Home
|
ข่าว

“หมออ๋อง” เตรียมนำคณะร่วมประชุม “สมัชชาสหภาพรัฐสภา”

Featured Image
“หมออ๋อง”เตรียมเดินทางประชุม”สมัชชาสหภาพรัฐสภา” ครั้งที่ 48 ที่เจนีวา 22-29 มีค.นี้ ระบุ มี ปธ.สว.-สส.รัฐบาล และฝ่ายค้าน “พิธา”ร่วมคณะ ย้ำไม่กระทบวาระงบประมาณ ขณะเตรียมเปิดให้ประชาชนเข้าฟังซักฟอก 3-4 เมย.

 

 

 

 

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 แถลงข่าวถึงการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 148 ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า สืบเนื่องจากตนเองได้รับภารกิจจากประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ดูแลงานด้านการต่างประเทศ จึงได้เล็งเห็นการทำงานของต่างประเทศว่าที่เรียกว่าการทูตรัฐสภาไม่ว่าจะเป็นการสานสัมพันธ์สานผลประโยชน์ความร่วมมือของรัฐสภาประเทศไทยกับประเทศอื่นในระดับทวิภาคีรวมไปถึงกันสานสัมพันธ์แบบพหุภาคีไม่ว่าจะเป็นอาเซียน เอเชีย-แปซิฟิกรวมไปถึงระดับโลก

 

 

ดังนั้น จึงมีภารกิจที่จะเข้าไปผลักดันความร่วมมือของรัฐสภาระหว่างโลกยังมีอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภารกิจด้านการออกกฎหมาย ทั้งในการเรียนรู้จากกฎหมายซึ่งกันและกัน และความร่วมมือในการออกกฎหมายที่มีผลต่อการบังคับใช้ในภูมิภาค ซึ่งในวันนี้เวลา 17.00 น. จะมีการประชุมออนไลน์พูดถึงภารกิจของการออกกฎหมายเพื่อต่อสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเรียนรู้จากต่างประเทศที่ได้ดำเนินการประสบผลสำเร็จไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนีนิวซีแลนด์ เป็นต้น

 

 

นอกจากนี้ ยังมีภารกิจการตรวจสอบการตรวจสอบบริหารราชการแผ่นดิน โดยจะเรียนรู้จากภารกิจนี้ของประเทศอื่นๆ ว่า มีโครงสร้างที่แตกต่างจากประเทศไทยอย่างไรบ้าง ทั้งการเป็นกรรมาธิการ หรือการตรวจสอบงบประมาณต่างๆ ขณะที่เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งสำนักงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรจะมีการปรับปรุงโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อยกฐานะที่จะพิจารณางบประมาณหรือติดตามงบประมาณเพื่อตรวจสอบงบประมาณได้ดีขึ้นด้วย

 

 

ดังนั้น การสานสัมพันธ์ระดับพหุภาคีนโยบายในการขับเคลื่อนของประเทศไทย จะเป็นการไปลงนามในพันธะกรณีต่างๆ ไทยจำเป็นต้องกลับมาทบทวนใหม่ทั้งหมดถึงตัวตนของประเทศไทยในด้านการฑูตรัฐสภาและผ่านการสิ่งที่เราไปเรียนรู้และฟังในเรื่องที่โลกกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในรัฐสภาระดับโลก ดังนั้นจึงถือโอกาสนี้จะเดินทางร่วมกับคณะผู้แทนรัฐสภานำโดย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นหัวหน้าคณะและตนเองในฐานะที่ปรึกษาของคณะ นอกจากนี้นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภา

 

 

 

คณะทำงาน สส. ฝั่งรัฐบาลมีนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร นายอัคร ทองใจสด ส่วนฝ่ายค้านมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายชัยวัฒน์ สถาพรวิจิตร สส.พรรคก้าวไกล ดังนั้น คณะเดินทางประกอบ มีทั้งหมด 10 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ ใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 22-29 มีนาคมนี้ ในการประชุมหัวข้อต่างๆ รวมถึงติดตามการแสดงจุดยืนของประเทศไทยในเวทีโลก หลังจากที่ไทยห่างหายไปนานพอสมควร

 

 

ขณะเดียวกัน ยังจะมีการผลักดันหาเสียง เพื่อช่วงชิงคณะตำแหน่งในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือวาระปี 2025 และปี 2027 ซึ่งเป็นวาระเดียวกับที่รัฐบาลหาเสียงอยู่ในตอนนี้และพยายามที่จะเข้าไปมีตำแหน่งและมีบทบาทในเวทีโลกได้ดังนั้นพวกเราก็จะเข้าไปและช่วยกันผลักดันในฐานะเป็นทีมของประเทศไทย ไม่มีแยกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลไม่มีแยก สส. หรือ ส.ว. รวมถึงโอกาสนี้จะมีการเสนอชื่อของนายกัณวีร์ สืบแสง สส. บัญชีรายชื่อของพรรคเป็นธรรม เพื่อเข้าชิงตำแหน่งกรรมาธิการว่าด้วยการส่งเสริมการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในนามของประเทศไทยสัดส่วนของเอเชีย-แปซิฟิกด้วย

 

 

นายปดิพัทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐสภาไทยยังอยากจะมีส่วนร่วมการปรับปรุงนโยบายหรือกฎหมายผ่านกลไกการทบทวน สถานการณ์สิทธิมนุษยชนหรือซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพหลักแต่ในภารกิจการเดินทางไปร่วมประชุม ครั้งนี้ ก็จะมีการเสนอความเห็นแลกเปลี่ยนและเนื้อหาแนวทางปฏิบัติระหว่างรัฐสภา ถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพหลักแต่ในภารกิจการเดินทางประชุมรอบนี้ก็จะมีการเสนอความเห็นแลกเปลี่ยนและเนื้อหาแนวทางปฏิบัติรัฐสภาระหว่างรัฐสภาในการส่งความเห็น

 

 

 

นายปดิพัทธ์ ยอมรับว่าการเดินทางไปร่วมประชุม ครั้งนี้ จะกระทบต่อการอภิปรายงบประมาณ โดยในวันที่ วันที่ 29 มีนาคม จำเป็นที่จะต้องให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนคนที่ 2 ทำหน้าเพียงคนเดียว ส่วนการประชุม พิจารณางบประมาณปี 67 ในวาระที่ 2 และ 3 ตนเองก็จะทำหน้าที่ในวันที่ 20-21 มีนาคม ตนเองจะนั่งเป็นประธาน ส่วนนายนมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ก็ติดภารกิจเดินทางต่างประเทศเช่นกัน แต่ 3 คนก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทั้งงานในหน้าที่ และงานที่เดินสายต่างประเทศ

 

 

 

สำหรับการอภิปรายตามมาตรา 152 รัฐบาล ในวันที่3-4 เมษายนนี้ รัฐสภา จะเปิดให้ประชาชนเข้ามาสังเกตการณ์การอภิปราย เช่นเดียวกับ การพิจารณางบประมาณ ซึ่งการอภิปรายรัฐบาล รอบนี้ก็จะเปิดให้ประชาชนเข้ามารับฟังหลายรอบมากขึ้นและวางจำนวนคน เข้ารับฟังไว้ 4 รอบ และจุคนได้ 250-300 คน ดังนั้น ขอให้ประชาชนติดตามลงทะเบียนรับสมัคร

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube