Home
|
ไลฟ์สไตล์

โรคความดันโลหิตสูงคืออะไร อาการ และวัดความดันโลหิตด้วยตัวเอง

Featured Image

โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคอันตรายและส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพ แต่ในขณะเดียวกันเป็นเรื่องน่าแปลกที่หลายคนมักจะมองข้ามโรคนี้ไปและรู้สึกว่าโรคนี้ไม่ใช่โรคที่น่ากลัว ดังนั้นในบทความนี้เราจึงจะนำเอาโรคความดันโลหิตสูงมาเป็นข้อมูลเพื่อให้หลายคนสามารถที่จะระวังและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงการวิธีการ วัดความดันโลหิต ด้วยตัวเองที่บ้านว่าสามารถทำได้อย่างไร

โรคความดันโลหิตสูง อาการ

สำหรับผู้ที่อาจจะยังไม่ได้ทำการ วัดความดันโลหิต แต่อยากที่จะสังเกตตัวเองว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ สามารถสังเกตตัวเองได้จากอาการ โดยผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอาจมีอาการปวดมึนที่บริเวณท้ายทอย, มีอาการตึงที่บริเวณต้นคอ, เวียนศีรษะ, มีอาการอ่อนเพลีย, เหนื่อยง่าย, ใจสั่น, นอนไม่หลับ และในบางรายอาจมีอาการปวดหัวตุบๆ ที่มีลักษณะคล้ายกับอาการไมเกรน หากมีอาการมากอาจทำให้เกิดอาการโคม่าหรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

หากปล่อยทิ้งเอาไว้ไม่รักษา ส่งผลอย่างไรบ้าง? 

เหตุผลที่เรากล่าวว่า โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่อันตรายและส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพ เนื่องจากหากไม่เคยมีการวัดความดันโลหิต ตรวจสุขภาพ ไม่มีการรักษาหรือปล่อยทิ้งเอาไว้เป็นระยะเวลานาน โรคความดันโลหิตสูงจะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ดังนี้

  • เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ ทำให้เกิดอาการไตวายเรื้อรัง
  • อาจเกิดอาการหลอดเลือดหัวใจหนา หัวใจขาดเลือด และหัวใจวาย
  • มีอาการหลอดเลือดตีบ โป่งพอง และเลือกไปเลี้ยงอวัยวะได้น้อยลง
  • อาจมีผลต่อเส้นเลือดที่ถูกส่งไปเลี้ยงจอประสาทตา และอาจทำให้เกิดจอประสาทตาเสื่อม
  • อาจเป็นสาเหตุของอาการอัมพฤกษ์และอัมพาต

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงนั้นเป็นโรคที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และโรคความดันโลหิตสูงที่ทราบสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสภาวะด้วยกัน อาทิเช่น ภาวะการหยุดหายใจในขณะหลับ, โรคไต, ปัญหาต่อมไทรอยด์, เนื้องอกที่บริเวณต่อมหมวกไต, หลอดเลือดผิดปกติแต่กำเนิด, การใช้ยาบางชนิด, สารเสพติด หรือ พิษแอลกอฮอล์ และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรค อย่างเช่น อายุ, เพศ, พันธุกรรม, เชื้อชาติ, ภาวะน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์หรือโรคอ้วน รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด เป็นต้น

ระดับความดันโลหิตควรอยู่ที่เท่าไหร่จึงจะปกติ

ในการวัดความดันโลหิต ค่าความดันโลหิตที่เหมาะสมของผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ควรจะอยู่ที่ 120-129 มม. ปรอท สำหรับตัวบน และควรจะอยู่ที่ 80-84 มม. ปรอท สำหรับตัวล่าง และหากมีการตรวจวัดความดันโลหิตในขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะพัก กลับพบว่ามีค่าความดันซิสโตลี (ตัวบน) มากกว่า 140 มม. ปรอท หรือความดันไดแอสโตลี (ตัวล่าง) มากกว่าหรือเท่ากับ 90 มม. ปรอท ตัวเลขเหล่านี้อาจบอกได้ว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคความดันโลหิตสูงนั่นเอง

วิธีวัดความดันด้วยตัวเอง

สำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ รวมถึงบุคคลทั่วไป หากต้องการที่จะวัดความดันโลหิตด้วยตัวเองที่บ้าน สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  1. งดการดื่มชา, กาแฟ, สูบบุหรี่ หรือการออกกำลังกายก่อนที่จะทำการวัดความดันโลหิต 30 นาที
  2. ก่อนที่จะทำการวัดความดันโลหิตให้ทำการถ่ายปัสสาวะให้เรียบร้อย
  3. นั่งเก้าอี้ในลักษณะที่หลังพิงพนัก เพื่อไม่ให้เกิดอาการเกร็ง เท้าทั้ง 2 ข้างวางราบกับพื้นเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายเป็นเวลาอย่างน้อย 5 นาที ก่อนตรวจวัด
  4. การวัดความดันโลหิตให้ทำการตรวจวัดในแขนข้างที่ไม่ถนัด โดยลักษณะการวางแขนต้องให้อยู่ในระดับเดียวกันกับหัวใจ
  5. หลีกเลี่ยงการกำมือ การพูดคุย และการขยับตัวในขณะที่ทำการวัดความดันโลหิต 

สรุปบทความ

หากสังเกตอาการตัวเองหรือมีการวัดความดันโลหิตและทราบแล้วว่าตัวเองมีความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่ทำการรักษา ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาตามคำแนะนำและแนวทางการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่อาจนำไปสู่โรคต่างๆ ที่มีความอันตรายต่อสุขภาพ และหากปล่อยทิ้งเอาไว้อาจเป็นอันตรายถึงขั้นพิการและเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube