แก้ รธน. เลื่อนยาว ไปสมัยประชุมหน้า-ปชน. ชงแก้รายมาตรา7-8 ก.ค. นี้

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

โรดแมปการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนเฝ้ารอคอย อาจต้องสะดุดและยืดเยื้อออกไปอีกครั้ง เมื่อความเห็นพ้องระหว่างฝ่ายค้านและวิปรัฐบาล เห็นตรงกันให้ชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมเพื่อรอร่างของภาคประชาสังคมที่กำลังระดมรายชื่อ 50,000 ชื่อ ให้เสร็จสิ้นขั้นตอนทางธุรการ คาดว่า จะพร้อมเข้าสู่สภาได้ในช่วงเปิดสมัยประชุมใหม่เดือนสิงหาคมนี้

 

 

 

ด้าน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำฝ่ายค้าน ยืนยันว่า ระหว่างที่การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับยังต้องรอคอย รัฐสภาควรใช้เวลาในวันที่ 7 ถึง 8 กรกฎาคมนี้ เดินหน้าแก้ไข “รายมาตรา” ในประเด็นที่มีความขัดแย้งทางการเมืองต่ำแต่เป็นประโยชน์สูง เช่น กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และที่มาขององค์กรอิสระ

ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอาจจะต้องรอภาคประชาสังคม และร่างของพรรคการเมืองอื่นๆ แต่สิ่งที่จะเดินหน้าแก้ไขได้เลยคือการแก้รายมาตรา เพราะประธานรัฐสภาได้มีการนัดประชุมไปแล้วก็ไม่อยากให้สูญเปล่าเราสามารถเลือกบางประเด็นที่มีความขัดแย้งทางการเมืองไม่มาก และเป็นประโยชน์กับประเทศ ขับเคลื่อนไปได้ก่อน

ขณะที่ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องไปยัง “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภา ให้เร่งนัดประชุมวิป 3 ฝ่ายในสัปดาห์หน้า โดยพรรคประชาชนเตรียมเสนอร่างแก้ไข มาตรา 236 ปลดล็อกกลไกการตรวจสอบ ป.ป.ช. ป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารร่วมมือกับองค์กรอิสระสกัดกั้นคำร้องถอดถอน

สส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลที่ร่างแก้ไขมาตราดังกล่าวถูกยื้อออกไป อาจเป็นเพราะมีความพยายามไม่ต้องการให้เกิดการเปิดโปงหรือตรวจสอบกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับอดีตรัฐมนตรีคนดัง

ขีดเส้นใต้ร้อยครั้งว่า จุดยืนของพรรคประชาชน คือ การนิรโทษกรรมต้องไม่รวมคดีทุจริต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคดีฮั้ว สว. และเราจะติดตามการทำงานของทั้ง กกต. และ DSI ในคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเลื่อนพิจารณา
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนว่าเราไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่เป็นข้อตกลงร่วมกันของทุกฝ่ายเพื่อให้ร่างของประชาชนเข้ามาพิจารณาพร้อมกัน

การขยับหมากของพรรคประชาชนในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า แม้เกมใหญ่ในการ ‘ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ’ จะถูกเลื่อนยาวออกไปชิงชัยกันในสมัยประชุมหน้า แต่เกมเก็บแต้ม ‘แก้รายมาตรา’ ในวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าพรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา จะยอมเปิดไฟเขียวให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจทีละช่วง หรือจะปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับแช่แข็งนี้ เดินหน้าต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่