ข่าวฉาวแวดวงมหาดไทย ยุค”อนุทิน ชาญวีรกูล” มีมาอย่างต่อเนื่อง ไล่เรียงจาก ย้าย 5 ฝ่ายปกครองภูเก็ต ต่อด้วย “แชทหลุดช่วยน้ำเงินด้วย”,รองฯซีฟู้ด จะสั่งย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต,กระทั่งรองผู้ว่า ถูกเด้ง และปิดท้ายด้วย ผู้ว่าฯภูเก็ต ถูกย้ายตามไปอีกราย เรื่องราวดังหมดเกิดขึ้นเร็วมาก และสร้างแรงกระเพื่อมให้ชาวสิงห์อย่างต่อเนื่อง จนมีข่าวลือ แก่งแย่งช่วงชิงอำนาจของสิงห์ผู้ใกล้ชิดนาย
แต่ทั้งหมดดูเหมือนยังอยู่ในการควบคุมบริหารจัดการของ” มท.หนู” กระทั่งมีการจับกุมเครือข่ายโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จังหวัดนนทบุรี และมีการระบุมูลค่าการทุจริตกว่า 4.5 พันล้านมีการ ย้าย”อธิบดีธีรุตต์ ศุภวิบูลย์ผล” การโกงสอบท้องถิ่น กลายเป็นประเด็นใหญ่ ที่สังคมจับตา และมีการขยายวงกว้างต่อเนื่องจนเหมือนจะเกินการควบคุม “วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์” มท.4 กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องทำงานหนักในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อกอบกู้ศรัทธา เรียกคืนความเชื่อมั่น และทันทีที่ผลการสอบสวนชัดเจน มีการยืนยัน ข้าราชการ 5 คนมีส่วนเกี่ยวข้อง “อนุทิน” พูดมาประโยคหนึ่ง น่าสนใจมาก “ตำแหน่งไม่ใหญ่ ทำไม่ได้หรอก”
นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ตั้ง “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เป็นประธาน ขีดเส้น 30 วัน ต้องชัดเจน และให้รายงานความคืบหน้าทุกๆ 10 วัน ขณะเดียวกัน”อรรษิษฐ์ สัมพันธ์รัตน์” ปลัดมหาดไทย ก็ตั้งกรรมการอีกชุดหนึ่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ พร้อมกับย้ายทั้ง 5 คนออกจากตำแหน่งเดิมมาช่วยราชการไว้ก่อน และ “วรศิษฏ์”เปิดเผยอีกว่า พบกระดาษคำตอบสอบื้องถิ่น 5 พันคนไม่ตรงกับคะแนนคนได้บรรจุ
จะว่าไปแล้ว คดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่สะเทือนมหาดไทยอยู่ในเวลานี้ อาจมองได้ทั้งเป็น “วิกฤต” และ “โอกาส” สำหรับ “นายกฯอนุทิน” ในฐานะเจ้ากระทรวงคลองหลอด เพราะนับตั้งแต่วันที่มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องขณะกำลังเข้าไปแก้คะแนนสอบในไฟล์ เรื่องนี้ ถูกจับตาและตั้งข้อสังเกตกันมาตลอดว่า ว่าการโกงสอบครั้งนี้ ซึ่งมีมูลค่าการทุจริต 4.5 พันล้าน จะมีเพียง “ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย” เพียง 4 -5 คน เท่านั้น ที่ถูกจับ หรือเรื่องนี้จะขยายผล สาวไปถึงตัวการที่ใหญ่กว่าได้หรือไม่ และที่สำคัญที่สุด “อนุทิน” เป็น มท.1 มาตั้งแต่ยุค “เศรษฐา ทวีสิน-แพทองธาร ชินวัตร”จนกระทั่งยุคปัจจุบัน จะไม่รู้อะไรระแคะระคายบ้างเลยได้อย่างไร
พูดกันง่ายๆ ถ้าตัดจบแค่ 5 คนที่ถูกสอบวินัยร้ายแรง คงสร้างความเชื่อมั่น เรียกคืนความศรัทธาไม่ได้ แต่ในทางกลับกัน หากขยายผลจับกุมตัวใหญ่กว่า และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังได้ “อนุทิน” จะกลายเป็นฮีโร่ กลายเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ปราบทุจริต ปราบโกงอย่างแท้จริง แม้ก่อนหน้านี้ ตัวเองจะถูกกล่าวหาพาดพิงเรื่องฮั้ว สว.,เขากระโดง และโกงเลือกตั้งบ้างก็ตาม
ดังนั้น แม้การพบการโกงสอบท้องถิ่น จะเป็นวิกฤต ขั้นรุนแรงของ “อนุทิน” และกระทรวงมหาดไทย แต่หากเดินหน้าตรวจสอบเอาผิดขบวนการทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างจริงจัง ก็ดูเหมือนจะเป็น”โอกาส”ของ”นายกฯหนู” จะได้ทำผลงานใหญ่ ทำความจริงให้เปิดเผยต่อสังคม แมถยังอาจปฏิรูป รื้อระบบราชการ ที่กำลังส่งผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดินได้ด้วย แต่กลับกัน จะเป็นวิกฤตซ้ำซ้อน สำหรับรัฐบาล และตัวของ”อนุทิน”เองได้เช่นกัน หากขยายผลไปแล้ว ดันไปพัวพันกับคนใกล้ชิด หรือเครือข่ายของคนมากบารมีที่สนับสนุน หรือเชื่อมโยงอยู่ในพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว “โกงสอบท้องถิ่น” จะเป็น “วิกฤต” หรือ “โอกาส” ล้วนอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews