จากเวทีพิจารณางบประมาณ กลายเป็นเวทีเปิดศึกทางความคิดเกี่ยวกับโครงสร้างความมั่นคงของประเทศ เมื่อมีการเสนอให้ “ยุบ กอ.รมน.” พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ บทบาทที่ซ้ำซ้อน และประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่รัฐบาลตอบโต้ทันทีว่า “ไม่มีทางยุบ” เพราะมองว่า กอ.รมน. ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบความมั่นคงไทย
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณางบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อกรรมาธิการหลายคนตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานในกำกับ โดยเฉพาะ กอ.รมน. ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าผลงานไม่เป็นรูปธรรม และยังถูกมองว่ามีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น
ข้อวิจารณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด มาจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ ที่ระบุว่า ถึงเวลาที่ต้องทบทวนการคงอยู่ของ กอ.รมน. โดยมองว่าหากภารกิจสามารถให้หน่วยงานอื่นดำเนินการแทนได้ ก็ควรยุบหน่วยงานเพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐ
นายวันมูหะมัดนอร์ ยังเชื่อมโยงไปถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกล่าวว่า ปัจจุบัน ส.ส.ในพื้นที่กลับรู้สึกหวาดกลัว กอ.รมน. มากกว่ารู้สึกว่าเป็นหน่วยงานที่คอยคุ้มครอง พร้อมอ้างถึงคดีลอบยิง ส.ส.นราธิวาส ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบบทบาทของหน่วยงานอย่างจริงจัง
นอกจากประเด็นบทบาทแล้ว กรรมาธิการยังตั้งคำถามต่อการใช้งบประมาณของ กอ.รมน. ทั้งงบแก้ไขปัญหายาเสพติดกว่า 90 ล้านบาท ที่ยังไม่เห็นผลชัดเจน ค่าใช้จ่ายในการเช่ารถ รวมถึงงบประมาณค้างเบิกจ่ายอีกกว่า 2,200 ล้านบาท ที่อาจไม่สามารถใช้ได้ทันภายในปีงบประมาณ
ด้าน กอ.รมน. ยืนยันว่า หน่วยงานยังมีความจำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ชี้แจงว่า บทบาทของ กอ.รมน. คือการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานด้านความมั่นคง เปรียบเทียบกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงตำรวจ หน่วยข่าวกรอง และกองทัพเข้าด้วยกัน เพื่ออุดช่องว่างการประสานงาน
ส่วนข้อกล่าวหาเรื่อง “ทหารผี” หรือการเบิกงบกำลังพลซ้ำซ้อน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยืนยันว่าไม่มีการจ่ายซ้ำ และหากตรวจพบเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด จะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำว่า งบประมาณที่ไม่ได้ใช้จริงจะถูกส่งคืนรัฐทุกปี
ขณะเดียวกัน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยอมรับว่า เป้าหมายการยุติความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายในปี 2570 ยังเผชิญความท้าทาย เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายทั้งหมด แต่รัฐบาลมีแผนทยอยลดการใช้กำลังทหารในพื้นที่ที่มีความสงบมากขึ้น และให้กำลังอาสารักษาดินแดน หรือ อส. เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน พร้อมพิจารณายกเลิกกฎหมายพิเศษในบางอำเภอเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างหน่วยงานความมั่นคง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการ กอ.รมน. ได้ยืนยันชัดเจน โดยระบุว่า “มันจะไปยุบได้อย่างไร อยู่คู่ชาติไทยมาตั้งกี่ปีแล้ว”
นายกรัฐมนตรี ให้เหตุผลว่า กอ.รมน. เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านการทหาร แต่ยังประสานงานการช่วยเหลือประชาชน การดูแลสาธารณูปโภค และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ โดยทำงานร่วมกับกองทัพและหน่วยงานพลเรือน
พร้อมระบุว่า เข้าใจความรู้สึกของนายวันมูหะมัดนอร์ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับพื้นที่ชายแดนใต้และอาจได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ แต่ยืนยันว่า กอ.รมน. ยังเป็นสถาบันด้านความมั่นคงที่ประเทศจำเป็นต้องมี และขออาสาพูดคุยปรับความเข้าใจกับนายวันมูหะมัดนอร์ เอง
การถกเถียงครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการพิจารณาตัวเลขงบประมาณ แต่สะท้อนคำถามสำคัญว่า โครงสร้างด้านความมั่นคงของไทยในปัจจุบัน ยังตอบโจทย์สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ระหว่างแนวคิด “ลดขนาดรัฐ” กับการ “คงกลไกความมั่นคง” เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งท้ายที่สุด แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าจะไม่ยุบ กอ.รมน. แต่แรงกดดันให้ปรับบทบาท เพิ่มความโปร่งใส และพิสูจน์ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ ก็ยังคงเป็นโจทย์สำคัญ เพราะข้อเสนอนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews