นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยา และคณะ ได้เดินทางถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย หลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ พร้อมได้หารือทวิภาคีกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด เมื่อกองทัพยูเครนเปิดฉากโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี พุ่งเป้าโจมตีกรุงมอสโก ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้หลายพื้นที่ และกระทบต่อระบบคมนาคมของรัสเซียอย่างหนัก ทำให้กำหนดการเดินทางกลับของคณะนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งเร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิมถึง 1 ชั่วโมง และเมื่อถึงไทย นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ยังได้มารอเข้าพบนายกรัฐมนตรีไทย ที่คาดว่า เพื่อรายงานสถานการณ์ล่าสุดในกรุงมอสโก ภายหลังการโจมตีครั้งใหญ่ของยูเครน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้มีการเปิดเผยว่า ระหว่างอยู่ในรัสเซีย ทางการรัสเซียได้แจ้งเตือนผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนให้เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็น เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น
แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ แต่รัฐบาลไทยได้ติดตามความปลอดภัยของคนไทยในรัสเซียอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าคนไทยในรัสเซียยังปลอดภัย และได้กำชับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ให้เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือในทุกกรณีฉุกเฉิน พร้อมทั้งได้หารือกับเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งมีความพร้อมในการดูแลคนไทยอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ในขณะด้านความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาล และกองทัพ ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และต้องมีความพร้อมตลอดเวลา
สิ่งที่น่าสนใจ คือ ระหว่างการประชุมอาเซียน-รัสเซีย นายอนุทิน มีโอกาสพบกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และได้ใช้โอกาสดังกล่าวพูดคุยกันสั้น ๆ ในลักษณะไม่เป็นทางการ หรืออย่างที่เจ้าตัวเปรียบเปรยว่า “เหมือนดึงข้อศอกมาคุยกัน” ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจมารยาททางการทูต และไม่มีประเด็นใดที่เหนือความคาดหมาย
โดยนายกรัฐมนตรี ได้มีการยืนยันจุดยืนของประเทศไทย ทั้งในเรื่องการใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ตลอดจนแนวทางการเจรจาในกรอบทวิภาคีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) พร้อมระบุชัดเจนว่า หากกระบวนการตาม UNCLOS เดินเข้าสู่แนวทาง “การประนีประนอมภาคบังคับ” ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องชะลอการเจรจาในกรอบอื่นไว้ก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่รัฐบาลได้กำหนดเอาไว้
ขณะที่ในมุมของกัมพูชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายฮุน มาเนต ยืนยันเช่นกันว่า ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งสองประเทศ
แม้ต่างฝ่ายต่างไม่ต้องการเผชิญหน้า แต่ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยไทยเสนอให้ใช้การพูดคุยในกรอบที่มีอยู่ ขณะที่กัมพูชาเลือกใช้แนวทางประนีประนอมภาคบังคับ ซึ่งไทยก็ได้จัดเตรียมทีมผู้แทนไว้แล้ว และพร้อมพิจารณาผลที่ออกมาตามความเหมาะสม
ส่วนประเด็นการเปิดด่านชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งสองประเทศให้ความสนใจ นายกรัฐมนตรีถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวติดตลกว่า ไม่คิดจะหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพูด เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อความรู้สึกของคนไทย พร้อมกล่าวว่า “ไม่เอา”
อย่างไรก็ดี หากมองในเรื่องของภารกิจการเดินทางเยือนรัสเซียครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความมั่นคงระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องมีความพร้อมตลอดเวลา เพราะไทยเองได้เห็นภาพของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริงในอีกซีกโลกหนึ่ง ขณะที่ในภูมิภาคของเราเอง ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง เพราะบทเรียนจากหลายพื้นที่ทั่วโลก ที่ยังมีความเปราะบาง และไฟพร้อมปะทุเกิดได้ทุกเมื่อ..
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews