โดยนายชูวิทย์ ยืนยันว่า อย่างไรก็ตามวันนี้ต้องได้ยื่นหนังสือโดยตรงกับทาง นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด จะไม่ยื่นต่อตัวแทนหรือรองโฆษกใดๆทั้งสิ้น เพราะตนเองได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงแจ้งเพียงแค่ 3 ข้อหา คือ 1.สมคบคิดกันค้ายาเสพติด 2.มีวัตถุออกฤทธิ์ทต่อจิตและประสาทเพื่อจําหน่าย 3.ช่วยกันค้ายาเสพติด แต่ไม่มีการตั้งข้อหาคดีการฟอกเงิน ทั้งที่มีมูลฐานจากคดียาเสพติด ขนาดคดีค้ามนุษย์ยังโดนเลย แล้วเหตุใดคดีนี้จึงไม่โดน ทั้งที่เห็นได้ชัดว่า ตู้ห่าว มีความเกี่ยวข้องโดยตรง
ซึ่งหากไม่มีคดีฟอกเงินการยึดทรัพย์สินนั้นก็ทําได้แค่ชั่วคราวสุดท้ายเมื่อรอดคดีก็ต้องคืนกลับไป อีกทั้ง นางพัชรินท์ กลับถูกสอบปากคําในฐานะพยานทั้งที่ควรตกเป็นผู้ต้องหาและถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินกับนายตู้ห่าว พร้อมประกาศผ่านสื่อถาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่า “เหตุใดจึงไม่แจ้งข้อหาการฟอกเงินกับนายตู้ห่าว”
ทั้งนี้นายชูวิทย์ ยืนยันว่าจะรอจนกว่าอัยการสูงสุดจะลงมารับเรื่องด้วยตัวเอง หากไม่มาจะขอนั่ง นอน รอที่นี้ไปเลย พร้อมกับต้องการให้อัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าทีมในการดําเนินการเรื่องนี้แทนเจ้าหน้าที่ตํารวจ
อย่างไรก็ตามนายชูวิทย์ กล่าวว่า ไม่ใช่ตนเองไม่ไว้ใจการทํางานของเจ้าหน้าที่ตํารวจแต่เหตุที่ต้องการให้อัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าดูแลคดีนี้เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวจะรอดเหมือนคดีในอดีตก็เท่านั้น และยืนยันว่าต้องแต่เปิดเรื่องนี้ขึ้นมายังไม่เคยถูกใครคุกคาม แต่คนเหล่านั้นต่างหากที่กลัวว่าต่อไปตนเองจะเปิดโปงอะไรอีกบ้าง ซึ่งหากใครคิดว่าจะรอด ชูวิทย์ลั่นว่า “ต้องข้ามศพผมไปก่อน”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





