พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอกเขมชาติ ประกายหงส์มณีผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงผลการตรวจค้นเครือข่าย ชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) จากการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินหมุนเวียนในระบบที่เกี่ยวข้องกับ Forex (ซึ่งประเทศไทย ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง) จากการสืบสวนสอบสวน บริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือ โบรกเกอร์ ที่มีการชักชวนลงทุน แบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มโบรกเกอร์ที่เปิดหน้าเพจชักชวนลงทุน 4 บริษัท ที่เป็นเครือข่ายเดียวกัน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่ชักชวนลงทุนลักษณะสอนเทรด หรือ ( IB ) ทำหน้าที่สอนและส่งต่อไปยังโบรกเกอร์ กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่ม เปย์เมนท์ ที่รับ-ส่งเงิน โดยทั้ง 3 กลุ่มเราพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน
โดย ร้อยตำรวจเอกเขมชาติ บอกว่า คดีดังกล่าวเราทำการสืบสวนมานานกว่า 6 เดือน โดยสืบผ่านแก๊ง สแกมเมอร์และพนันออนไลน์ที่พบช่องทางการโอนผ่าน เปย์เมนต์ ทำให้เห็นช่องว่างว่าทางกลุ่ม Forex มีการโอนเงินผ่านช่องทางดังกล่าวจึงทำการตรวจสอบ
สำหรับพฤติกรรม พบว่า ผู้เสียหายถูกชักชวนจากกลุ่มโบรกเกอร์ให้เข้ามาร่วมเทรดหุ้นโดยมีการสอนและมีการโอนเงินเข้าสู่ เปย์เมนต์ ไปยังสกุลเงินต่างๆ ที่ผ่านมามีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนจำนวนมาก บางคนสูญเสียเงินกว่า 70 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายเป็น พันล้าน
และจากการตรวจสอบเราพบบริษัทของกลุ่ม เปย์เมนต์ จำนวน 19 บริษัทที่ รับโอนเงินผ่าน จากผู้เสียหายซึ่งบางบริษัท ตรวจสอบครบ 15 บริษัทที่มีการดำเนินการอยู่แต่มี 4 บริษัท ตั้งอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีการดำเนินดำเนินการจริง เป็นสถานที่ร้าง แต่มีการจดทะเบียน เชิงพาณิชย์
ส่วนพฤติกรรมของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พบว่ามีการโอนเงินผ่าน Paymer ไปยังบัญชี ของนายพาวุฒิ จำนวน 28 ล้านบาท โดยแบ่งการโอน ครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้งภายใน 1 วัน ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567
แต่เมื่อเงินซึ่งอยู่ในกลุ่มการกระทำความผิดกลุ่มที่ 3
ส่วนนายรัฐภูมิ อยู่ในกลุ่มผู้กระทำความผิดกลุ่มที่หนึ่งคือกลุ่มโบรกเกอร์ ที่มีการชักชวนผู้เสียหายเข้ามาร่วมลงทุน
ร้อยตำรวจเอกเขมชาติ ยืนยันว่า ทั้งสองคนยังไม่มีการออกหมายจับหรือหมายเรียก และยังไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิด แต่ยังคงเปิดโอกาสให้เข้ามาชี้แจง หรือนำข้อมูลมาให้เรา ซึ่งเราจะตรวจสอบอย่างละเอียด
รวมถึง ยังยืนยันการดำเนินการดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง ไม่ได้รับความกดดัน แต่เป็นการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านระยะเวลาหนึ่ง และเมื่อถึงเวลาเหมาะสมก็จึงทำการตรวจค้นเพื่อรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงในระยะเวลานี้ซึ่งบอกว่าอาจปล่อยไว้ให้นานกว่านี้ก็จะทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่และอาจจะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น
แต่หลังจากที่มีการปิดสมัยประชุมสภาในช่วงเดือนกรกฎากรกฎาคม จะมีการออกหนังสือเพื่อเชิญนายภาวุธ เข้ามาชี้แจงหรือหากจะเข้ามาก่อนก็ยินดี
หลังการตรวจค้นเมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมามีหมายเรียกพยานให้เข้ามาให้ข้อมูลแล้วก็ยังมีผู้สมัครใจที่เข้ามาให้ข้อมูลโดยจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มที่ถูกระงับบัญชีเบื้องต้น ซึ่งบางรายก็สามารถชี้แจงในบางบัญชีได้ทำให้เห็นได้ชัดว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องรวมถึงบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่เข้าไปเทรดที่อาจจะมีความสงสัยไม่เชื่อมั่นว่าเป็นผู้เสียหายหรือไม่หรือเงินที่เทรดเข้าไปแล้วถูกระงับในระบบจะสามารถถอนเงินได้หรือไม่ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะเร่งตรวจสอบโดยเร็วเพื่อคัดแยกว่าเงินส่วนไหนเกี่ยวข้องกับการความผิดหรือเงินส่วนไหนไม่เกี่ยวข้องให้ผู้เสียหายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews