ศึก 3 พรรค ชักธงรบ ชิงผู้ว่าฯ กทม.-สก. ชน”ชัชชาติ”

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 สนามเลือกตั้งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของประเทศไทย รองจากการเลือกตั้งระดับชาติ กำลังจะกลับมาระอุอีกครั้ง นั่นคือศึกชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” และ “สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร” หรือ ส.ก.

 

แม้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน จะยังคงมีคะแนนนิยมที่แข็งแกร่ง แต่ 3 พรรคการเมืองใหญ่ ทั้ง “ประชาชน-ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย” ต่างขยับทัพ ชักธงรบ หวังเจาะไข่แดงสนามเมืองหลวงให้ได้ โดยแต่ละพรรคต่างงัดกลยุทธ์ ทั้งการส่ง “ฟูลทีม” การดึงตัวผู้สมัครเกรดเอ และการชูจุดแข็งเรื่องการทำงานลงพื้นที่ เพื่อมัดใจชาวกรุงเทพฯ

 

เริ่มที่ ค่ายสีส้ม พรรคประชาชน เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ ส่ง “อ.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. แทนที่ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ที่ติดข้อจำกัดทางคดี

 

อ.โจ ชูแคมเปญ “กรุงเทพง่ายๆ by ผู้ว่าประชาชน” มุ่งแก้ 8 ปัญหาหลัก ให้ชีวิตคนกรุงง่ายขึ้นใน 4 มิติ ทั้ง เลี้ยงครอบครัวง่าย ค้าขายง่าย เดินทางง่าย และใช้ชีวิตง่าย พร้อมเปิดตัวทีมบริหาร “ฟูลทีม” ที่จะทำงานสอดประสาน
กับ ส.ก. และ ส.ส. กทม. ทั้ง 33 เขต

 

ด้าน “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ย้ำว่า นี่คือการนำเสนออนาคตของกรุงเทพฯ ในระยะยาว และเชิญชวนชาวกรุงเปลี่ยน “ความไว้วางใจ” จากสนาม ส.ส. มาเป็นพลังในการกำหนดอนาคตเมือง

 

ขยับมาที่ค่ายสีฟ้า ประชาธิปัตย์ ภายใต้การดูแลพื้นที่ กทม. ของ “สกลธี ภัททิยกุล” ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ครบทั้ง 50 เขตในช่วงเย็นวานนี้ โดยมีทั้งอดีต ส.ก. จากเพื่อไทยและประชาชน มาร่วมทัพ

 

“สกลธี” มั่นใจว่า ภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ประชาธิปัตย์จะปักธง ส.ก. ได้มากกว่าเดิมแน่นอน ส่วนตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” นั้น ขออุบชื่อไว้ก่อน เตรียมเปิดตัวกลางเดือนนี้ แต่แย้มว่า เป็นผู้มีประสบการณ์บริหารธุรกิจ
และการเมือง สามารถ “ประสานงานกับรัฐบาลได้แบบไร้รอยต่อ” พร้อมตั้งเป้าอุดช่องโหว่การทำงานของผู้ว่าฯ ชัชชาติ เช่น การเพิ่มกล้องวงจรปิด และระบบรถ Feeder ส่งประชาชนเข้าสู่ขนส่งสาธารณะหลัก

 

แม้กระแสการเมืองในสนาม ส.ส. กทม. ที่ผ่านมา เพื่อไทยจะพลาดเป้า แต่ในสนาม ส.ก. “ธีรรัตน์” มั่นใจว่า “ตัวแปรต่างกัน” เพราะเพื่อไทยมีจุดเด่นเรื่องการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและผลักดันนโยบายในสภา กทม. ได้จริง จึงเชื่อมั่นว่าประชาชนจะยังคงให้การตอบรับผลงานที่จับต้องได้ของพรรคเพื่อไทย

 

ศึกเลือกตั้งเมืองหลวงครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การแข่งกันที่นโยบาย แต่เป็นการวัดพลัง “แบรนด์พรรค” และ “เครือข่ายพื้นที่”

 

“ประชาชน” หวังสร้างปรากฏการณ์ส้มทั้งแผ่นดินอีกครั้ง “ประชาธิปัตย์” หวังคัมแบ็กทวงคืนศรัทธา และ “เพื่อไทย” หวังใช้ผลงานพื้นที่รักษาฐานเสียง แต่ท้ายที่สุดใครจะสามารถครองใจคนกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ สนามนี้… ห้ามกะพริบตาเด็ดขาด

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่