“ทับลาน”มรดกโลก มติเฉือนพื้นที่ ยุติพิพาท รักษาป่า?

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

“ป่าทับลาน” และ “เซฟทับลาน” กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในช่วงเวลานี้ หลัง คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อน แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ในจังหวัดปราจีนบุรี นครราชสีมา และ สระแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ 265,286 ไร่ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนที่ยืดเยื้อมากกว่า 50 ปี โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 กลุ่ม ท่มกลางเสียงคัดค้านจากประชาชนเกือบ 1 ล้านคน

 

 

คำว่า “ป่าทับลาน” มีที่มาจากลักษณะเด่นของระบบนิเวศในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบบนเขาละมั่ง อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีต้นลานป่าขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น จนถูกเรียกว่า “ป่าลาน” ทับลานเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เป็นระเบียงนิเวศที่เชื่อมต่อผืนป่าสำคัญ และเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้ “อุทยานแห่งชาติทับลาน” เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ภายใต้ชื่อ “กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่” เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายาก เช่น ช้างป่า กระทิง เสือโคร่ง และเลียงผา

“อุทยานแห่งชาติทับลาน” เป็นผืนป่ามรดกโลกที่สำคัญของไทย แต่มีตำนานความขัดแย้ง การทับซ้อนของที่ดิน และแนวเขต ระหว่างรัฐกับประชาชนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 50 ปี โดยปัญหาทับซ้อนของที่ดิน มีมานานตั้งแต่ก่อนมีการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ ในปี 2524 โดยพื้นที่บริเวณนี้ มีชุมชนตั้งถิ่นฐาน และได้รับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินจากนโยบายรัฐมาก่อน ตั้งแต่ช่วงปี 2510-2530 ซึ่งรัฐบาลมีโครงการจัดสรรที่ดินทำกิน และเพื่อความมั่นคง คือใช้คนเข้ามาอยู่ในพื้นที่เพื่อผลักดันคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างสิทธิทำกินของประชาชน และพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย นำไปสู่ข้อพิพาท การร้องเรียน ฟ้องร้องนับร้อยคดี จนรัฐบาลต่อๆมาต้องหาทางแก้ปัญหา จนมีมติของคณะกรรมการอุทยานดังกล่าว

ไทม์ไลน์ปัญหา “ทับลาน” ในปี พ.ศ.2520 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี เพื่อจัดสรรพื้นที่รองรับประชาชนในบางพื้นที่, ต่อมา พ.ศ.2524 มีประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติทับลาน ครอบคลุมพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ปี พ.ศ.2535 รัฐบาลมีมติสนับสนุนโครงการด้านความมั่นคง และการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนในบางพื้นที่ ซึ่งบางส่วนอยู่ในแนวเขตที่ภายหลังถูกกำหนดเป็นพื้นที่อนุรักษ์, กระทั่ง พ.ศ.2540-2565 เกิดข้อพิพาทด้านสิทธิที่ดิน การร้องเรียน และคดีความเกี่ยวกับการครอบครองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง, และ 14 มีนาคม 2566 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อนระหว่างหน่วยงาน มีการนำแผนที่ One Map มาใช้ ก่อนที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเห็นชอบแนวทางปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และเสนอทบทวนมติ ครม.เดิม เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันไม่มีการยกเลิกอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมดตามข่าวลือ เป็นการจัดระเบียบพื้นที่ ที่มีข้อพิพาทและทับซ้อน เพื่อให้เกิดความชัดเจนทั้งในด้านการอนุรักษ์ และสิทธิของประชาชน โดยยึดหลัก กฎหมาย ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงประจักษ์ ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมเตรียมสำรวจพื้นที่เพิ่มเติมประมาณ 86,966 ไร่ เพื่อพิจารณาประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติในอนาคต

ขณะที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า มติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อน แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ไม่ได้กระทบต่อคุณค่าโดดเด่นสากลของพื้นที่มรดกโลก และมีการรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการมรดกโลกได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ส่วนคดีบุกรุกพื้นที่ป่าที่เกิดขึ้น ก่อนการปรับแนวเขตยังต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพื้นที่ ที่กำลังจะถูกส่งมอบให้หน่วยงานอื่นจะไม่รับรองสิทธิแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม แม้ รัฐบาล กรมอุทยาน จะยืนยันว่า นี่คือความพยายามแก้ไขปัญหาที่สะสมมานานกว่า 50 ปี จากความไม่สอดคล้องกันของนโยบายรัฐในอดีต แต่หลายฝ่ายยังคงกังวลใจว่า จะเป็นการเอื้อนายทุน และผู้มีอิทธิพลที่ลักลอบ บุกรุก ครอบครองพื้นที่ป่า หรือกว้านซื้อเปลี่ยนที่ดิน สปก. เป็นรีสอร์ท จนล่าสุด อุทยานแห่งชาติทับลาน ออกประกาศย้ำชัด พื้นที่อุทยานฯ ยังคงมีสถานะเป็นเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมาย ห้ามซื้อขาย แลกเปลี่ยน โอนสิทธิ หรือเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองเพื่อทำประโยชน์ในพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการโฆษณาหรือการแอบอ้างสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงต้องติดตามต่อไปว่า แนวทางดังกล่าว จะรักษา”ป่าทับลาน”ให้เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์ เป็นมรดกโลกต่อไป หรือเปิดช่องให้มีการฮุบพื้นที่ป่าเพิ่มเติมอีกในอนาคต…

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา