“โพยฮั้ว สว.”ไม่ผิด สรุปแล้วคดีนี้ใครผิด “กกต.-DSI” ต้องมีคำตอบ

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

มหากาพย์คดี ฮั้ว สว.ที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ แบบจันทร์เว้นจันทร์ ถูกสังคมจับตามากเป็นพิเศษ เพราะมีหลายภาคส่วนเกี่ยวข้อง สว.ตัวจริง, สว.สำรอง, ภาคประชาชน และพรรคการเมือง “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต.เคยยืนยันก่อนหน้านี้ จะทำคดีอย่างรอบคอบรัดกุม เพื่อป้องกันครหา

 

 

 

เดิมที คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วมกันระหว่าง กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน สรุปผลสอบกรณีการฮั้วเลือก สว.ปี 2567 โดยมีมติส่งเรื่องให้ กกต.ดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งสิ้น 229 คน ก่อนที่ต่อมา คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต.กลับมีมติสวนทางคณะสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ด้วยมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่า ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว.จำนวน 229 คน ไม่มีมูลความผิด จึงทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา

ต่อมามีการแฉด้วยคลิป 1 ใน 7 กกต.เดินเก็บโพย และเตือนผู้สมัคร สว. กลายเป็นอีกหลักฐานหนึ่ง ที่สะเทือนต่อการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระอย่าง กกต.อีกครั้ง เพราะจากคลิปนี้ แต่ กกต.ออกมาอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเดินเก็บโพยในคลิปร้อน โดยยกคำตัดสิน เป็นคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ระบุ การนำโพย หรือเอกสาร ที่มีการจดหมายเลขของผู้สมัครอื่น เข้าไปในสถานที่เลือก สว. มิได้มีข้อห้ามไว้โดยตรง จึงเห็นเมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดห้าม หรือกำหนดเป็นความผิดไว้ ผู้สมัครย่อมมีสิทธินำเอกสารใดเข้าไปในสถานที่เลือกได้ กลายเป็นว่า คลิปล่าสุด ที่น่าจะเป็นหลักฐานสำคัญของการฮั้ว สว. ที่ยืดเยื้อมา 2 ปี กลับกลายเป็นว่า “โพยฮั้ว สว.”ไม่ผิด แล้วคดีนี้ จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” คือตัวตั้งตัวตีในการตรวจสอบคดีนี้มาตั้งแต่ต้น มีการส่งมอบพยาน หลักฐานจำนวนมาก ร่วมกับ สว.สำรอง และผู้สมัคร สว.สอบตกให้กับ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ

มีอดีตรัฐมนตรี 2 คน คือ “ภูมิธรรม เวชยชัย” และ “พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง” เป็นโต้โผสำคัญในการดำเนินคดีของทางดีเอสไอ ขณะ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ผู้นำคลิปโพยฮั้ว มาเปิดเผย เป็นอีกตัวละครของฝ่ายการเมือง ที่เดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และพุ่งเป้าไปที่ กกต.ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ มีการสรุปประเด็นที่ กกต.ไม่ตอบ และ ตอบไม่ได้ ในการประชุมกรรมาธิการ จึงน่าสนใจว่าหลังจากนี้ กกต.ชุดใหญ่จะสรุปคดีนี้อย่างไร จะส่งคดีไปถึงศาลหรือไม่

หากท้ายที่สุด กกต.มีมติยกคำร้องว่า ทั้ง 229 ราย ไม่มีความผิดตามกฎหมาย คดีนี้ไปไม่ถึงศาล ในประเด็นนี้ย่อมส่งผลต่อข้อพิจารณาสำนวนคดีของ DSI ทั้งอั้งยี่ซ่องโจร และฟอกเงิน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องเน้นหนักไปที่พยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเป็นหลัก เพื่อส่งให้อัยการคดีพิเศษตรวจสอบความสมบูรณ์ของสำนวนต่อไป

อย่างไรก็ตาม บทสรุปของ คดีฮั้ว สว. ทั้งที่ กกต. และ ที่ ดีเอสไอ ล้วนมีผลต่อความศรัทธา ในกระบวนการยุติธรรม ในการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ อย่าง กกต.ว่าอิสระจริงหรือไม่ รวมถึง “ดีเอสไอ” เพราะเมื่อครั้งรับเป็นคดีพิเศษ 24/2568 เคยสรุปสำนวนไว้ ว่าตอนเลือก สว.1,200 คน มีการกระทำที่มีสัญญาต่อกัน ว่าจะจ่ายเงินกัน มีสัญญากับหัวคะแนน และมีพรรคการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว.ด้วย ดังนั้น ฮั้ว สว. มีจริงหรือไม่ และใครคือคนผิด คำถามนี้จะต้องมีคำตอบจาก กกต. และดีเอสไอ …

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา