ก่อนหน้านี้ มีการยืนยันว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้กำชับให้รัฐมนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสัดส่วนของพรรค เร่งสร้างผลงาน ให้เป็นที่ประจักษ์ โดยจะมีการประเมินภายใน 1 ปี ใครไม่เข้าเป้าก็จะปรับออก
ล่าสุด “อนุทิน” กลับจากรัสเซีย ก็ชี้แจงว่า เดามาจากในเครื่องแล้วว่าถูกถามเรื่องนี้ ก่อนระบุ รัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ ฉะนั้นจะต้องมีการประเมินผลงานอยู่แล้ว ในส่วนของภูมิใจไทย ทุกคนต้องทำงานทุ่มเททุกอย่างให้กับรัฐบาล ประเทศและประชาชน ไม่ต้องวัด KPI เพราะมีแต่ API หรือ “อนุทิน PI” เท่านั้น
“อนุทิน” ชี้แจงต่อว่า ไม่ได้วางหลักเกณฑ์ตายตัว และไม่มีกำหนดเวลา เพราะหากทำความเสียหายให้กับบ้านเมือง ก็จะต้องพิจารณาแก้ไขในทันที แต่ตอนนี้ ยังไม่คิดปรับ ครม.ทุกคนยังทำงานกันได้ด้วยดี บางคนแค่อ่อนประสบการณ์ อ่อนพีอาร์เท่านั้น
“สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ”รัฐมนตรีช่วยคมนาคม และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “คิดว่าเป็นสไตล์ของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว อีกทั้งโจทย์ตั้งแต่วันแรกรัฐมนตรี และผู้มีตำแหน่งในทุกกรรมาธิการ จะต้องทำงาน และมีผลงานเชิงประจักษ์ การส่งสัญญาณดังกล่าวเป็นการกระตุ้นให้ทำงานมากกว่า
ส่วน “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา รองหัวหน้าพรรคอีกคน ก็สนับสนุนแนวทางของ”นายกฯหนู” พร้อมอธิบายว่า นายกฯพูดแบบนี้ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทุกคนต้องทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีใครสามารถยึดเก้าอี้ได้นานหากไม่ทำงาน
ในทางกลับกัน หากย้อนกลับไปดูที่ตัวบุคคล ที่รับตำแหน่งรัฐมนตรี และประธานกรรมาธิการ ก่อนหน้านี้ของพรรคสีน้ำเงิน จะเห็นชัดว่า เป็นโควตาที่ตายตัว สมัยร่วมงานเป็นรัฐบาล ยุค”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เกือบ 4 ปี แทบไม่มีการเปลี่ยนตัว รัฐมนตรีเลย กระทั่ง “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ”ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ขณะในยุค”เศรษฐา ทวีสิน” และ แพทองธาร ชินวัตร” รัฐมนตรีของภูมิใจไทย ก็หน้าเดิม คนเดิมทั้งหมด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย จึงทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ที่ผ่านมา มีการประเมินผลงานแบบจริงจังหรือไม่
นักวิเคราะห์ทางการเมือง มองประเด็นนี้ว่า เป็นการพยายามบริหาร และรักษาสมดุลในพรรค เพราะพรรคโตขึ้น ไม่เหมือนเมื่อครั้งเป็นพรรคร่วมขนาดกลาง พอเป็นพรรคขนาดใหญ่ จำเป็นต้องถ่วงดุลกลุ่มต่างๆในพรรคมากขึ้น การส่งสัญญาณประเมิน KPI ขู่ปรับออกใครไม่ผ่านเกณฑ์ เป็นการกระตุ้นให้คนมีตำแหน่งทำงาน และยังให้ความหวังกับคนที่อกหัก ว่ายังมีโอกาส ถือเป็นหมากการเมืองที่ค่อนข้างรัดกุมพอสมควร
อย่างไรก็ตาม หลังมีการส่งสัญญาณแบบนี้ออกมา หลายคนมองว่า กลุ่มที่น่าเป็นห่วง ไม่ใช่รุ่นใหญ่ขาประจำ ที่มีตำแหน่งต่อเนื่องของพรรคสีน้ำเงิน แต่กลุ่ม”ลูกเทพ” รัฐมนตรีหน้าใหม่ และรัฐมนตรีที่ย้ายพรรคมาต่างหาก กำลังถูก “อนุทิน” หมายหัว ขันน็อตให้เร่งโชว์ผลงาน เพราะ 2 เดือนที่ผ่านมา มีหลายคน หลายโครงการ ที่พยายามผลักดันแล้วไม่ราบรื่น เช่น แลนด์บริดจ์ แถมยังกลายเป็นเป้า ให้ฝ่ายค้านโจมตี โดยเฉพาะ “TH AI Passport” ของ”ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews