ความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตสสาวชาวไทย ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวหลังพบเฮโรอีนในกระเป๋าเดินทางน.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือ ในฐานะ โฆษก ป.ป.ส.เปิดเผย ว่า จากการขยายผลและสอบปากคําผู้ต้องหาที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ ประกอบกับพยานหลักฐานที่ ป.ป.ส.มีอยู่ ยังตอบไม่ได้ชัดเจนว่า แอร์มีนา รู้ หรือไม่รู้ว่าในกระเป๋าลายช้างไทยมีเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ เพราะมีหลายประเด็น ที่จะต้องหาคําตอบมาให้ได้ในขณะเดียวกัน จากคําให้การของนายอุทัยฯ ชายสวมฮู้ดสีน้ำเงิน คนที่นําพัสดุไปส่งให้มีนาที่คอนโด อ้างว่ามาส่งของให้มีนา ครั้งแรกและไม่เคยรู้จักกันนั้น ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะไม่ตั้งใจที่จะขนยสเสพติด แต่ก็ยังมีหลายคําตอบที่จะต้องสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อจะดูว่าไม่มีความตั้งใจจริงๆหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตอนนี้สิ่งที่ทําได้คือนําข้อมูลทั้งหมด ส่งให้กับทางการออสเตรเลียและสถานทูตไทย เพื่อนําไปใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะยังไงก็คนไทยเหมือนกันก็ต้องดูแลกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา แต่เป็นคนที่ถูกกักตัวไว้เพื่อรอดําเนินคดีในอนาคต
ทั้งนี้ ทราบว่าแอร์มีนาให้ความร่วมมือและพูดคุยกับทางกงสุลไทยประจําออสเตรเลียดี ส่วนบัญชีเพจอวตาร อาจจะเป็นไปได้ทั้งคน สปป.ลาว คนไทย ต่างชาติ หรือคนที่อยู่ออสเตรเลียก็ได้ ขณะนี้ยังไม่ปักใจ ซึ่งต้องทํางานร่วมกันกับทางดีเอสไอและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของแอร์มีนา จะต้องขึ้นศาลแขวงออสเตรเลีย นัด14 กันยายน 2569 นี้ ซึ่งขณะนี้ยังมีเวลาโดยทางไทยจะนําข้อมูลไปสนับสนุนให้มากที่สุด
รองเลขาธิการ ปปส. ยังกล่าวถึง เดียร์ บุคคลที่ถูกระบุว่า จะเป็นผู้มารับยาเสพติดจากแอร์มีนา โดยยืนยันว่า เดียร์ มีตัวตนจริงและกําลังดําเนินการสืบสวนหาต้นตอ เชื่อว่าเครือข่ายใหญ่ในออสเตรเลียคงไม่ได้มีแค่คนเดียวเท่านั้น และไม่ได้มีแค่คนไทยแต่น่าจะมีชาวต่างชาติร่วมด้วย ซึ่งAFP ก็ต้องดําเนินการขยายผล ในฝั่งของออสเตรเลียเช่นเดียวกัน
ส่วนคดีที่ พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด1 ได้นำตัวนายอุทัย อายุ 47 ปี และ นายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาฐานร่วมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง(เฮโรอีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยศาลพิจารณาอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง
ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาของข้อหาและ พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดในลักษณะขบวนการข้ามชาติ นับว่าร้ายแรงมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากปล่อยตัวไปผู้ต้องหาจะหลบหนี ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง
ทางด้าน นายสนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือถึง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อขอให้รวบรวมเอกสารทั้งหมด จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อส่งผ่านไปยัง ออสเตรเลีย กรณี มีนา นำเข้ายาเสพติดโดยไม่ได้มีเจตนา เป็นผู้ถูกหลอกลวงโดย กลุ่มการค้ายาเสพติดข้ามประเทศ เพื่อประกอบในการพิจารณาของราชการออสเตรเลีย ถึงข้อเท็จจริง ลูกเรือไทย ที่ไม่มีเจตนานำเข้ายาเสพติด โดยก่อนหน้านี้ นายสนธิญา ได้ทำหนังสือยื่นผ่านสถานฑูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับมีนา แล้ว
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews