“อนุทิน”คะแนนตก VS เปลี่ยนนายกฯ ศ.

Hot Clips Video

 

รัฐบาลสีน้ำเงิน ของนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังประสบปัญหาวิกฤตศรัทธาอย่างหนัก โดยเฉพาะในประเด็นนิติรัฐนิติธรรม ทั้งเรื่องเก่าคดีฮั้ว สว.,เขากระโดง,รวมถึงการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงที่ผ่านมา กระทั่งคดีสำคัญสั่นสะเทือนระบบราชการไทย ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ”โกงสอบบรรจุข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” ซึ่งอยู่ใต้จมูกของ”อนุทิน”ในฐานะ มท.1 จนมีกระแสข่าวลือข่าวปล่อย หาก”เสี่ยหนู”ไปไม่รอด มีอุบัติเหตุทางการเมือง “นายกฯสำรอง”จะเป็นบุคคล อักษรย่อ “ศ.”

 

 

 

จากประเด็นทางการเมือง คดีเก่าใหม่ รวมถึงการลอยตัวเหนือปัญหาของ”นายกฯหนู”หลายครั้ง ทำให้ ผลโพลจากสถาบันดังในช่วงสุดสัปดาห์ พบว่า “อนุทิน” และพรรคภูมิใจไทย มีคะแนนนิยมลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ จากร้อยละ 29.40 เหลือเพียง ร้อยละ 21.68 สำหรับตัวนายกฯ ขณะพรรคสีน้ำเงิน เหลือเพียง ร้อยละ 17.00 จากที่เคยมีถึงร้อยละ 26.60 เมื่อเดือนก่อน

คะแนนนิยมของ”อนุทิน” ที่ลดลงถึง 7.72% และคะแนนนิยมของพรรค ที่หายไป 9.6% นั้น สะท้อนอะไรออกมาได้หลายอย่าง อาจเป็นการบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” หรือนโยบายช่วยเหลือประชาชนใดๆก็ตาม “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ยังไม่ตอบโจทย์ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้

ประกอบกับข่าวด้านลบของรัฐบาล ที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขหรือบรรเทาอะไรได้ ไล่ตั้งแต่ น้ำมันแพง มีไอ้โม่งกักกตุน จนตอนนี้สงครามตะวันออกกลางหยุดยิงไปแล้ว น้ำมันโลกลดลงเหลือเท่ากับก่อนเกิดสงคราม แต่ราคาน้ำมันในประเทศ แทบไม่ลดลงเลย รวมถึงราคาสินค้าเกษตรหลายอย่างยังตกต่ำ ขายไม่ได้ราคา ตลอดจนมีข่าวการทุจริตการสอบท้องถิ่น, โครงการ TH AI Passport ที่ฝ่ายค้านโจมตี ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐบาลเสียแต้มอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นการทุจริตสองข้าราชการท้องถิ่น ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญต่อเก้าอี้นายกฯ และ มท.1 ของ”อนุทิน” เป็นอย่างมาก เพราะหลังเกิดคดีโกงสอบ มีหลายคนเรียกร้องให้ “อนุทิน” ลาออกจาก มท. 1 เพื่อแสดงความรับผิดชอบไปบ้างแล้ว ดังนั้นผลการสอบทุจริตครั้งนี้ ซึ่งล่าสุด มีการระบุ 5 ข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่เปิดเผยชัดเจนนัก ว่าเป็นบุคคลใด ตำแหน่งใด บอกเพียงว่า ตำแหน่งไม่สูงทำไม่ได้หรอก และจากคำพูดดังกล่าว ก็อดคิดย้อนกลับไปไม่ได้เช่นกันว่า คนที่อยู่ในตำแหน่ง มท.1 มายาวนาน จะไม่รู้ระแคะระคายอะไรบ้างเลย ปล่อยให้เกิดเหตุโจ่งครึ่มแบบนี้ได้อย่างไร ดังนั้น หากผลสอบโกง ทำไม่ดี ทำไม่ชัด ตัดตอนแบบค้านสายตา เชื่อว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมตามมาในทางการเมืองอย่างแน่นอน

ประกอบกับเวลาไล่เลี่ยกัน มีการเปิดแผนสำรอง “นายกฯ ศ.” ของทางฝ่ายสีน้ำเงินหาก “อนุทิน”ไปไม่รอด เพราะในสัปดาห์นี้ วันที่ 9 ก.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยชี้ขาด พรก.กู้ 4 แสนล้าน ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งในเบื้องต้น มีการออกมาปฏิเสธ จากหลายคน ทั้งในคณะรัฐมนตรี และจากพรรคภูมิใจไทย โดย “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า “ขอพูดข้อเท็จจริงจากสส.และวิปของรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญเพียง 2 คน อ.อนุทิน ชาญวีรกูล และ ส.สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นอกเหนือจากนี้…ไม่มี ไม่เคยคิด และไม่มีเหตุผลใดที่จะไปเสนอชื่อคนอื่น ที่ไม่ใช่แคนดิเดทของพรรคมาเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมขอหยุดหลอก หยุดลวง หยุดลือ

อย่างไรก้ตาม จากผลโพลที่ออกมา บอกได้คำเดียวว่า คะแนนนิยมของสีน้ำเงิน เสื่อมมนต์ขลังเร็วกว่าที่คิด เพราะแค่ 3 เดือนเอง เพิ่งพ้นช่วงฮันนีมูนเอง คะแนนกลับดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล และ”อนุทิน” เอาเสียเลย จำเป็นต้องเร่งผลงานกอบกู้ความศรัทธาอย่างเร่งด่วน

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่