Home
|
ข่าว

นายกฯ ย้ำส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องสถานการณ์

Featured Image
นายกฯ ย้ำส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องสถานการณ์ ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทย ขณะที่บอร์ดบีโอไอเห็นชอบปรับมาตรการส่งเสริมลงทุนภาคเกษตร ผลักดันไทยก้าวสู่ Bio Hub ในภูมิภาค

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ครั้งที่ 1/2565 (ผ่านระบบ Video Conference) ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตร และเปิดประเภทกิจการใหม่ รับทราบรายงานสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2564 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 642,680 ล้านบาท

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณคณะกรรมการในการร่วมมือกันทำงานในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายเรื่องมีความก้าวหน้าโดยลำดับและดีขึ้นต่อเนื่อง พร้อมขอให้ทุกคนได้ช่วยกันทำงานต่อไปเพื่อให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะการนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติในการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ ทั้งการวิจัยพัฒนา การพัฒนาแปรรูปต่าง ๆ ให้สามารถเพิ่มรายได้มากขึ้น สอดคล้องกับการขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไปในเรื่องของการใช้พืชสมุนไพรและการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพ

 

โดยให้พัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิมที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการพัฒนาสิ่งใหม่ เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ขณะเดียวกันให้พิจารณาหาแนวทางทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงโดยเฉพาะภาคการเกษตร พร้อมทั้งให้มีสถานที่และกระบวนการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์และสินค้า รวมถึงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด

 

นายกรัฐมนตรี? ได้กล่าวถึงแผนการดำเนินการขับเคลื่อนประเทศไทยระยะต่อไป ทั้งเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ครอบคลุมทุกมิติ โดยยืนยันจะมีโครงการสำคัญออกมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับทุกคน จึงขอให้ร่วมมือกันขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่กำหนดร่วมกัน โดยการดำเนินการของบีโอไอ ก็สอดคล้องกับทิศทางเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปประเทศและนโยบายของรัฐบาลแล้ว รวมไปถึงขอให้ติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศให้เป็นไปอย่างครบวงจร

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ขอให้บีโอไอทบทวนปรับปรุงมาตรการ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็ขอชื่นชมที่บีโอไอได้ดูแลนักลงทุนต่างประเทศที่อยู่ในประเทศเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการส่งเสริมการลงทุนและการดูแลสุขภาพภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จนทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจและเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ส่งผลให้มีการลงทุนต่อเนื่อง และบางรายมีการขยายการลงทุนด้วย รวมไปถึงหลายประเทศก็มีความสนใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทยเช่นกัน

 

สำหรับมติที่ประชุมบอร์ดบีโอไอ ได้เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตร และเปิดประเภทกิจการใหม่ พร้อมรับทราบรายงานสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2564 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 642,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนโครงการรวม 1,674 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 783 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 455,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 163 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเทศที่ยื่นขอรับการส่งเสริมที่มีมูลค่าเงินลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น มีมูลค่าเงินลงทุน 80,733 ล้านบาท รองลงมา คือ จีน มีมูลค่าเงินลงทุน 38,567 ล้านบาท และสิงคโปร์ มีมูลค่าเงินลงทุน 29,669 ล้านบาท ตามลำดับ

 

สำหรับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีมูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น 340,490 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 53 ของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม

 

สำหรับพื้นที่เป้าหมาย EEC มีการขอรับการส่งเสริมจำนวน 453 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 220,500 ล้านบาท โดยจังหวัดระยองมีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 112,740 ล้านบาท รองลงมาเป็นจังหวัดชลบุรี มูลค่าเงินลงทุน 74,550 ล้านบาท และจังหวัดฉะเชิงเทรา มูลค่าเงินลงทุนรวม 33,210 ล้านบาท

 

ด้านคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ในปี 2564 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 16,732 ล้านบาท จำนวน 180 โครงการ และตั้งแต่ปี 2558 – 2564 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ มีมูลค่ารวม 99,709 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 999 โครงการ ส่วนการลงทุน BCG รวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท

 

ซึ่งครอบคลุมในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนในกลุ่มอุตสาหกรรม BCG ในปี 2564 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 152,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 123 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากจำนวนโครงการ 746 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 63 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และตั้งแต่ปี 2558 – 2564 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม BCG มีมูลค่ารวม 675,781 ล้านบาท รวม 2,996 โครงการ

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube