ดีเอสไอ เปิดเส้นเงิน Forex โยง “ภาวุธ” สส.พรรคประชาชน

อาชญากรรม ข่าว

 

ดีเอสไอ เปิดเส้นเงิน Forex โยง “ภาวุธ” สส.พรรคประชาชน 28 ล้าน โอนครั้งละ 2 ล้าน 14 ครั้งภายในวันเดียว ยันไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง

 

 

พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอกเขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงผลการตรวจค้นเครือข่าย ชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) จากการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินหมุนเวียนในระบบที่เกี่ยวข้องกับ Forex (ซึ่งประเทศไทย ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง)

จากการสืบสวนสอบสวน บริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือ โบรกเกอร์ ที่มีการชักชวนลงทุน แบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มโบรกเกอร์ที่เปิดหน้าเพจชักชวนลงทุน 4 บริษัท ที่เป็นเครือข่ายเดียวกัน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่ชักชวนลงทุนลักษณะสอนเทรด หรือ ( IB ) ทำหน้าที่สอนและส่งต่อไปยังโบรกเกอร์ กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่ม เปย์เมนท์ ที่รับ-ส่งเงิน โดยทั้ง 3 กลุ่มเราพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน

 

 

โดย ร้อยตำรวจเอกเขมชาติ บอกว่า คดีดังกล่าวเราทำการสืบสวนมานานกว่า 6 เดือน โดยสืบผ่านแก๊ง สแกมเมอร์และพนันออนไลน์ที่พบช่องทางการโอนผ่าน เปย์เมนต์ ทำให้เห็นช่องว่างว่าทางกลุ่ม Forex มีการโอนเงินผ่านช่องทางดังกล่าวจึงทำการตรวจสอบ

สำหรับพฤติกรรม พบว่า ผู้เสียหายถูกชักชวนจากกลุ่มโบรกเกอร์ให้เข้ามาร่วมเทรดหุ้นโดยมีการสอนและมีการโอนเงินเข้าสู่ เปย์เมนต์ ไปยังสกุลเงินต่างๆ ที่ผ่านมามีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนจำนวนมาก บางคนสูญเสียเงินกว่า 70 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายเป็น พันล้าน

และจากการตรวจสอบเราพบบริษัทของกลุ่ม เปย์เมนต์ จำนวน 19 บริษัทที่ รับโอนเงินผ่าน จากผู้เสียหายซึ่งบางบริษัท ตรวจสอบครบ 15 บริษัทที่มีการดำเนินการอยู่แต่มี 4 บริษัท ตั้งอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีการดำเนินดำเนินการจริง เป็นสถานที่ร้าง แต่มีการจดทะเบียน เชิงพาณิชย์

 

 

ส่วนพฤติกรรมของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พบว่ามีการโอนเงินผ่าน Paymer ไปยังบัญชี ของนายพาวุฒิ จำนวน 28 ล้านบาท โดยแบ่งการโอน ครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้งภายใน 1 วัน ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 แต่เมื่อเงินซึ่งอยู่ในกลุ่มการกระทำความผิดกลุ่มที่ 3

ส่วนนายรัฐภูมิ อยู่ในกลุ่มผู้กระทำความผิดกลุ่มที่หนึ่งคือกลุ่มโบรกเกอร์ ที่มีการชักชวนผู้เสียหายเข้ามาร่วมลงทุน

ร้อยตำรวจเอกเขมชาติ ยืนยันว่า ทั้งสองคนยังไม่มีการออกหมายจับหรือหมายเรียก และยังไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิด แต่ยังคงเปิดโอกาสให้เข้ามาชี้แจง หรือนำข้อมูลมาให้เรา ซึ่งเราจะตรวจสอบอย่างละเอียด

 

 

รวมถึง ยังยืนยันการดำเนินการดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง ไม่ได้รับความกดดัน แต่เป็นการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านระยะเวลาหนึ่ง และเมื่อถึงเวลาเหมาะสมก็จึงทำการตรวจค้นเพื่อรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงในระยะเวลานี้ซึ่งบอกว่าอาจปล่อยไว้ให้นานกว่านี้ก็จะทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่และอาจจะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น

แต่หลังจากที่มีการปิดสมัยประชุมสภาในช่วงเดือนกรกฎากรกฎาคม จะมีการออกหนังสือเพื่อเชิญนายภาวุธ เข้ามาชี้แจงหรือหากจะเข้ามาก่อนก็ยินดี

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา