ครม.อนุมัติงบเพิ่ม 477.05 ล้านช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อย

การเมือง ข่าว

 

 

ครม.อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 477.05 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM2s ฤดูการผลิต ปี 2567/2568 เห็นชอบขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการและโครงการของกระทรวงพาณิชย์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

 

 

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เรื่อง มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ฤดูการผลิต ปี 2567/2568 ที่ได้เคยมีมติอนุมัติให้ กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินมาตรการสร้างแรงจูงใจแก่ชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 โดยคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติช่วยเหลือเพิ่มเติม จำนวน 477.05 ล้านบาท ดังนี้

1.เกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5 โดยไม่มีอ้อยเผาในคู่สัญญาเดียวกัน หากมีอ้อยยอดยาว มีกาบใบ และมีสิ่งปนเปื้อนอยู่ในคู่สัญญาเดียวกันให้หักส่วนนั้นออก และมีสัดส่วนปริมาณสิ่งปนเปื้อนในอ้อยไม่เกินร้อยละ 5 จำนวน 1,053 ราย ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี จำนวน 5.96 ล้านตัน วงเงินช่วยเหลือ 411.10 ล้านบาท

2.เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยสด คุณภาพดีร้อยละ 100 ให้กับโรงงานผลิตเอทานอล จำนวน 3,505 ราย ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี จำนวน 0.90 ล้านตัน วงเงินช่วยเหลือ 62.34 ล้านบาท

3.เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 ให้กับโรงงาน ผลิตน้ำตาลทรายแดง จำนวน 109 ราย ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี 0.05 ล้านตัน วงเงินช่วยเหลือ 3.61 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการฯ ฤดูการผลิต ปี 2567/2568 โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 จากเดิม สิ้นสุด เดือนธันวาคม 2568 เป็น สิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2569

นางสาวพลอยทะเล  เปิดเผยอีกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการและโครงการของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (โครงการบรรเทาผลกระทบฯ) (โครงการธงเขียวราคาประหยัดพลัส และโครงการเยียวยา ลดค่าครองชีพประชาชน) จากเดิมเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2569 โดยให้ใช้กรอบวงเงินงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติ (จำนวน 179.84 ล้านบาท) เพื่อให้การดำเนินมาตรการและโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและเกษตรกร
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า โครงการธงเขียวราคาประหยัดพลัส เป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกรให้เข้าถึงปัจจัยการผลิตทางการเกษตรในราคาประหยัดได้อย่างทั่วถึง โดยสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีช่วงระยะเวลา และความต้องการใช้ปุ๋ยแตกต่างกัน และเกษตรกรมีความต้องการใช้ปุ๋ยปริมาณสูงในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ในขณะที่โครงการเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน เป็นโครงการที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินค้า อุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาที่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานรากเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ และสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างทั่วถึง ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ และนโยบายรัฐบาลภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าครองชีพ มุ่งรักษากำลังซื้อของประชาชน ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการในเดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 จึงมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาดำเนินโครงการ ทั้ง 2 โครงการ จากเดิมเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นเดือนพฤษภาคม – กันยายน 2569 โดยไม่เปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ

 

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในโครงการจัดหาอาวุธปืนสวัสดิการ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอ ดังนี้

 (1) การพิจารณาอนุมัติให้หน่วยงานของรัฐ ดำเนินการโครงการจัดหาอาวุธปืนสวัสดิการข้าราชการ หรือโครงการในลักษณะเดียวกัน ให้พิจารณาด้วยความรัดกุม คำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมตามสภาพการณ์ปัจจุบันเป็นสำคัญ
 (2) การต่ออายุโครงการจัดหาอาวุธปืนเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน (ถ้ามี) ต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด
(3) การผ่อนผันคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 108/2535 เรื่อง จำกัดการออกใบอนุญาตให้บุคคลสั่ง หรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนบางชนิด ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2535 (คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 108/2535ฯ) ในลักษณะที่จะให้นายทะเบียนท้องที่อนุญาตให้ร้านค้าอาวุธปืนนำเข้าอาวุธปืนสั้น โดยผ่านช่องทางโครงการจัดหาอาวุธปืนสวัสดิการข้าราชการ ต้องพิจารณาให้เท่าที่จำเป็นและต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ มอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงกลาโหม  กระทรวงการคลัง  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐให้ได้ข้อยุติ โดยให้กระทรวงมหาดไทยสรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ/ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ให้รับแจ้งจาก สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา