หลังจากปล่อยให้เป็นงูกินหางและเป็นข้ออ้างโต้เถียงกันมานาน เกี่ยวกับขอบเขตอำนาจในการร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศว่า ตกลงแล้วคนไทยจะสามารถเดินเข้าคูหาเลือกตัวแทนไปยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ความคลุมเครือทั้งหมดได้ถูกปลดล็อกลงอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อคณะกรรมาธิการจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จับมือตัวแทนพรรคการเมือง เดินสายเข้าหารือตรงกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จนได้บทสรุปสำคัญที่แปรเปลี่ยนทิศทางการเมืองไทยว่า รัฐสภาสามารถออกแบบกติกาให้มีสมาชิกสภากร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ 100% โดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยเดิมแต่ประการใด
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ “สว.นรเศรษฐ์ ปรัชญากร” ประธาน กมธ.พัฒนาการเมือง วุฒิสภา และ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ถอดรหัสคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตรงกันว่า ถ้อยคำในคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ที่เคยระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” นั้น แท้จริงแล้วหมายถึงการห้ามไม่ให้ประชาชนเลือก “คณะกรรมาธิการยกร่าง” ซึ่งเป็นผู้ลงหมึกเขียนข้อความโดยตรง
แต่หากรัฐสภาออกแบบให้ประชาชนเลือก สสร. 100% เข้ามา แล้วให้ สสร. ตัวแทนเหล่านั้น ไปทำหน้าที่แต่งตั้งและคัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างอีกทอดหนึ่ง จะถือเป็นการยกร่างผ่าน “กระบวนการเลือกตั้งทางอ้อม” ซึ่งสามารถทำได้ตามกรอบประชาธิปไตย และไม่ขัดต่อบรรทัดฐานทางกฎหมาย
สัญญาณนี้ทำให้พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ โดย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขานรับทันที เตรียมรวบรวมรายชื่อและดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 250 เข้าสู่สภาในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ทันกรอบบรรจุวาระแรกในวันที่ 7 และ 8 กรกฎาคมนี้
แน่นอนว่าแรงกระเพื่อมนี้ส่งตรงไปถึงพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างเพื่อไทยทันที “กฤช เอื้อวงศ์” ฝ่ายกฎหมายพรรค ยอมรับว่า เตรียมนำผลหารือนี้เข้าบอร์ดบริหารพรรคในวันที่ 23 มิถุนายน เพื่อปรับแก้เนื้อหาให้กลับมายึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด
ขณะที่ดนตรีการเมืองทวีความร้อนแรงขึ้น เมื่อสิงห์สภาอาวุโสอย่าง “จาตุรนต์ ฉายแสง” ออกมาจุดพลุเปิดหน้าชน เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย “กระโดดข้ามกำแพงความกลัว” บรรจุสัดส่วน สสร. เลือกตั้ง 100% เต็มรูปแบบ ตัดขั้นตอนรัฐสภาล้วงลูก และเตือนสติเรื่องการตั้งโควตา “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ที่หากปล่อยให้ฝั่งอำนาจเดิมจิ้มเลือกเข้ามามากเกินไป จะทำให้เจตนารมณ์ของภาคประชาชนต้องเจือจางลง และกลายเป็นเพียงรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นเพื่อรักษาหน้าและสืบทอดอำนาจของกลุ่มขั้วเดิมเท่านั้น
ฟากฝั่งพรรคภูมิใจไทย โดย “นิกร จำนง” ออกมาเบรกกระแส โดยมองว่า การหารือดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคลของตุลาการบางท่าน ไม่มีผลผูกพันองค์กร ยืนยันเดินหน้าโมเดลให้รัฐสภาคัดเลือก สสร. ต่อไป เพราะมองว่า สสร. ที่เลือกตั้งเข้ามาแต่ไม่มีสิทธิ์ยกร่างเองนั้นไร้ความหมาย
บัดนี้ “ข้ออ้างเรื่องความกลัวว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ” ได้ถูกทำลายลงแล้ว หมากกระดานหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องของข้อกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของ “เจตจำนงทางการเมือง” ว่าผู้มีอำนาจในสภาจะกล้าคืนสิทธิ์ขาดในการดีไซน์ประเทศให้ประชาชนผ่านคูหาเลือกตั้ง สสร. 100% หรือจะยังคงยื้อยุดเพื่อรักษากติกาโครงสร้างโบราณเอาไว้ต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews