CROSS ซีซั่น 2 บทสัมภาษณ์ อัลดิส ฮอดจ์ (Aldis Hodge)
บทสัมภาษณ์ อัลดิส ฮอดจ์ (Aldis Hodge) ผู้รับบท อเล็กซ์ ครอส (Alex Cross)
ในช่วงแรกของซีซั่น 2 เราจะได้เห็นครอสอยู่ในจุดไหนของชีวิต?
ถ้าจะเล่าแบบไม่สปอยล์นะครับ เขากำลังพยายามทำความเข้าใจว่าชีวิตในพื้นที่ของความสัมพันธ์นั้นมีหน้าตาเป็นยังไง ไม่ว่ามันจะหมายถึงอะไรก็ตาม เขากำลังกลับมาอยู่ในจุดที่ตระหนักว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้ รับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหน่วย รวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับแซมป์สัน สายสัมพันธ์พี่น้องยังคงแข็งแรงอยู่ แต่ในซีซั่นนี้มันจะถูกทดสอบอีกแน่นอน ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงเวลาที่ผมมองว่าความสงบเหมือนตั้งอยู่บนขอบเหว ก่อนที่ความโกลาหลทั้งหมดจะถาโถมเข้ามาตลอดทั้งซีซั่นที่เหลือ
คุณรู้สึกยังไงบ้างกันการได้กลับไปกองถ่ายอีกครั้งในซีซั่นที่ 2?
ยอดเยี่ยมมากเลยครับ มันดีมากจริงๆ นี่เป็นหนึ่งในกองถ่ายที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำงานมาเลยนะ ทั้งทีมงานและนักแสดงก็เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดกลุ่มหนึ่งที่ผมเคยร่วมงานมา ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า ทั้งในแง่การทำงานและส่วนตัว ที่นี่คือที่ที่ทำให้ผมมีความสุข มีความสุขจริงๆ เพราะฉะนั้นการได้กลับไปอยู่กับคนของผมอีกครั้ง มันเลยเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

ซีซั่นนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับตัวละครในซีรีส์ ทั้งหน้าใหม่และหน้าเดิม?
อย่างแรกที่ผมชอบมากเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้คือ ไม่มีใครปลอดภัยเลย ไม่ว่าจะในทางอารมณ์ ในชีวิตส่วนตัว หรือแม้กระทั่งเรื่องความเป็นความตาย เพราะงั้นอย่าเพิ่งตายใจไป มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่คุณคาดไม่ถึงแน่นอน
อย่างที่ผมบอกไป ครอสกับแซมป์สันกำลังจะต้องเจอกับบางอย่างที่ท้าทายความสัมพันธ์ของพวกเขาโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อใจและความภักดี ครอสเองก็จะต้องเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ในหน่วย ในการทำงานร่วมกับทีม และต้องกลับมาตั้งคำถามอีกครั้งว่าคำว่า “หน้าที่” จริงๆ แล้วหมายความว่ายังไง เมื่อคุณต้องเผชิญกับสิ่งที่มันไม่ถูกต้องเอาซะเลย
ส่วนในมุมส่วนตัว ซีซั่นนี้ยังพูดถึงประเด็นเรื่องการแก้แค้นและศีลธรรมด้วย คือถ้าคุณทำสิ่งที่ผิด ด้วยเหตุผลที่คุณคิดว่าถูก มันโอเคไหม? มีหลายคนที่ดูดีมากจากภายนอก แต่พอค่อยๆ เปิดเผยตัวตนออกมา คุณจะเริ่มรู้ว่าเขาไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่คิด
เพราะงั้นซีซั่นนี้จะเต็มไปด้วยหน้ากากที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างที่ผมบอก อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะคุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าควรไว้ใจใครดี
ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าการได้ร่วมงานกับแมทธิว ลิลลาร์ด (Matthew Lillard) ในซีซั่นนี้เป็นยังไงบ้าง?
โอ้ แมทธิว พี่แกสุดจริงๆ ถ้าอยู่ในกองแล้วได้ยินเสียงคนหัวเราะกันดังๆ อยู่มุมไหนสักมุม คุณเดาได้เลยว่าแมทธิวอยู่ตรงนั้น เป็นคนพลังงานดีมากจริงๆ เขามากองถ่ายพร้อมกับสัญชาตญาณและจินตนาการที่ยอดเยี่ยมในการสร้างตัวละครของเขาให้มีมิติมากขึ้น
ผมเคยทำงานกับแมทมาก่อนนะ เราเคยแสดงใน Leverage ด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน เพราะงั้นการได้กลับมาเจอกันอีกในบทบาทที่ต่างออกไปแบบนี้เลยดีมาก ผมคิดว่าครั้งนี้คนดูจะได้เห็นเขาในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วผมก็คิดว่าเขาทำได้สุดยอดจริงๆ ผมดีใจมากที่เขาเป็นคนที่ก้าวเข้ามารับบทนี้ครับ
การได้ร่วมงานใกล้ชิดกับอโลนา ทาล (Alona Tal) ในซีซั่นนี้ ต่างจากซีซั่นแรกยังไงบ้าง?
มันดีมากเลย เพราะเราได้เห็นการขยายมิติของตัวละครเธอมากขึ้น เราได้ลงลึกถึงภูมิหลังของความสัมพันธ์ระหว่างครอสกับเคย์ลาว่าเป็นมายังไง ตอนนี้เป็นยังไง และอาจจะไปในทิศทางไหนต่อ ผมว่าตรงนี้มันยอดเยี่ยมมาก
ส่วนการทำงานกับอโลนา เราเคยร่วมงานกันครั้งแรกใน Supernatural ตอนนั้นผมอายุประมาณ 19 เอง แล้วนี่ก็ผ่านมา 20 ปีแล้ว ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง มันเลยเจ๋งมากที่เรามีทั้งประวัติร่วมกันและความคุ้นเคยแบบนั้น แต่ขณะเดียวกันก็ได้พาตัวละครคู่นี้มาเจอกันในรูปแบบใหม่ ซึ่งผมคิดว่ามันจะออกมาสดใหม่มากๆ และน่าสนใจสำหรับคนดูมากด้วย ผมตื่นเต้นกับตรงนี้จริงๆ ครับ
ในการกลับมาเริ่มถ่ายทำบทแบบนี้ คุณมีการเตรียมตัวยังไงบ้าง?
ในแง่ร่างกายก็เป็นเรื่องของการดูแลรักษาสภาพอย่างต่อเนื่องครับ เพื่อให้ร่างกายพร้อมเสมอ พร้อมจะปรับไปตามสิ่งที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็กชั่นหรือฉากที่ต้องวิ่งหนักๆ ก็แค่ทำให้ร่างกายพร้อมอยู่ตลอด
ส่วนในเรื่องจิตใจ จริงๆ ก็คือการกลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่เดิมของตัวละคร ทำความเข้าใจว่าเขาอยู่ตรงจุดไหนของชีวิต ในช่วงเวลาและสถานการณ์แบบนี้ แล้วก็พยายามรักษาความต่อเนื่องเอาไว้ ความต่อเนื่องของพัฒนาการตัวละคร ทำให้คนดูได้เห็นเขาในแบบที่เราคุ้นเคย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เปลี่ยนไปจากเดิม สดใหม่ขึ้น และมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในตัวเขาที่เราจะได้ถ่ายทอดออกมาในซีซั่นนี้
สรุปแล้วก็คือทำให้แน่ใจว่าความสัมพันธ์ของผมกับตัวละครยังแข็งแรงมั่นคง เหมือนตอนที่ผมเริ่มสร้างเขาขึ้นมาตั้งแต่ซีซั่นแรกเลยครับ
มีฉากแอ็กชั่นไหนที่ท้าทายสำหรับคุณเป็นพิเศษไหม?
ไม่นะ ผมนี่บ้าเลย เวลาได้ฉากแอ็กชั่นหรืออะไรแบบนั้น ผมจะประมาณว่า “เอาเลย จัดมา!” สำหรับผม ความยากมันกลายเป็นความสนุก เพราะงั้นก็ใช่แหละ ผมนี่แหละบ้า
และผมคิดว่าฉากที่ผมสนุกที่สุดคือ ถ้าพูดแบบไม่สปอยล์นะครับ ผมได้มีประสบการณ์ขับรถ Mustang แบบมันส์ๆ ในซีซั่นนี้ แล้วพวกเขาก็ไว้ใจพอที่จะให้ผมลุยเอง ได้จัดเต็มพอสมควร ผมพูดได้เท่านี้แหละครับ ผมชอบขับรถมาก ชอบความเร็ว ขอแค่มีข้ออ้างให้ได้นั่งหลังพวงมาลัย ผมไปแน่นอน แล้วใช่ พวกเขาให้เวลาผมได้สนุกเต็มที่ ขอบคุณนะ Mustang ขอบคุณ Ford ครับ
รอยร้าวในความสัมพันธ์ส่วนตัวของครอสในซีซั่นนี้ ส่งผลต่อการแสดงของคุณยังไงบ้าง?
ผมบอกได้เลยว่าผมต้องตอบสนองกับมันแบบตรงนั้นเลย เพราะผมไม่ได้รู้ทุกอย่างล่วงหน้า วิธีทำงานของพวกเราคือผมจะรู้เส้นเรื่องหลัก รู้ภาพรวมของซีรีส์ แต่เบน โชว์รันเนอร์ของเรา จะไม่เล่าทุกอย่างให้ผมฟังเกี่ยวกับทิศทางที่เรื่องจะไป เพื่อให้ผมยังรู้สึกเซอร์ไพรส์จริงๆ ตอนที่มันเกิดขึ้น และได้มีปฏิกิริยาที่เป็นธรรมชาติที่สุด เพราะงั้นระหว่างทาง ผมก็จะค่อยๆ ทำความเข้าใจว่าครอสเลือกตัดสินใจยังไงเพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้
สิ่งที่ผมชอบมากคือสถานการณ์เหล่านี้มันผลักให้เขาต้องตอบสนองอย่างซื่อสัตย์และเป็นธรรมชาติจริงๆ ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่าเขาเปราะบางตรงไหน เขาจะสู้เพื่ออะไร เขาจะสู้หนักแค่ไหน และมีอะไรในตัวเองที่เขาต้องเผชิญหน้า ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราจะได้เห็นในซีซั่นนี้ เพราะมีความผิดพลาดบางอย่างที่เขาเคยทำไว้ และตอนนี้เขาต้องกลับมาแก้ไขมัน
เพราะงั้นคุณจะได้เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางพายุความวุ่นวาย ทั้งจากคดีที่กำลังเกิดขึ้น และสิ่งที่สั่นคลอนโลกส่วนตัวของเขาไปพร้อมๆ กัน แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็ยังได้เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ค่อยๆ ค้นพบตัวเองไปตลอดเส้นทางนั้น
คุณมีวิธีสร้างเคมีความเป็นครอบครัวกับเพื่อนนักแสดงในกองถ่ายอย่างไรบ้าง?
จริงๆ แล้วเราแทบไม่ต้องสร้างเลยครับ มันมีอยู่แล้วตั้งแต่แรก อย่างที่บอกว่า เรามีนักแสดงที่ยอดเยี่ยม ทุกคนเข้ามาทำงานด้วยความถ่อมตัว เรามีทั้งความรักและความเคารพให้กันและกัน ความสัมพันธ์ในชีวิตจริงของพวกเราก็เลยหลอมรวมเข้าไปเป็นความสัมพันธ์ของตัวละครโดยธรรมชาติ
ความเป็นพี่น้องที่คุณเห็นระหว่างผมกับอิสยาห์ (Isaiah Mustafa) บนหน้าจอ ก็คือความเป็นพี่น้องแบบเดียวกันนอกจอ ส่วนความสัมพันธ์แบบพ่อลูกระหว่างผมกับเคเลบ (Caleb Elijah) และเมโลดี้ (Melody Hurd) ซึ่งรับบทเป็นลูกๆ ของผม ก็มาจากการที่ผมคอยแนะนำและซัพพอร์ตพวกเขาหลังกล้องด้วย โดยเฉพาะเวลาที่พวกเขาต้องทำความเข้าใจฉากอารมณ์หรือหาจังหวะของการแสดง เราพร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือกันเสมอ
เราโชคดีที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่แล้วตามธรรมชาติ เลยไม่ต้องพยายามสร้างอะไรมาก และสิ่งนั้นเองช่วยเสริมให้เรื่องราวและความสัมพันธ์ของตัวละครบนจอดูจริงและมีพลังมากขึ้น
คุณมีสถานที่ถ่ายทำหรือฉากไหนที่ชอบเป็นพิเศษไหม?
พูดตามตรง ฉากที่ผมชอบที่สุดคือบ้านของพวกเรา สถานี และร้าน Ben’s Chili เพราะเป็นสถานที่ที่เราใช้เวลาอยู่บ่อยที่สุด ถ้ารู้ว่าวันนี้ต้องถ่ายที่สถานี ผมก็พอจะเดาได้เลยว่าจะได้เจอใครบ้าง ใครจะอยู่ในห้องนั้น อย่างเช่น Stacie หรือที่คนดูรู้จักกันในชื่อ Lieutenant De Lackner ก็จะอยู่แน่นอน แล้วก็รู้เลยว่าวันนั้นต้องสนุก
ถ้าไปถ่ายที่ Ben’s Chili ผมก็รู้ว่าจะได้เจอใครบ้าง หรือถ้าเป็นฉากในบ้าน ก็เหมือนกัน ผมตั้งตารอที่จะได้ไปอยู่ในที่ที่มี “คนของผม” อยู่ ผมก็ชอบฉากเอาต์ดอร์ใหญ่ๆ เหมือนกันนะ แต่ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านจริง ๆ สำหรับผม คือเวลาที่เราเข้าฉากในสตูดิโอกับสถานที่ประจำอย่างสถานี ร้าน Ben’s Chili และบ้านของพวกเรา
ช่วงเวลาโปรดของคุณในซีซั่นนี้มีอะไรบ้าง?
มีอยู่ฉากหนึ่งครับ น่าจะเป็นในตอนจบซีซั่น จริงๆ แล้วจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่น ซึ่งตลอดทั้งเรื่องเราก็คอยติดตามว่ามันจะลงเอยยังไง แต่พอถึงฉากในตอนสุดท้าย มันเหมือนเป็นการสรุปทุกอย่างและอธิบายออกมาได้อย่างชัดเจน จนพูดตรงๆ เลยว่าตอนผมดู ผมน้ำตาซึมเลยนะ เป็นแบบ “ลูกผู้ชายน้ำตาไหล” นิดนึง ไม่โกหกเลย มันทำให้ผมอินมาก แบบไม่ทันตั้งตัว ฉากนั้นมันทำให้เรากลับมานึกถึงสิ่งสำคัญในชีวิต และทำให้รู้สึกซาบซึ้งจริงๆ
อีกฉากหนึ่งก็คือ สำหรับใครที่อาจยังไม่รู้ ซีซั่นนี้ เบน วัตคินส์ (Ben Watkins) รับบทสองหน้าที่นะครับ เขาได้มาแสดงเป็นตัวละครชื่อ “รอย” ด้วย แล้วตัวละครของเราสองคนก็มีช่วงที่ไม่ลงรอยกันนิดหน่อย ซึ่งเราสนุกมากกับการเล่นฉากปะทะกันตรงนั้น ผมคิดว่าฉากระหว่างผมกับเบนนี่แหละ ที่คนดูจะได้เห็นอะไรเดือดๆ แน่นอน
การได้กลับมาร่วมงานกับ Ben Watkins ในซีซั่น 2 เป็นยังไงบ้าง?
โอ้ เบนนี่เป็นเหมือนคู่หูผมเลยครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมเคารพเขามาก ทั้งในฐานะคนคนหนึ่ง และในฐานะผู้นำทีม โดยเฉพาะกับบทบาทที่เขาต้องรับผิดชอบในการดูแลโปรเจกต์ขนาดใหญ่แบบนี้ ซึ่งผมว่าเขาจัดการทุกอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก
แล้วยังได้เห็นเขากระโดดมาแสดงด้วย ได้เล่นฉากโต้ตอบกัน ผมว่ามันเจ๋งมาก เพราะถ้าคุณได้เจอเบนตัวจริง จะรู้เลยว่าเขาเป็นคนที่มีพลังบวกสูงมาก และมีความเข้าใจอารมณ์ของคนอื่นดีมาก เวลาทำงานกับคนแบบนี้ คุณจะอยู่ในจุดที่ได้เรียนรู้อะไรจากเขาเยอะจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เขาต้องเจอกับอะไร หรือจัดการกับสถานการณ์ยังไง เวลาอยู่ในบทบาทนักแสดง ผู้กำกับให้คำแนะนำอะไร เขาก็พร้อมรับและทำตาม เพราะเขาเข้าใจว่านั่นคือหน้าที่ของผู้กำกับ เขาไม่ใช่คนที่จะบอกว่า “ฉันเขียนบทมาแบบนี้นะ มันต้องเป็นแบบนี้สิ” แต่เขาจะถามว่า “โอเค แล้วทุกคนคิดว่ายังไง?” ความเคารพและความถ่อมตัวแบบนั้นแหละ สำหรับผม มันคือสิ่งที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมให้ความสำเร็จเติบโตได้ และนั่นคือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเขาอยู่เสมอ และเป็นสิ่งที่ผมชอบพูดถึงเขามากที่สุด
ข้อมูลซีรีส์ CROSS ซีซั่น 2
- ชื่อเรื่อง: CROSS ซีซั่น 2
- นักแสดง: Aldis Hodge, Isaiah Mustafa, Alona Tal, Samantha Walkes, Juanita Jennings, Caleb Elijah, Melody Hurd, และ Johnny Ray Gill, Matthew Lillard, Jeanine Mason และ Wes Chatham
- ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร: Ben Watkins, Aldis Hodge, Sam Ernst, Jim Dunn, J. David Shanks, Aiyana White, Craig Siebels, Owen Shiflett, James Patterson, Bill Robinson, และ Patrick Santa
- ประเภท: อาชญากรรม, ระทึกขวัญ
- จำนวนตอน: 8 ตอน
- กำหนดสตรีม: วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 (จำนวน 3 ตอน) // และจะสตรีมตอนใหม่ทุกวันพุธ สัปดาห์ละ 1 ตอน(โดยตอนจบจะสตรีมวันที่ 18 มีนาคม 2026)
- ผลิตโดย: Amazon MGM Studios และ Paramount Television Studios

CROSS ซีซั่น 2 ซีรีส์แนวอาชญากรรมระทึกขวัญสุดเข้มข้น ที่ทั้งซับซ้อนและพลิกผัน โดยซีรีส์อ้างอิงจากตัวละครในนิยายขายดีชุด Alex Cross ของ James Patterson
เรื่องราวติดตามชีวิตของ Alex Cross (รับบทโดย Aldis Hodge) นักสืบคดีฆาตกรรมและนักจิตวิทยานิติเวชผู้เฉลียวฉลาด ซึ่งมีความสามารถพิเศษในการเข้าใจจิตใจของฆาตกร เพื่อไล่ล่าความจริงและหยุดยั้งอาชญากรรม ในซีซั่น 2 นี้ Cross ต้องเผชิญหน้ากับวายร้ายลึกลับผู้ใช้ความรุนแรงในนามของความยุติธรรม ไล่ล่ากลุ่มมหาเศรษฐีผู้ทุจริตอย่างไร้ความปรานี
ซีซั่น 2 ขยายความเข้มข้นด้วยการเสริมทัพนักแสดงชุดใหม่ที่น่าจับตามอง ได้แก่ Matthew Lillard, Jeanine Mason และ Wes Chatham ร่วมด้วยนักแสดงชุดเดิมที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ได้แก่ Aldis Hodge, Isaiah Mustafa, Alona Tal, Samantha Walkes, Juanita Jennings, Caleb Elijah, Melody Hurd และ Johnny Ray Gill
ทีมผู้อำนวยการสร้างประกอบด้วย Ben Watkins, Aldis Hodge, Sam Ernst, Jim Dunn, J. David Shanks, Aiyana White, Craig Siebels, Owen Shiflett, James Patterson, Bill Robinson และ Patrick Santa
สามารถรับชมตัวอย่างซีรีส์ได้ ที่นี่
และ สามารถรับชมตัวอย่างซีรีส์พากย์ไทยได้ ที่นี่





