“อัลมิรอน” จารึกประวัติศาสตร์ โดนใบแดงแรกของโลกจากกฎใหม่ “ห้ามปิดปากพูด”

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

จับตากฎใหม่แผลงฤทธิ์ “อัลมิรอน” จารึกประวัติศาสตร์โลก โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม เหตุปิดปากเผชิญหน้าคู่แข่งคนแรกของโลก

 

 

ปารากวัยเฉือนตุรกี 1-0 ฟุตบอลโลก 2026 แต่ดราม่ากลางเกมเกิด VAR ไล่ “อัลมิรอน” เหตุใช้มือปิดปากระหว่างเผชิญหน้า คู่แข่ง ด้านกฎใหม่ IFAB ถูกจับตาหนักทั้งวงการ

ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D นัดที่ 2 กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ลูกหนัง หลังเกิดเหตุการณ์สำคัญจากการบังคับใช้กฎใหม่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (IFAB) ซึ่งส่งผลให้ มิเกล อัลมิรอน กองกลางทีมชาติปารากวัย ถูกชูใบแดงไล่ออกจากสนามเป็นครั้งแรกจากข้อหาละเมิดกฎดังกล่าว ในเกมที่ปารากวัยเฉือนชนะตุรกี 1-0 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่สนามลีวายส์ สเตเดี้ยม สหรัฐอเมริกา

เกมนี้ปารากวัยออกนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จาก มาติอาส กาลาร์ซา ซึ่งเป็นประตูเดียวของเกม ก่อนที่ทีมจากอเมริกาใต้จะพยายามรักษาสกอร์ไว้ตลอด 90 นาที แม้จะต้องเจอกับสถานการณ์กดดันหนักในช่วงครึ่งหลัง โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนทิศทางของเกม

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ระหว่างจังหวะปะทะคารมของ มิเกล อัลมิรอน กับ เมิร์ต มุลดูร์ กองหลังทีมชาติตุรกี โดยภาพถ่ายทอดสดจับได้ว่า อัลมิรอนใช้มือปิดปากขณะพูดโต้ตอบกับคู่กรณี ก่อนที่ผู้ตัดสิน อิวาน บาร์ตัน จะเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ผ่านระบบ VAR และตัดสินใจแจกใบแดงโดยตรงในนาที 45+3 ส่งผลให้ปารากวัยต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนตลอดครึ่งหลัง

สาเหตุของการลงโทษดังกล่าวมาจากกฎใหม่ที่ฟีฟ่าและ IFAB เพิ่งนำมาใช้ในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งระบุว่า หากผู้เล่นใช้มือ เสื้อ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ปิดบังปากขณะเผชิญหน้าหรือมีปากเสียงกับคู่แข่ง ผู้ตัดสินมีสิทธิ์พิจารณาแจกใบแดงโดยตรงทันที โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในสนามแข่งขัน และลดโอกาสการใช้ถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติ เหยียดเพศ หรือข้อความไม่เหมาะสมที่อาจหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากกล้องถ่ายทอดสดและเทคโนโลยี VAR

กฎดังกล่าวถูกเรียกกันในวงการฟุตบอลว่า “กฎเปรสเตียนนี” (Prestianni’s Law) ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลัง จานลูก้า เปรสเตียนนี อดีตนักเตะเบนฟิกา ถูกกล่าวหาว่าใช้ถ้อยคำในเชิงเหยียดใส่ วินิซิอุส จูเนียร์ พร้อมยกเสื้อขึ้นมาปิดปากระหว่างพูดคุยเพื่อหลบเลี่ยงการจับภาพ จนนำไปสู่บทลงโทษแบน 6 นัด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันกฎใหม่ในระดับนานาชาติ

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ฟีฟ่าและ IFAB ได้ร่วมกันพิจารณาและประกาศใช้กฎนี้อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2026 โดยให้ผู้ตัดสินมีอำนาจเต็มในการลงโทษผู้เล่นที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายดังกล่าว แม้จะยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเหมาะสมของบทลงโทษ เนื่องจากการปิดปากระหว่างพูดคุยถือเป็นพฤติกรรมที่นักฟุตบอลใช้กันเป็นปกติ เพื่อป้องกันการอ่านปากหรือสื่อสารท่ามกลางเสียงเชียร์ในสนาม

แม้ฟีฟ่าจะยืนยันว่ากฎนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความโปร่งใสและลดปัญหาการเหยียดหยามในเกมฟุตบอล แต่ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างว่าบทลงโทษอาจรุนแรงเกินไป และอาจนำไปสู่การตีความที่แตกต่างกันของผู้ตัดสินในแต่ละเกม

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในเกมระหว่างปารากวัยกับตุรกีได้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกเป็นที่เรียบร้อย เมื่อ มิเกล อัลมิรอน กลายเป็นนักเตะคนแรกของโลกที่ถูกไล่ออกจากสนามจากการละเมิดกฎห้ามปิดปากระหว่างเผชิญหน้าคู่แข่ง นับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคกติกาใหม่ที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในศึกฟุตบอลโลก 2026

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา