ป.ป.ส. เร่งรวบรวมหลักฐานส่งศาลเมลเบิร์น 14 ก.ย. นี้!

ทั่วไป ข่าว
สรุปความคืบหน้า ล่าสุด ป.ป.ส. เร่งรวบรวมหลักฐานส่งศาลเมลเบิร์น คดีแอร์สาวขนเฮโรอีน ลุยขยายผลล่าตัวการใหญ่

 

จากคดีแอร์สาวชาวไทยที่ถูกทางการออสเตรเลียควบคุมตัวหลังพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสัมภาระ ล่าสุด ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้สอดคล้องกัน เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี
และส่งข้อมูลให้ทางการออสเตรเลียใช้ในกระบวนการพิจารณาของศาลแขวงเมลเบิร์นซึ่งมีกำหนดนัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 กันยายนนี้

 

ป.ป.ส. ระบุว่า คดีนี้เข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงได้รับการรับเป็นคดีพิเศษโดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำสำนวนขณะที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด รับผิดชอบขยายผลติดตามเครือข่ายผู้ลักลอบขนยาและกองบัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบการสืบสวนในพื้นที่กรุงเทพฯ
รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนไหวและยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ

 

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบตั้งแต่การลำเลียงยาเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน การบรรจุยาและจัดเตรียมพัสดุไปจนถึงการหาผู้รับจ้างลำเลียงเดินทางไปต่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า
ขณะนี้ทราบตัวการสำคัญที่อยู่ฝั่งประเทศลาวแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ

 

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องหลายราย ทั้งนายอุทัย ผู้รับหน้าที่นำพัสดุไปส่งรวมถึงสองสามีภรรยา นายอาทิตย์ และนางทัดสะพอน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องหาสำคัญในเครือข่ายลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติ โดยข้อมูลทั้งหมดอยู่ระหว่างนำมาขยายผลเชื่อมโยงถึงผู้บงการรายใหญ่

 

ในส่วนของแอร์สาว ป.ป.ส. ระบุว่า จากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเจ้าตัวรู้เห็นกับการซุกซ่อนเฮโรอีนหรือไม่โดยคำให้การของนายอุทัยระบุว่า เป็นการส่งของให้แอร์สาวเป็นครั้งแรกจึงยังมีความเป็นไปได้ว่า อาจไม่ทราบว่า มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าซึ่งหากผลการสืบสวนในประเทศไทยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ป.ป.ส.จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้สถานทูตไทย กงสุล และทางการออสเตรเลียเพื่อใช้ประกอบการต่อสู้คดี

 

อีกประเด็นที่ ป.ป.ส. เปิดเผยคือ ผลการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระก่อนเดินทางพบว่าเครื่องเอกซเรย์ที่สนามบินในประเทศไทยแสดงภาพเพียงวัตถุทรงแท่งสีส้มตามปกติจึงไม่พบสิ่งผิดปกติในขั้นตอนการตรวจสัมภาระก่อนออกนอกประเทศ

 

ขณะเดียวกัน ทาง ป.ป.ส. ยังประสานงานกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย หรือ AFPเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายปลายทาง หลังพบข้อมูลผู้รับพัสดุเป็นคนไทยที่พำนักอยู่ในออสเตรเลียมานาน และมีหลักฐานการรับพัสดุลักษณะเดียวกันหลายครั้ง

 

ด้านกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้คุมตัวนายอุทัย และนายนันทวัฒน์ ฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยทั้งสองให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีแต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายรวมถึงเส้นทางลำเลียงยาเสพติด เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่