CCTV ของบริษัท อดีตรปภ.ถูกรุมทำร้าย เสียทั้งระบบ
เจ้าของบริษัท รปภ. พาสื่อดูจุดอดีตรปภ.ถูกรุมทำร้าย ยัน ชายชุดดำไม่ใช่คนของบริษัทยอมรับ CCTVของบริษัท เสียทั้งระบบ
นายมนูญ ทองทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย แรงเจอร์ อินเวสติเกชั่น จำกัด พาสื่อมวลชนเข้าดูจุดเกิดเหตุ รปภ.ถูกชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกาย ซึ่งลักษณะเป็นห้องรับแขก ภายในอาคารที่จะต้องผ่านประตูด้านนอกเข้าไป 2 ชั้น และมีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ด้านหน้าทางเข้าห้อง พร้อมชี้แจงสื่อมวลชน โดยยอมรับว่า ในวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุทำร้ายร่างกายจริงภายในบริษัท
ซึ่งในรายละเอียดตนเองได้รับรายงานจากลูกน้องว่า วันเกิดเหตุเป็นวันที่นัดหมายอดีตพนักงานมารับเงินค่าจ้าง ซึ่งวันดังกล่าว กลุ่ม รปภ. ผู้บาดเจ็บ มีเรื่องกระทบกระทั่งกับ รปภ. ที่มารับเงินด้วยกัน ก่อนที่จะมีกลุ่มชายฉกรรจ์ แต่งตัวมิดชิด สวมหมวกกันน็อก ขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาทำร้ายร่างกาย ภายในห้องรับแขก ซึ่งไม่ใช่ห้องรับรองตามที่เป็นข่าว โดยห้องดังกล่าว พนักงานหรือบุคคลภายนอกสามารถเข้ามาได้ เนื่องจากบริษัทไม่มีความลับ ยกเว้นการเข้าพบผู้บริหารบางกรณีเท่านั้น ซึ่งภายในบริษัทมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ แต่ไม่สามารถบันทึกภาพได้ เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ชำรุดมานานแล้ว ส่วนสังคมจะมองว่าเป็นคำแก้ตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละคน
ส่วนชายชุดดำที่เข้ามาทำร้ายร่างกายอดีต รปภ.ของบริษัทนั้น ขณะนี้ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทพิจารณาอยู่ว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ ส่วนจะมีการตั้งรางวัลนำจับหรือไม่นั้น มองว่าไม่ใช่หน้าที่ของบริษัท ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ โดยจากการสอบถามลูกน้อง ตนมั่นว่าชายชุดดำไม่ใช่คนของบริษัท เนื่องจากสังเกตได้ว่าไว้ผมยาวเลยหมวกกันน็อกมา จึงคาดว่าน่าจะมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้ และตามเข้ามารุมทำร้าย
ส่วนประเด็นเรื่องเป็นผู้มีอิทธิพล หรือมีข้าราชการมีสีให้การสนับสนุนนั้น ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าว เป็นการกล่าวหา รวมทั้งประเด็นที่บอกว่าเหตุการณ์การทำร้ายร่างกายเกิดจากการที่กลุ่มผู้บาดเจ็บย้ายไปทำงานบริษัท รปภ. อื่นนั้น ชี้แจงว่าวงการนี้มีการเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ใช่ประเด็นแน่นอน
ด้าน ร.ต.ท.เมธี ยศจังหรีด ผู้จัดการฝ่ายกำลังพล ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนเชิญกลุ่ม รปภ. ผู้บาดเจ็บ ไปยังห้องรับรองตามที่เป็นข่าว เพราะตนทำหน้าที่จ่ายเงินให้กับพนักงานอยู่อีกอาคารหนึ่ง จนกระทั่ง พบกับกลุ่มผู้บาดเจ็บ และเห็นว่ามีบาดแผลบางคน โดยไม่ได้มีการสอบถาม หรือบันทึกภาพแต่อย่างใดตามคำกล่าวอ้าง เพราะขณะนั้น มีพนักงานจำนวนมากรอรับเงินเดือนจากตนเองอยู่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





