ผลงาน 2 ปี สว. ยึดประชาชน ปัดครหา “สว.สีน้ำเงิน”

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

สัปปายะสภาสถาน หรือ รัฐสภา (เกียกกาย) กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อวุฒิสภาเปิดรังแถลงผลงานในรอบ 2 ปี เพื่อรายงานตัวเลขการทำหน้าที่นิติบัญญัติต่อหน้าประชาชน โดยท่านประธานวุฒิสภา มงคล สุระสัจจะ ฉายภาพรวมตลอดสองปีที่ผ่านมา พร้อมโชว์ตัวเลขการกลั่นกรองและผ่านร่างพระราชบัญญัติไปแล้วถึง 57 ฉบับ ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 32 ฉบับ รวมถึงอนุมัติพระราชกำหนดอีก 3 ฉบับ ควบคู่ไปกับการตั้งกระทู้ถามเพื่อจี้ปัญหาบ้านเมืองอีก 443 เรื่อง

 

ขณะที่ในภาคสนาม พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เปิดเผยผลสำเร็จของโครงการ ‘สว.พบประชาชน’ ที่ลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนจากทั่วประเทศกว่า 1,370 เรื่อง ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่คือเรื่องแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน และปัญหาเกษตรกรรม โดยย้ำว่า วุฒิสภาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ส่งต่อและติดตามงานร่วมกับภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านอย่างเป็นระบบ

พลเอก เกรียงไกร ระบุด้วยว่า วุฒิสภาอยู่มาครบ 2 ปี ด้วยความสามัคคี แม้มีความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็ถกเถียงกันได้ ความเห็นที่แตกต่างเปรียบเหมือนดอกไม้หลากสี เมื่อหลอมรวมก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน ส่วนคำวิจารณ์เรื่องคดีฮั้ว สว. นั้น เป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครรู้ตัวดีเท่าตัวของเราเอง เสียงสะท้อนที่ออกมาเราพร้อมรับฟังนำมาแก้ไขปรับปรุง แต่เราจะไม่เอามาบั่นทอนกำลังใจ

แม้จะโชว์ผลงานเชิงตัวเลขอย่างสวยหรู แต่ประธานวุฒิสภา ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องตอบปมร้อนที่สังคมคาใจ โดยเฉพาะข้อครหาเรื่องสภาแห่งนี้ถูกครอบงำจนกลายเป็น ‘สว.สีน้ำเงิน’ รวมถึงประเด็นที่ สว. ชุดนี้เพิ่งใช้ดุลพินิจโหวตเห็นชอบบุคคลไปดำรงตำแหน่ง ‘คณะกรรมการการเลือกตั้ง’ หรือ กกต. ถึง 4 ใน 7 คน ซึ่งนายมงคลยืนยันหนักแน่นว่า ทำหน้าที่อย่างโปร่งใสตามรัฐธรรมนูญ และไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ กกต. คนใด จึงไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน

ด้าน พลเอกเกรียงไกร เสริมว่า เรื่องคดีฮั้ว สว. หรือกระแสวิจารณ์ต่างๆ สำหรับตน คิดว่าเป็นเรื่องนานาจิตตัง โลกใบนี้เรื่องติฉินนินทามันห้ามไม่ได้ แต่เรายังมีกำลังใจดี และต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ หากคำตัดสินทางกฎหมายออกมาอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับ ไม่มีการตะแบงแน่น

ส่วนในมุมมองของฝ่ายค้าน ‘ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาฟาดกลับผลงาน 2 ปีของวุฒิสภาทันที โดยชี้ว่า หากมองจากสายตาของประชาชน ผลงานของ สว. ชุดนี้ยังสอบตก โดยเฉพาะความคลุมเครือของคดีฮั้วเลือก สว. ที่ผ่านมากว่า 2 ปี แต่ทั้ง กกต. และ DSI ยังไม่มีข้อยุติที่เป็นรูปธรรม ซ้ำร้าย สว. ที่ยังมีมลทินในสำนวนคดี กลับเป็นผู้ทำหน้าที่โหวตเลือกคนไปนั่งในองค์กรอิสระ ทั้ง กกต. และ ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่ย้อนกลับมาตรวจสอบ สว. เสียเอง จนกลายเป็นวงจรผลประโยชน์ทับซ้อนที่น่ากังวล

เสียงสะท้อนที่แตกออกเป็นสองมุมในวาระครบ 2 ปีของสภาสูงฝั่งหนึ่งยืนยันว่า ทำหน้าที่เพื่อหัวใจประชาชน แต่อีกฝั่งมองว่า เป็นเพียงการขยายอิทธิพลของขั้วอำนาจการเมือง จากนี้ไปดุลพินิจและกฎหมายทุกฉบับที่จะคลอดจากอ้อมอกของวุฒิสภาแห่งนี้ จะเป็นสิ่งพิสูจน์เพียงหนึ่งเดียวว่า เม็ดเงินภาษีและอำนาจในมือของ สว. ชุดนี้ ถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย หรือทำเพื่อระบอบการเมืองสีใดสีหนึ่ง ตามที่สังคมตั้งคำถามหรือไม่

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่