ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยถูกมองว่าตกอยู่ภายใต้การสยายปีกและกินรวบของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ทั้งในมิติตัวเลขในสภาบน สภาล่าง และองคาพยพฝ่ายบริหาร แต่ในมิติของความมั่นคงทางอำนาจ ไม่มีระบอบใดจะอยู่ค้ำฟ้าได้โดยปราศจากแรงเสียดทาน
มิถุนายน 2569 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อระบอบสีน้ำเงินกำลังเผชิญหน้ากับ “มรสุมรุมเร้า” พร้อมกันถึงสองทาง ด้านหนึ่งคือกลิ่นอายความไม่โปร่งใสในสภาบนอย่าง “คดีฮั้ว สว.” และอีกด้านคือความโปร่งใสของข้าราชการประจำผ่านแชตไลน์หลุดฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” นำมาสู่การเดินเกมรุกคืบเชิงระบบของฝ่ายค้านเพื่อหวังทลายกำแพงอำนาจนี้ลง
หมากกระดานแรกถูกขยี้โดย “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปยหลังเปิดผลประชุมคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระฯ ร่วมกับ กกต. เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา กาง 9 ประเด็นพิรุธลากไส้คดีฮั้ว สว.
จุดโฟกัสอยู่ที่ความลึกลับของ “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36” ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษหลังรัฐธรรมนูญ 60 ประกาศใช้ เพื่อพิจารณาคดีที่มีเอกสารหนากว่า 90,000 หน้าแทนที่จะใช้วิธีสุ่มเวียนตามปกติเหมือน 35 คณะแรก แถมยังมี “คนนอก” นั่งร่วมเก้าอี้ และท้ายที่สุดอนุฯ ชุดที่ 36 นี้ มีมติสวนทางกับคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่ทำงานร่วมกับดีเอสไอ (DSI) โดยสั่ง “ยกคำร้อง” ปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนให้รอดพ้นจากการไปศาลแบบค้านสายตา ฝ่ายค้านดักคอทันทีว่า กกต. ใหญ่ต้องมีมติชี้ขาดภายในเดือนกันยายนนี้ และหากแอบอุ้มใครไว้จนเกิดข้อครหาฟอกขาว ฝ่ายสังเกตการณ์เมือง จะจับมือเช็กบิลแน่นอน
เมื่อโดนไล่บี้หนักทำให้ สว. ฝ่ายสีน้ำเงินไม่ยอมอยู่เฉย “พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์” พร้อมด้วย “พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร” แท็กทีมแถลงโต้ตอบ “พริษฐ์” ทันที กางข้อกฎหมายอ้างคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง ลั่นวาจาชัดเจนว่า “การพกโพยหรือจดหมายเลขผู้สมัครเข้าไปในคูหา ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย” พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายค้านว่า นำคลิปหลักฐานในสำนวนลับของ กกต. ออกมาเผยแพร่ได้อย่างไร หวังสร้างกระแสดิสเครดิตวุฒิสภาหรือไม่
ขณะที่ “พล.ต.ต.สุนทร” ร้องให้ กกต. ตรวจสอบกระบวนการของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน กรณีมีการจัดประชุมนัดแนะแลกคะแนนกันที่โรงแรมย่านเมืองทองธานี ย้ำว่าหากจะสอบ ต้องสอบให้เท่าเทียมกันทุกกลุ่ม
อีกหนึ่งมรสุมที่บั่นทอนศรัทธาในระบบราชการคือปมไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งเป็นการร้องเรียนกรณีอธิบดีกรมการปกครองส่งข้อความหาปลัดจังหวัดภูเก็ตส่อแววแทรกแซงการเลือกตั้ง ล่าสุด “ภคมน หนุนอนันต์” ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ออกมาแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรง หลัง “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครองเบี้ยวนัดไม่ยอมมาแจงเองเป็นครั้งที่ 2 แต่ส่งรองอธิบดีคนเดิมมาทำหน้าที่รับหน้าแทนจนถูกประธานเชิญกลับ
ฝ่ายค้านทวงถามคำมั่นจากนายกรัฐมนตรีเรื่องการตั้งกรรมการสอบสวนที่ยังนิ่งสนิทผ่านมาแล้วกว่า 2 สัปดาห์ พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่า หากยังคง “ตีมึนและชะล่าใจ” การประชุมครั้งหน้า กมธ. จะงัดอาวุธหนักอย่าง พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ มาบังคับใช้ตามกฎหมายเพื่อลากตัวมาชี้แจงให้ได้
ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดเจนว่า อำนาจที่ได้มาจากการวางกติกาเชิงโครงสร้างเอื้อพวกพ้องและกลไกข้าราชการกำลังถูกท้าทายอย่างหนักหน่วงด้วยกระบวนการตรวจสอบทางนิติบัญญัติ วิกฤตศรัทธาทั้งในคดีฮั้ว สว. และแชทหลุดมหาดไทย จะกลายเป็นโดมิโนตัวแรกที่ทำลายความชะล่าใจของชนชั้นนำหรือไม่ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศกำลังร่วมกันจับตาและเป็นผู้ตัดสิน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews