ขัดแย้งบทใหม่! “ส้ม-น้ำเงิน” ซัดกันนัว”สสร.”ส่อชะลอแก้ รธน.

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

หมากกระดานรื้อกติกาสูงสุดของประเทศอย่างรัฐธรรมนูญ 2560 ส่อเค้าต้องติดหล่มและสะดุดขาตัวเองอีกครั้ง ภายหลังจากที่แกนนำกรรมาธิการของสองสภา เดินสายเข้าหารือตรงกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและได้ไฟเขียวว่า “ประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้ 100%” แต่แทนที่สัญญาณนี้จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉลุย กลับกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการเปิดศึกน้ำลายและซัดกันนัวรอบใหม่ระหว่าง “ค่ายสีส้ม” พรรคประชาชน และ “ค่ายสีน้ำเงิน” ภูมิใจไทย จนสถานการณ์ล่าสุด ลุกลามไปถึงขั้นมีความพยายามเสนอให้ “ชะลอ” การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระแรกออกไปก่อน ซึ่งอาจส่งผลให้ความหวังในการได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ลากยาวเกินปี 2572

 

ฝ่ายค้านเดินเกมรุกทันที นำโดย “เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันว่า นี่ไม่ใช่สงครามระหว่างพรรค แต่เป็นสงครามกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ครอบงำองค์กรอิสระและธุรกิจการเมือง พร้อมระบุว่า ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดแล้วว่า สสร. มาจากการเลือกตั้งตรงได้ 100% พรรคประชาชนจึงเตรียมทบทวนปรับปรุงร่างใหม่ และขอเรียกร้องให้รัฐสภา “ชะลอ” วันนัดประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญวาระแรกที่จะเกิดขึ้นออกไปก่อน เพราะประชาชนรอได้หากได้ร่างที่ดีที่สุด

 

ขณะที่ “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” ขยี้ซ้ำ ตั้งคำถามจี้ใจดำพรรคภูมิใจไทยว่า การรีบออกมาปฏิเสธข้อมูลใหม่จากศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเพราะมีธงในใจที่ต้องการฉวยโอกาสจากความคลุมเครือ เพื่อปิดประตู สสร. เลือกตั้ง และปูทางไปสู่กติกาที่ระบอบสีน้ำเงินสามารถผูกขาดได้ทั้งคนร่างและเนื้อหาใช่หรือไม่?

 

เจอฝั่งส้มจัดหนัก ค่ายสีน้ำเงินไม่ยอมอยู่เฉย “นิกร จำนง” แกนนำภูมิใจไทย แถลงสวนกลับผู้นำฝ่ายค้านอย่างดุเดือด เปรียบเทียบ “ณัฐพงษ์” เป็นกัปตันเรือลำใหญ่ที่กำลังจะพาเรือบรรทุกความหวังของประชาชนไปชนกำแพงจนล่มอีกรอบ ยืนยันว่า ผลการหารือไม่ใช่คำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ หากพรรคการเมืองฝืนส่งร่างที่สุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญเข้าไป อาจถูกยื่นร้องเรียนเรื่อง “ผิดจริยธรรมร้ายแรง” ได้

 

และการมาขอชะลออ้างรอร่างภาคประชาชน จะทำให้กระบวนการล่าช้าขยับไปเกินปี 2572 แน่นอน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อย่ามาโยนบาปให้รัฐบาล

 

ด้าน “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำทับเตือนสติพรรคประชาชนว่า อย่านำความเห็นส่วนบุคคลมาแทนคำวินิจฉัยศาล และขอให้ย้อนนึกถึงบทเรียนปี 2567 ที่เคยตีความสถานการณ์คลาดเคลื่อนมาแล้ว ย้ำว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นเกมแข่งขันเพื่อเอาเครดิตทางการเมือง

 

ศึกสายเลือดระหว่างสีส้มและสีน้ำเงินในครั้งนี้ ลึกซึ้งกว่าเรื่องทางเทคนิคกฎหมาย แต่มันคือการต่อสู้เพื่อช่วงชิง “ความชอบธรรมเชิงโครงสร้าง” ฝ่ายค้านต้องการ สสร. ที่มาจากประชาชนเพื่อล้างบางมรดกคณะรัฐประหาร ขณะที่ฝั่งภูมิใจไทยยึดแนวทางที่ปลอดภัยเซฟตี้ตัวเองภายใต้กรอบนิติรัฐ

 

การเสนอให้ชะลอการพิจารณาในครั้งนี้ จึงเป็นหมากบังคับที่อาจทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องยืดเยื้อออกไปอย่างไม่มีกำหนด และท้าทายสายตาประชาชนว่า สุดท้ายแล้วรัฐสภาแห่งนี้ ต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแท้จริง หรือเป็นเพียงแค่สนามเล่นเกมยื้อกติกาเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มการเมือง

 

 


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา