Home
|
ไลฟ์สไตล์

นั่งทำงานนาน เสี่ยงออฟฟิศซินโดรม ภัยเงียบในคนวัยทำงาน

Featured Image

การนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงกลายเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ออฟฟิศในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่อันตราย แต่ความจริงแล้ว การนั่งนานโดยไม่ขยับร่างกายอาจค่อย ๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและสมองโดยไม่รู้ตัว อาการปวดเมื่อย ความอ่อนล้าหรือความไม่สบายตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาที่กำลังก่อตัวขึ้น ลองมาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่า การนั่งทำงานนาน ๆ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร และมีวิธีรับมือได้อย่างไรบ้างในบทความนี้เลย  

ทำไมการนั่งนาน ถึงเป็นปัญหาต่อสุขภาพ 

ร่างกายของมนุษย์ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหว แต่เมื่อเรานั่งแช่อยู่กับที่นานเกินไป ระบบเผาผลาญในร่างกายจะทำงานช้าลง ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และการไหลเวียนของโลหิตทำได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ การนั่งยังเพิ่มแรงกดทับต่อกระดูกสันหลังมากกว่าการยืนถึง 40% ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเรื้อรังที่คนวัยทำงานมักมองข้ามอีกด้วย  

 อาการยอดฮิตของคนที่นั่งทำงานทั้งวัน 

ลองเช็กตัวเองดูหน่อยว่า ในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณเริ่มมีสัญญาณเตือนจากร่างกายเหล่านี้แล้วหรือยัง? เพราะหากปล่อยไว้นาน อาการเหล่านี้อาจลุกลามจนยากจะแก้ไข  

 ปวดคอ ไหล่ หลัง (Office Syndrome) 

อาการคลาสสิกของคนออฟฟิศที่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อส่วนบนซ้ำ ๆ หรือการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ในระดับที่ไม่เหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อบ่าและสะบักต้องแบกรับน้ำหนักศีรษะที่โน้มไปข้างหน้า จนเกิดอาการตึง ปวด ร้าวและอาจลามไปถึงอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนได้ 

 ปวดหลังส่วนล่าง  

การนั่งผิดท่า เช่น นั่งหลังค่อม นั่งไขว่ห้างหรือเอนตัวไปด้านใดด้านหนึ่งเป็นเวลานาน จะทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างเกิดการตึง เกร็งและอักเสบได้ง่าย หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรม อาการปวดอาจลุกลามจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง และในกรณีที่รุนแรงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวลงขาหรือรู้สึกชาตามแนวเส้นประสาท ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก

 รู้สึกอ่อนล้า 

แม้จะไม่ได้ใช้แรงกายหนัก แต่การนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานานทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมองและกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายจึงเกิดอาการง่วงนอน สมองตื้อ ขาดสมาธิและเหนื่อยง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดพลาดได้ง่าย และรู้สึกหมดพลังตั้งแต่ยังไม่หมดวัน หากปล่อยให้อาการอ่อนล้าเกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยไม่พักหรือขยับร่างกาย อาจสะสมจนกลายเป็นความเหนื่อยล้าเรื้อรัง ส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจในระยะยาว   

 มือ แขนหรือขา มีอาการชาเป็นระยะ 

อาการชาที่มือ แขนหรือขามักเกิดจากการที่เส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานาน จากการนั่งท่าเดิมซ้ำ ๆ หรือการวางข้อมือบนโต๊ะทำงานในองศาที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดติดขัดจนเกิดอาการชา คล้ายมีเข็มจิ้มเล็ก ๆ บริเวณปลายมือหรือปลายเท้า หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งและปล่อยไว้นาน อาจนำไปสู่ปัญหาเส้นประสาทอักเสบหรืออาการชาถาวรได้ 

 วิธีคลายอันตรายจากการนั่งทำงานนาน ๆ แบบทำได้ทันที 

หากคุณยังต้องนั่งทำงานอยู่ วิธีเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความตึงเครียดของร่างกายได้ทันที ดังนี้  

  • ลุกขยับทุก 30–60 นาที ตั้งนาฬิกาเตือนให้ลุกขึ้นยืดเหยียด เดินไปดื่มน้ำหรือพักสายตาเพื่อคลายกล้ามเนื้อ 
  • จัดโต๊ะทำงานให้ถูกหลัก Ergonomic ปรับระดับหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตา และเลือกเก้าอี้ที่รองรับส่วนโค้งของหลังได้อย่างพอดี 
  • นวดคลายเมื่อยเฉพาะจุดระหว่างวัน การนวดเบา ๆ บริเวณที่รู้สึกตึงจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดการสะสมของพังผืด 

 ทำไมเครื่องนวดขนาดเล็กถึงตอบโจทย์มนุษย์ออฟฟิศยุคนี้ 

ในวันที่งานล้นมือจนไม่มีเวลาไปร้านนวด การมีตัวช่วยที่พร้อมใช้งานได้ทันทีจึงสำคัญมาก เครื่องนวดขนาดเล็ก ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้โดยเฉพาะ ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้อย่างตรงจุด มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวกและใช้งานง่าย สามารถเลือกโหมดนวดให้เหมาะกับแต่ละบริเวณของร่างกาย ช่วยให้คุณดูแลอาการเมื่อยล้าได้ทันทีระหว่างวัน ลดการสะสมของความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และป้องกันไม่ให้อาการเล็ก ๆ ลุกลามกลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังได้ในอนาคต  

 สรุปบทความ 

การนั่งทำงานเป็นเวลานานอาจดูเป็นเรื่องปกติของชีวิตการทำงานยุคปัจจุบัน แต่ในความเป็นจริงกลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่อาการปวดเมื่อย อ่อนล้า ไปจนถึงปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและระบบประสาท การหมั่นลุกขยับ ปรับท่าทางการนั่งและใส่ใจสัญญาณเตือนจากร่างกาย จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจลุกลามในอนาคตได้ การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอคือจุดเริ่มต้นของการทำงานอย่างมีคุณภาพและมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว 

ขอบคุณข้อมูลจาก 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube