“ไฟใต้” ปัญหาเก่า ที่คาราคาซังมาหลายสิบปี เป็นปัญหาที่หลายรัฐบาลพยายามแก้ไข และทุ่มงบประมาณลงพื้นที่หลายแสนล้าน แต่ทำไม่สำเร็จ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ ของรัฐบาลอีกครั้ง เพราะนับตั้งแต่รัฐบาลสีน้ำเงินของ”อนุทิน ชาญวีรกุล” เข้ามาบริหารประเทศ จนถึงตอนนี้เกือบครบ 90 วันเต็ม สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัด ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีการสูญเสียเพิ่มขึ้น และแนวโน้มที่หนักหนา สาหัสกว่าปัญหาอื่นๆที่ถาโถมเข้าใส่รัฐบาล
เหตุการณ์แรกไฟใต้ยุค”อนุทิน” น่าจะนับจากเหตุคนร้ายลอบยิง” สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” พรรคประชาชาติ จนขยายวงสร้างความตึงเครียดระหว่างแม่ทัพภาค 4 พล.ท.นรทิป โพยนอก กับปอเนาะ และตาฏีกา ก่อนจะเคลียร์กันได้ และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุเรื่อยมา จนถึงเหตุการณ์ใหญ่ล่าสุด 29 มิ.ย. คนร้ายลอบวางระเบิดท่อลอดถนน ใกล้สามแยกสะปอม อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สถานการณ์ไฟใต้ที่เกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง ชนิด”วันต่อวัน” หน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งในส่วนของกองทัพภาค 4 และส่วนกลาง รวมทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ตลอดจน นายกรัฐมนตรี ที่ควบตำแหน่ง มท.1 ด้วย อาจต้อง ปรับแผน ทบทวนแนวทาง ในการแก้ปัญหาอีกครั้ง “การพูดคุยสันติสุข” ที่ใช้อยู่ และกำลังจะมีขึ้นอีกครั้ง ในเร็วๆนี้ จะใช่ทางออกที่ถูกต้องอยู่หรือไม่ เป็นคำถามที่นายก”อนุทิน” จะต้องหาคำตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงวันที่ 9-10 ก.ค.นี้ จะเดินทางเยือนมาเลเซีย จะมีการหยิบยกปัญหาชายแดนใต้ ขึ้นมาพูดคุยกันมากน้อยเพียงใด เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า “ไฟใต้”ใน 3 จังหวัดนั้น ส่วนหนึ่ง ตัวผู้ก่อเหตุ เป็นบุคคลที่ถือ 2 สัญชาติ มีการเดินทางข้ามแดน กลับไป กลับมา ทั้งไทย และมาเลเซีย อยู่ตลอดเวลา
“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรัฐมนตรี คมนาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยได้รับมอบหมายดูแลแก้ปัญหาชายแดนใต้ ระบุ ถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ว่า เป็นเรื่องของขบวนการที่ต้องการเรียกร้อง เนื่องจากจะมีการเจรจาพูดคุยสันติสุขในเดือนกรกฎาคมนี้
โดยมีมาเลเซียทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก
“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ และประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงยังได้รับแต่งตั้งเป็น ประธานคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กบฉ.
เคยพูดถึงการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ว่า การเจรจาสันติสุขถือเป็นเพียงแนวทางหนึ่งเท่านั้น เพราะการพูดคุยกับกลุ่มก่อความไม่สงบเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ ไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาทั้งหมด ขณะที่การแก้ปัญหาด้านอัตลักษณ์ การพัฒนาพื้นที่ และการสร้างความยุติธรรม ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ทุกฝ่ายต้องดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนจะต้องเน้นประชาชนเป็นที่ตั้ง
“ไฟใต้”ที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง กองทัพ และฝ่ายบริหาร คือรัฐบาล ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่า ล้มเหลว หรือหลงทาง ในการแก้ปัญหารือไม่ และปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เคยเขย่ากองทัพ จนต้องเปลี่ยนตัว”แม่ทัพภาค 4” มาแล้วหลายครั้ง และเวลานี้ก็ใกล้เข้าสู่ช่วงแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีอีกครั้ง จึงน่าสนใจว่า “แม่ทัพภาค 4″ คนปัจจุบัน ที่เพิ่งย้ายมาจากกองทัพภาค 2 แต่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ ผบ.ทบ.จะยังเหนียวแน่นกับตำแหน่งนี้ต่อไปหรือไม่ เช่นเดียวกัน สถานการณ์ไฟใต้ แม้จะเขย่าเก้าอี้นายกฯโดยตรงไม่ได้ แต่การที่”ไฟใต้” หรือโหมแรงขึ้น ก็เป็นสัญญาณเตือน “อนุทิน” ที่ควบตำแหน่ง มท.1 อยู่ด้วยเช่นกัน ว่าจะปล่อยให้สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แรงขึ้นกว่านี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นหลักฐานสำคัญ ให้ฝ่ายค้านนำไปขยายผลว่าไร้ประสิทธิภาพ หรือบริหารล้มเหลวในการอภิปรายไม่ไว้ไวางใจในอนาคตได้…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews