อภิสิทธ์เจ้าภาพอเมริกา “ทรัมป์” สั่งผ่อนปรนใบแดง “บาโลกัน” สุดท้ายตกรอบ

ข่าว กีฬา
สรุปดราม่า “ทรัมป์-บาโลกัน” จากใบแดงสู่การตกรอบของสหรัฐฯ จุดชนวนคำถามใหญ่ถึงมาตรฐานฟีฟ่า

 

ศึกฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้มีเพียงเรื่องการแข่งขันในสนามเท่านั้น แต่ยังเกิดดราม่าครั้งใหญ่ที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลก เมื่อกรณีใบแดงของ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าตัวความหวังทีมชาติสหรัฐอเมริกา ลุกลามไปถึงการเมือง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยอมรับว่าได้โทรศัพท์ถึง จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เพื่อขอให้ทบทวนบทลงโทษ ก่อนที่ฟีฟ่าจะตัดสินใจระงับโทษแบน เปิดทางให้ดาวยิงวัย 25 ปี กลับมาลงสนามในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สหรัฐอเมริกาเอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 โดย บาโลกัน ยิงประตูได้ แต่ในช่วงครึ่งหลังกลับถูกผู้ตัดสิน ราฟาเอล เคลาส์ เปลี่ยนคำตัดสินหลังเช็ก VAR และแจกใบแดงโดยตรง จากจังหวะปะทะกับ ตาริก มูฮาเรโมวิช กองหลังบอสเนียฯ ทำให้เจ้าตัวต้องรับโทษแบนอัตโนมัติ 1 นัดตามระเบียบการแข่งขัน ซึ่งเดิมไม่มีช่องทางให้อุทธรณ์

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนเกมรอบ 16 ทีมเพียงไม่นาน ฟีฟ่ากลับสร้างความประหลาดใจด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 27 ของระเบียบวินัย ระงับการบังคับใช้โทษแบนเป็นเวลา 12 เดือน ส่งผลให้ บาโลกัน มีสิทธิ์ลงสนามพบเบลเยียม แม้ใบแดงจะยังคงอยู่ในประวัติ และหากกระทำผิดในลักษณะเดียวกันภายในระยะเวลาที่กำหนด โทษแบนดังกล่าวจะกลับมามีผลทันที

 

หลังมีคำตัดสินดังกล่าว ทรัมป์ออกมายอมรับว่า เขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับ อินฟานติโน เพื่อขอให้มีการ “ทบทวน” ใบแดงของบาโลกัน เพราะมองว่าเป็นเพียงจังหวะปะทะของนักเตะที่วิ่งเข้าหากัน ไม่ใช่การเล่นนอกเกมหรือการทำฟาวล์รุนแรง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้กดดันหรือสั่งให้ฟีฟ่ากลับคำตัดสิน แต่เห็นว่าคณะกรรมการวินัยได้ตัดสินใจอย่างเหมาะสม และเชื่อว่าหากปล่อยให้บทลงโทษเดิมมีผล จะกลายเป็นรอยด่างของฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

แม้ บาโลกัน จะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยให้ “พญาอินทรี” ผ่านเข้ารอบได้ เมื่อ เบลเยียม โชว์เกมรุกเฉียบขาด บุกถล่มเจ้าภาพร่วม 4-1 โดย ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเรอ เหมาคนเดียว 2 ประตู ก่อน ฮันส์ วานาเกน และ โรเมลู ลูกากู จะยิงเพิ่มอีกคนละลูก ส่วนประตูตีเสมอชั่วคราวของสหรัฐฯ ได้จาก มาลิค ทิลล์แมน

 

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ สหรัฐอเมริกา ยุติเส้นทางไว้เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่ เบลเยียม ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับ สเปน และยังทำให้เจ้าภาพร่วมทั้ง 3 ชาติ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ตกรอบทั้งหมด

 

แม้ผลการแข่งขันจะสิ้นสุดลง แต่ดราม่าเรื่องการระงับโทษแบนของบาโลกันกลับยิ่งร้อนแรงกว่าเดิม สมาคมฟุตบอลเบลเยียมออกแถลงการณ์แสดงความ “ตกตะลึง” ต่อการตัดสินใจของฟีฟ่า พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปกป้องหลักความยุติธรรมและจริยธรรมของวงการฟุตบอล เพราะมองว่าการเปลี่ยนแปลงบทลงโทษระหว่างการแข่งขันอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกฎระเบียบ

 

ขณะเดียวกัน โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ซึ่งต้องเสีย จาเรลล์ ควอนซาห์ จากใบแดงในเกมกับเม็กซิโก ก็ออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎ พร้อมชี้ว่า หากกรณีของบาโลกันสามารถได้รับการทบทวน แล้วเหตุใดกรณีอื่นจึงไม่สามารถดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้ ก่อนที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษจะเปิดเผยว่ากำลังพิจารณาทางเลือกเกี่ยวกับใบแดงของควอนซาห์เช่นกัน

 

แม้ท้ายที่สุด สหรัฐอเมริกา จะตกรอบฟุตบอลโลก และการกลับมาของ บาโลกัน ไม่อาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดได้จุดชนวนคำถามครั้งใหญ่ถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎของฟีฟ่า รวมถึงเส้นแบ่งระหว่างวงการฟุตบอลกับอิทธิพลทางการเมือง ซึ่งยังคงเป็นประเด็นถกเถียงไปทั่วโลก และน่าจะถูกพูดถึงไปอีกนานหลังศึกฟุตบอลโลก 2026 จบลง

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews